หากบทเพลงที่เธอเขียนมาหมายถึงผม ผมก็ขอตัดเยื่อใยเสียแต่แรกเพราะผมไม่อยากให้เธอบอบช้ำไปมากกว่านี้ในอนาคต
ผมแต่งกลอนนี้หลังได้รับจดหมายจากสาวงามคนหนึ่ง (นานแล้วละ) เธอรำพึงรำพันมาพร้อมกับเนื้อเพลงเศร้าๆ ประหนึ่งว่าน้อยเนื้อต่ำใจในวาสนายิ่งนักกับการที่ไม่อาจสมหวังกับรัก แต่กระนั้นเธอก็พอใจเพียงแค่ได้ยืนอยู่บนผืนดินเดียวกัน หากบทเพลงที่เธอเขียนมาหมายถึงผม ผมก็ขอตัดเยื่อใยเสียแต่แรกเพราะผมไม่อยากให้เธอบอบช้ำไปมากกว่านี้ในอนาคต...(คนที่เราไม่รักทำอย่างไรเราก็ไม่รัก)
ขอบใจสำหรับเนื้อเพลง
บรรเลงความรู้สึกเศร้า
บ่งบอกอาการคนเหงา
ว่าปวดร้าวลึก ๆ ข้างใน...
เป็นเพียงสายลมผ่านไป
คงมิได้รักที่สดใส
ไม่รักกันเธอบอกเข้าใจ
ขอได้ยืนบนพื้นดินเดียวกัน...
อ่านเนื้อเพลงแล้วพาใจห่วง
ช่วงเวลาเนิ่นนานเธอและฉัน
ระยะทางยังอีกไกลนั่น
มิเปลี่ยนฉันคนนี้ได้เลย...
มิอาจเป็นคนในฝัน
ฉันขอมองห่างๆ เฉยๆ
มอบแรงใจให้เธอเรื่อยๆ
ยามเมื่อยล้าแค่นั้นก็พอ...
พอจบเพลงใจฉันห่อเหี่ยว
เหลียวมองปากกาและดินสอ
นี่ใจจริงหรือสอพลอ
เชื่อไหมหนอกับเพลงๆ เดียว...
พอได้ไหมพอเถิดความเศร้า
อย่ารุมเร้าให้ใจห่อเหี่ยว
พอเถิดความรู้สึกเลว ๆ
อย่าสร้างความเปลี่ยวให้น้องข้าอีกเลย...
คือว่าถ้าฝนตกแล้วอยู่เงียบๆคนเดียว
คงจะเศร้า เหงาตามไปแน่เลย
สวัสดีครับ คุณกรพิน...แหมก็อารมณ์มันพาไปครับ