การแปลประโยคกรรมลดรูป 

            ประโยคบางประโยคเป็นประโยคกรรมที่ละ verb to be ไว้ในฐานที่เข้าใจ คงมีแต่กริยาช่องที่ 3 หรือ past participle ประโยคลักษณะนี้มักจะทำให้ผู้แปลที่ไม่มี    ความรู้ในเรื่องโครงสร้างภาษาอังกฤษดีพอแปลผิด เพราะไปเข้าใจว่าเป็นคำกริยาที่อยู่ในรูป past tense เมื่อพบประโยคเช่นนี้วิธีการแปล คือ ให้ลองวิเคราะห์แยกแยะว่า กริยาตัวใดเป็น passive voice ลดรูป  คือ ละ verb to be ไว้  ตัวอย่างเช่น

            1.  The name printed in red ink was very easy to find and read.

            มาจากประโยค 2 ประโยคว่า

                        The name was printed in red ink.  และ

                        The name was very easy to find and read.  

            เวลาที่รวมทั้งสองประโยคเข้าด้วยกัน  จะพบว่าประธานซ้ำกันและ สามารถตัดประธานออกไปได้  1  ตัว  โดยแทนที่ด้วย Relative pronoun นั่นก็คือ ประโยคจะอยู่ในลักษณะของประโยคซับซ้อน (Complex Sentence)

 

            The name that was printed in red ink was very easy to find and read

           จากประโยคนี้เราสามารถตัด (Relative pronoun) that และตัด verb to be ซึ่งอยู่ในรูป was ออกไปได้อีก ประโยคก็จะกลับมาเป็นประโยคชนิด  simple  ที่มี participle phrase ขยายนาม เมื่อวิเคราะห์ได้เช่นนี้ผู้แปลก็จะทราบว่า printed ในประโยคข้างบนคือ passive voice ที่ลดรูปนั่นเอง  และสามารถแปลออกมาได้ตามนัยความหมายที่แฝงอยู่  โดยใช้วิธีการแปลประโยคกรรมที่กล่าวมาแล้ว  ประโยคนี้จึงแปลว่า

            ชื่อที่พิมพ์ด้วยหมึกแดงมองเห็นและอ่านได้ง่าย  

            2.  The president, accompanied by his advisors,  had arrived.

                        ประธานพร้อมด้วยบรรดาที่ปรึกษาได้มาถึง

            3.  Men trained in mathematics can be engineers. 

                        คนที่ได้รับการฝึกฝนทางด้านคณิตศาสตร์สามารถเป็นวิศวกรได้         

 

 วิธีการแปลประโยคกรรมจากไทย-อังกฤษ

       ในการแปลประโยคกรรมจากภาษาอังกฤษเป็นไทยนั้น  ผู้แปลจะต้องพิจารณาปริบท (context)  ในภาษาอังกฤษอย่างรอบคอบ  เพื่อดูความหมายที่แฝงอยู่  ถ้าปริบทเป็นประสบการณ์ในเชิงลบ หรือความหมายในทางไม่ดี เวลาแปลก็ให้ใช้ประโยคกรรมแบบที่ 1  คือ ประโยคกรรมถูก ถ้าปริบทเป็นประสบการณ์อันน่าพึงพอใจ หรือบ่งบอกถึงสถานการณ์อันน่ายินดี ก็ให้ใช้ประโยคกรรมได้รับ หรือประโยคกรรมแบบที่ 2 หากปริบทบ่งบอกว่าประธานเป็นเพียงผู้รับผลการกระทำจากใครคนใดคนหนึ่งหรือสิ่งใดสิ่งหนึ่งก็ให้ใช้ประโยคกรรมแบบที่ 3  ซึ่งมีนัยความหมายเป็นกลาง ประโยคกรรมมีนัยความหมายเป็นกลางจะทำหน้าที่บอกกล่าว  เล่าเรื่องหรือรายงานเหตุการณ์  สถานการณ์

      จากประสบการณ์ในการสอนแปลของผู้เขียน  และจากการตรวจงานแปลของนักศึกษาตัวอย่างประโยคภาษาอังกฤษที่ว่า

                        Grandpa Mee, the head of our village, was eaten up by a tiger.

นักศึกษามักจะแปลโดยมีคำว่า “ถูก” อยู่ในประโยค เช่น

                 ตามี  ผู้ใหญ่บ้านของเรา ถูกเสือกินเสียแล้ว

มากกว่าที่จะแปลเป็นประโยคกรรมเน้นความในแบบที่  4 ว่า

                        ตามี ผู้ใหญ่บ้านของเรา  เสือกินเสียแล้ว

ส่วนประโยคตัวอย่างนี้

                        This song was sung by Santi.

นักศึกษามักแปลว่า

                        เพลงนี้ร้องโดยสันติ

            การแปลแบบนี้เป็นการแปลตามโครงสร้างภาษาอังกฤษโดยไม่มีทั้งคำว่า ‘ถูก’ หรือ ‘โดน’ หรือ  ‘ได้รับ’  และมีตัวการหรือผู้กระทำตามหลังคำว่า ‘โดย’  ซึ่งก็เป็นการแปลที่ได้ใจความ

 ที่มา   http://e-book.ram.edu

          http://e-book.ram.edu