ด้วยเหตุนี้ ท.ทหาร จึงกล้าแกร่ง ทั้งกายแข็งใจแรงหมดสงสัย มีน้ำอดน้ำทนมีวินัย พิทักษ์ไว้ซึ่งแดนดินถิ่นแหลมทอง...

จำได้ว่าผมแต่งกลอนนี้ (ยาวมาก) ในช่วงกลางดึกเมื่อหลายปีก่อน ตามอารมณ์ของชายเจ้าบทเจ้ากลอน ที่มีนิสัยชีกอ... คนหนึ่ง (ยอมรับโดยดี) ด้วยเหตุผลสองประการ คือประการแรกต้องการถ่ายทอดความรู้สึกหวานๆ ให้ผู้หญิงคนหนึ่งที่ตัวเองกำลังจีบ กับอีกความรู้สึกต้องการบอกเล่าความเป็นมาของชีวิตทหารเกณฑ์ (ซึ่งผมพึ่งผ่านพ้นมา) เนื่องจากเธออยากทราบ

ฟังสำเนียงถ้อยวจีที่เอื้อเอ่ย

เหมือนดังเผยความในที่สับสน

ด่าว่าใจทรยศสัปดน

ดื้อและซนห้ามเท่าไหร่ก็ไม่ฟัง...

 

พลอยพาใจพี่นี้สำนึกผิด

เป็นต้นคิดกำเนิดความคาดหวัง

ความสัมพันธ์รู้สึกดีในภวังค์

ล้วนบังเกิดจากใจใช่กำมะลอ...

 

ขณะเดียวกันเวลาเคลื่อนไปดังฝัน

ไม่กี่วันสี่เดือนไวจริงหนอ

ฉุดกระชากลากหัวใจไม่รั้งรอ

นี่แหละหนอความปรวนแปรในใจคน...

 

ทั้งที่รู้ทั้งที่เตือนใจตลอด

คอยกดออดมิให้ใจนั้นสับสน

แต่หัวใจก็มิวายทำซุกซน

หนีไม่พ้นน้ำคำ “คนแพ้ใจ”...

 

เตือนเท่าไรห้ามอย่างไรมิฟังเชื่อ

ช่างน่าเบื่อใจเจ้ากรรมนี่ไฉน

บอกให้รักแบบพี่น้องเพื่อนพ้องไป

เพราะอะไรใจใยทำให้ลำเค็ญ...

 

จึงร่ายกลอนตอบวจีที่น้องกล่าว

เล่าเรื่องราวห้ามหัวใจยากแสนเข็ญ

อยากจะทักอยากจะทานใจที่เป็น

ช่างยากเย็น เอ๊ะ หรือเป็นเช่นเวรกรรม...

 

แม้ข้างหน้าวันใดใจชอกช้ำ

สมน้ำหน้าใจตัวเองดื้อเหลือล้ำ

จะมิขอโทษใครหากระกำ

ด้วยน้ำตาเคยไหลใจไม่จำ...

 

ถึงเช่นนั้นชายคนนี้ขอย้ำว่า

แม้เหตุวันหน้าเกิดเหตุดังคำงามขำ

จะมิปล่อยเธอโดดเดี่ยวช้ำระกำ

ด้วยผลกรรมนั้นเราสองร่วมสร้างมา...

 

และถือเป็นคำยืนยันถ้อยคำพูด

บทพิสูจน์ความจริงใจใช่แกล้งว่า

หากปล่อยเธอต้องชอกช้ำกลืนน้ำตา

ทั่วโลกาคงคงตราหน้าชายเช่นกัน...

 

จึงขอกล่าวด้วยถ้อยคำที่ขึงขัง

วันข้างหน้า สุข – ทุกข์เธอและฉัน

ต้องรับผิดรับชอบพร้อมร่วมกัน

ใช่ผลักดันความทุกข์นั้นให้โฉมตรู...

 

แต่วันนี้ยังมิมีคำว่ารัก

ผูกสมัครแน่นแฟ้นเช่นดังชู้

จึงขอรักแบบน้องยอดพธู

เพื่อเป็นคู่เพื่อนฝูงไว้เชิดชู...

 

คุยเรื่องเครียดเรื่องเศร้ามากพอแล้ว

ขอเปลี่ยนแนวเปลี่ยนเรื่องราวที่เล่าสู่

บอกเล่าเรื่องทหารเธออยากรู้

เพื่อโฉมตรูรับรู้เป็นวิทยาทาน...

 

วันที่เก้าเมษาปีสี่ศูนย์

ไม่ขอลุ้นสมัครเป็นพลทหาร

หนึ่งพฤษภาฯ พร้อมเพื่อนพ้องประจำการ

ด้วยชื่นบานสมประสงค์ในฤทัย...

 

ชีวิต ท.ทหารรั้วของชาติ

ต้ององอาจกล้าแข็งแรงมากหลาย

รบพิเศษห้าแม่ริมเพื่อนมากมาย

เก้าสิบนายร่วมฝึกปรือวิชา...

 

ตีห้าครึ่งตื่นเช้าทำกิจวัตร

สารพัดท่าออกกำลังครูสรรหา

ฝึกกลางแดดกลางฝนลมพัดพา

ทั้งเหนื่อยล้าทั้งแข็งแกร่งคละเคล้ากัน...

 

ทั้งมือเปล่า – บุคคลท่าอาวุธ

มีความสุขดุดน้ำผึ้งที่หอมหวาน

แต่ยามทุกนั้นเหลือจะทนทาน

ครูอาจารย์ทั้งดีทั้งดุดัน...

 

ทุกเวลาหูต้องฟังเสียงนกหวีด

ผิดเพียงนิดโทษนั้นมีมหันต์

เวลาน้อยทุกสิ่งต้องให้ทัน

มิฉะนั้นครูให้รับโทษร่วมกัน...

 

สามทุ่มตรงเข้านอนแตรเตือนสั่ง

นกหวีดดังลากยาวสามครั้งนั่น

ฝึกสองเดือนเป็นเช่นนี้แทบทุกวัน

มิแปลผันชีวิตจริงทหารไทย...

 

หากยามใดทำผิดครูให้โทษ

ใช่ครูโกรธโทษที่ได้หนักเหลือหลาย

ออกกำลังเหงื่อท่วมกายแทบสิ้นใจ

เหตุผลไซร้ให้อดทนสู้เพื่อไทย...

 

ด้วยเหตุนี้ ท.ทหาร จึงกล้าแกร่ง

ทั้งกายแข็งใจแรงหมดสงสัย

มีน้ำอดน้ำทนมีวินัย

พิทักษ์ไว้ซึ่งแดนดินถิ่นแหลมทอง...

 

ปลดทหารด้วยใจชอบด้วยใจรัก

จึงสมัครนายสิบต่อครั้งที่สอง

สี่สามได้สิบตรีสมใจปอง

มิลำพองมิโอ้อวดศักดิ์ที่มี...

 

จากวันนั้นจนวันนี้สามปีกว่า

ได้ศึกษาชีวิตจริงหลายสิ่งนี่

ได้พบปะทั้งคนชั่วและคนดี

ให้ชีวีแข็งแกร่งมีพลัง...

 

ยิ่งได้มาเจอะเจอเธอคนเท่ห์

เพิ่มเสน่ห์เพิ่มรสชาติเพิ่มความหวัง

ชวนให้ค้นชวนให้คบด้วยจริงจัง

ประหนึ่งดังได้ค้นพบเจอแสงทอง

 (25 มิถุนา 46, 24.55 น.)