ไม่ว่าจะนั่งรถบัส หรือ รถไฟมา คานาซาว่า จุดหมายปลายทางก็จะอยู่ที่ สถานีรถไฟJR Kanazawa ญี่ปุ่นเขาทำระบบการเดินทางดีมาก รถไฟ รถบัส ของเมืองต่างๆที่เราได้ไปมาจะอยู่ไม่ไกลกันให้ลำบากต้องตะเกียกตะกายพะรุงพะรัง

คานาซาว่า เมืองหลวงของเขตอิชิกาว่า เป็นหนึ่งในหลายๆเมืองสำคัญที่รอดพ้นจากการถูกทำลายซึ่งกองทัพอากาศอเมริกันมาทิ้งระเบิดเพลิงในช่วงสงครามโลกครั้งที่๒ จึงมีย่านเก่าแก่ สถาปัตยกรรมของเดิมๆให้ชมรื่นรมย์ใจ เช่น สวนเคนโระคุเอ็น ที่เลื่องลือว่าเป็นสวนสวยติดอันดับหนึ่งในสามของญี่ปุ่น ย่านบ้านซามูไร ย่านร้านน้ำชา(Chaya districts) บวกกับความทันสมัยของยุคนี้ให้ตื่นตา

 

นับตั้งแต่ตัวสถานีรถไฟซึ่งมีรูปทรงล้ำยุค ตรงประตูทางเข้าสถานีเป็นโดมแก้ว มีเสาไม้มหึมาข้อมูลบอกว่าเป็นรูปทรงกลองโบราณของญี่ปุ่น ดูสิคะ มีเทคโนโลยี เทคนิคใหม่ในการก่อสร้างแต่เขาก็ยังผสานความคิดวัฒนธรรมของตนเข้าไว้ได้ มีความเป็นญี่ปุ่นชัดเจน

คานาซาว่าเป็นเมืองชายทะเลทางฝั่ง ทะเลญี่ปุ่น คือ คนละฝั่งกับที่เกิดสึนามิแถบเมืองเซนไดซึ่งเป็นฝั่งมหาสมุทรแปซิฟิก

ตระกูลมาเอดะเป็นใหญ่ปกครองเมืองนี้ในศตวรรษที่ ๑๖ มีการสืบทอดอำนาจและให้การอุปถัมภ์งานศิลปะนานเกือบสามศตวรรษ จากที่อ่านข้อมูลมีทั้งเรื่องการทำทองคำเปลวแผ่นบางยิ่งกว่ากระดาษ ถ้วย จาน ชามเซรามิค เครื่องเขินลงรักปิดทองและ งานหัตกรรมที่มีการใช้ทองคำเปลวประกอบทุกชนิดที่นี่มีชื่อเสียงมาก

คานาซาว่าผลิตแผ่นทองคำเปลวคุณภาพสูงใช้กันในญี่ปุ่นถึง ๙๙ เปอร์เซ็นต์ เราคิดว่าจะไปชมวัดพลับพลาทอง Kinkakuji ที่เกียวโตอยู่แล้ว ซึ่งใช้แผ่นทองคำเปลวจากคานาซาว่าปิดทั้งหลัง เวลาก็น้อยเลยข้ามการไปชม Kanazawa Yasue Gold Leaf Museum ใครมีเวลามากน่าไปชมค่ะ ผู้เขียนเคยชมสารคดีแล้ว เขาสาธิตให้ชมทุกขั้นตอน น่าทึ่งมากค่ะ

นอกจากนี้คานาซาว่ายังขึ้นชื่อเรื่องผ้าไหม Kaga yūzen ซึ่งย้อมสีธรรมชาติที่มีเทคนิคซับซ้อนในการย้อมไล่สีราคาแพงมาก ผ้าไหมชนิดนี้เขาเขาไว้ตัดชุดกิโมโน ใบชาชั้นดี การทำขนมหวานแบบโบราณ ที่ยังสืบทอดกันมายาวนาน

ตระกูลมาเอดะนี้ใหญ่และร่ำรวยมากเป็นรองก็แต่ตระกูลโตกุกาว่า เท่านั้น

ผู้เขียนมาคานาซาว่าสองครั้ง สองฤดู นอกจากสนุกกับชมร้านรวงที่สถานีรถไฟแล้วก็ได้เลือกชมเมืองบางจุดตามเวลาที่มีจำกัด เพราะเรามักค้างแค่คืนเดียว

ครั้งแรกไปหน้าซากุระบาน ด้วยความโชคดีได้ไปชม Sakura Light Up ที่ ปราสาทคานาซาว่า เขาเปิดให้เข้าชมฟรีช่วงซากุระบานแค่หนึ่งสัปดาห์ ปกติต้องเสียเงินเข้าชม

ครั้งที่สองไปหน้าชมใบไม้แดง ได้ไปชม สวนเคนโระคุเอ็น เดินเลียบชม ปราสาทคานาซาว่า ยามกลางวัน เฉพาะในส่วนที่เข้าชมฟรี แล้ว ปิดท้ายที่ตลาดอาหารทะเล โอมิโช Omicho Market ชมตลาดอาหารทะเล-ของสดและทานอาหารกลางวันที่นั่น

ขอเล่าทริปซากุระกันก่อนนะคะ มาถึงสถานีรถไฟคานาซาว่าแล้ว เราก็หาทางไปที่พักกัน จองไว้เรียบร้อย เราลองเลือกพักเรียวกังที่ไม่มีห้องน้ำในตัว (Shared Bathroom/toilette)ซึ่งเขาแยกหญิง-ชายเป็นสัดเป็นส่วน

อยากลองดูว่าจะเป็นอย่างไร ไม่น่าจะเลวร้าย ที่พักนี้รีวิวบอกว่าสะอาดมากและบริการดี ราคาก็ไม่แพงคนละพันกว่าบาทต้นๆ อยู่ไม่ไกลจากสถานีรถไฟ แผนที่บอกว่าเดินสิบนาที เราพยายามเดินตามโพยที่พริ้นต์มารียบร้อยก็หาไม่เจอ เดินไปถามพนักงานในร้านขายของเล็กๆที่อยู่แถวนั้น ส่งชื่อและแผนที่ให้เขาดู เขากำลังเช็คของที่มาส่งเป็นลังๆอยู่ ปรากฏว่าเขาพาเราเดินไปถึงที่เรียวกังแห่งนี้และส่งจนถึงแผนกต้อนรับทีเดียว

ที่พักดีเกินความคาดหมาย คุณป้าเจ้าของบอกว่าเคยมาเที่ยวเมืองไทย ชอบมาก

ประทับใจในความมีน้ำใจของคนญี่ปุ่นจริงๆค่ะ และเรามักได้รับความช่วยเหลือเช่นนี้เสมอ ก็เพราะเราเป็นพวกหลงประจำค่ะ

 

ได้แผนที่จุดท่องเที่ยวสำคัญๆนี้มาจาก 

http://www.japan-guide.com/e/e4202.html

พร้อมข้อมูล เห็นชัดว่าเที่ยวง่าย เส้นสีเหลืองคือรถท่องเที่ยวที่วิ่งเป็นวงหรือ Loop Bus จุดศูนย์กลางของเมืองคือ Kanazawa Castle Park นั่นเอง เวลาน้อย เรามาถึงบ่ายจัดมาก ที่ท่องเที่ยวปิดหมดแล้ว โชคดีมากคุณป้าและพี่สาวที่เรียวกังแนะนำว่า มี Sakura Light-up ที่ปราสาทคานาซาว่า เราเลยนั่งแท็กซี่ไปกัน เดินทางสี่คน ช่วยกันเฉลี่ยค่ารถ เร็ว และสะดวกประหยัดแรงงาน ทำให้ไม่เหน็ดเหนื่อยค่ะ

แท็กซีจอดปุ๊ป ด้านนอกปราสาท อุแม่เจ้าบรรยากาศอย่างนี้ชอบมาก เห็นต้นซากุระบานเป็นทิว  เหมือนมาเดินงานบ้านนอกที่มีซุ้มขายของกินต่างๆนานา เราเล็งๆไว้เพราะยังไม่ค่อยหิว ขอเข้าไปชมความงามดอกซากุระบานต้องแสงไฟให้อิ่มตาก่อน

 

ปราสาทยามค่ำยิ่งดูลึกลับ เขากำลังปิดซ่อมบางส่วน มีคนเดินชมพอสมควรเห็นเงาคนตะคุ่มๆ กระจัดกระจาย เขาเน้นส่องไฟที่ต้นซากุระ เห็นเงาทิวซากุระที่อยู่รอบคูน้ำล้อมป้อมปราสาททอดอยู่ในน้ำวิบวับ

ยังมีซากุระตามทางเดินที่ทอดไปยืดยาว มืดๆด้วย ก็เดินตามคน ตามที่มีไฟส่องให้เดินไป ช่างเป็นบรรยากาศมีเสน่ห์ งดงาม ราวมีเวทย์มนต์ ที่เห็นเดินๆส่วนใหญ่เป็นคนญี่ปุ่นค่ะ

ชมจนพอใจแล้วเราก็ข้ามถนนกลับมาที่เราลงแท็กซี่ ไปชมร้านรวง พี่สาวผู้เขียนไปซื้อมันเทศฝานชิ้นโตๆทอดใหม่ๆโรยน้ำตาลทราย แปลกดีค่ะที่เขาโรยน้ำตาลทรายทั้งๆที่มันเทศนั้นสดหวานอร่อยอยู่แล้ว ได้ซื้อซะสองห่อ

เดินทานดูผู้คน ร้านรวงและของที่ระลึก (ที่จริงคนญี่ปุ่นไม่นิยมเดินไปทานไป เขาว่าไม่สุภาพ) จนเลือกได้ร้านอาหารเล็กๆได้ ทานเสร็จก็เรียกแท็กซี่กลับที่พัก พรุ่งนี้จะออกเดินทางแต่เช้าไปเกียวโต

ตอนหน้าจะเล่าถึงคานาซาว่าที่ได้มาเยือนหน้าชมใบไม้แดงถัดมาอีกไม่กี่เดือน เราวางแผนให้ได้ใช้เวลานานพอที่จะได้ชมอะไรมากขึ้น ติดใจเสน่ห์คานาซาว่าเข้าให้แล้วค่ะ