อ้อมกอดที่กอดโลก

วันอังคารที่ 7 มิถุนายน 2554

 

วันนี้ เป็นวันที่เต็มไปด้วยความวุ่นวายโดยแท้ เพราะผมมีภารกิจถึง 4 งาน ถ้าผมเป็นดาราดังอย่าง 'ณเดช' คงดีไม่น้อย แต่คงเป็นได้เพียง 'น้าเดช' เท่านั้น

 

งานแรก ช่วงเช้า ๆ เป็นงานตนเอง ชวนชุมชน วัด บ้าน โรงเรียน และ อบต. รณรงค์กำจัดแหล่งเพาะพันธ์ยุงลาย และทำพิธีมอบงบประมาณจากกองทุนหลักประกันสุขภาพตำบล ให้เครือข่ายผู้ดูแลผู้ติดเชื้อเอดส์

 

งานที่สอง พอสายหน่อย ต้องนำคณะ อสม. ทุกหมู่บ้านของตนเอง ไปร่วมซ้อมแผนไข้หวัดใหญ่และหวัดนก ภาคสนามจริง ๆ ที่บ้านกวางโจน ม.4 ต.กวางโจน อ.ภูเขียว ห่างจากพื้นที่ผม ประมาณ 20 กว่ากิโลเมตร

 

งานที่สาม พอตอนเที่ยง ทานข้าวกับ คณะ อสม. นำ อสม. ไปส่งที่หมู่บ้าน และผมต้องมาถอดบทเรียนการซ้อมแผนไข้หวัดใหญ่และไข้หวัดนกเมื้อกี้ ให้กับเครือข่ายระดับอำเภอ

 

งานที่สี่ เสร็จแล้ว ต้องมา รพ.สต. เพื่อมาอยู่เวรรักษาพยาบาล ถึง 1 ทุ่ม

 

เอาเป็นว่า วันนี้งานเข้าครับ เหนื่อยแต่มีความสุขที่ตนเองได้ทำประโยชน์อย่างมากมาย

 

ตอนผมไปซ้อมแผน มี อสม. ไม่ใช่ตำบลผม มานั่งใกล้ ๆ ผม และทักทายกัน พูดคุยเรื่อยเปื่อย สักพักก็พูดว่า "...พี่เห็นหมอแล้ว พี่อยากให้ลูกเรียนหมออนามัยจัง ดูหมอทำงานแล้ว น่าจะได้บุญและมีความสุขนะค่ะ..."

 

ผมยิ้มและขอบคุณพี่ อสม. ที่ชื่นชมผมและอาชีพหมออนามัย

 

ถึงแม้วันนี้ อากาศร้อนอบอ้าว เหงื่อไหลย้อย แต่ผมกลับมองเห็นท้องฟ้าที่สดใส และชุ่มชื่นในใจอย่างบอกไม่ถูก

 

ผมให้ผมหวนคิดถึงน้องผู้หญิงคนหนึ่งในตลาด ซึ่งผมและครอบครัว ชอบไปทานอาหารตามสั่งที่บ้านของน้อง จนเราสนิมสนมคุ้นเคย และวันหนึ่งมาบอกกับผมว่า "...พี่...หนูอยากเป็นหมออนามัยเหมือนพี่จังเลย  หนูจะลงสอบเป็นหมออนามัยนะ ถึงเรียน 2 ปี ไม่เป็นไร หนูชอบ หนูอยากเป็นเหมือนพี่..."

 

พอได้ฟัง...ผมก็แอบดีใจเงียบ ๆ และเริ่มกังวลกับชะตากรรมที่น้องจะเลือกเดิน

 

ผมจึงรีบบอกข้อมูลเกี่ยวกับหมออนามัยให้น้องว่า "..สถานีอนามัยอยู่ไกลนะ บางแห่งถ้าเราจบใหม่เราได้ไปอยู่ที่กันดารเลยนะ ไม่สะดวกสบายเหมือนโรงพยาบาล แล้วตนเองเคยเห็นสถานีอนามัยหรือยัง  เป็นหมออนามัยเรียน 2 ปี ไม่มีปริญญานะ ถ้าเรียนต่อปริญญาตรีต้องรอบรรจุใหม่อีก  และที่สำคัญ...ไม่มีวิชาชีพนะ เงินวิชาชีพ และเงินประจำตำแหน่งไม่มี เหมือนแพทย์และพยาบาล..."  

 

"...ตัวเองก็เรียนได้เกรด 3 ขึ้น ทำไมไม่ไปเรียนพยาบาลหล่ะน้อง..."

 

และเมื่อประมาณ 3 วันก่อน ผมไปทานข้าวที่ร้านน้อง ถามคุณแม่ของน้องบอกว่า...ตอนนี้เรียนหมออนามัยจบแล้ว บรรจุแล้วที่อำเภอเทพสถิตย์ และกำลังปริญญาตรีคณะสาธารณสุขศาสตร์ ที่มหาวิทยาลัยสารคาม

 

เมื่อถึงบรรทัดนี้ เมื่อคิดถึงทีไร ผมสุขใจเมื่อนั้น และหวนกลับไปตอบคำถามกับพี่ อสม. คนนั้นว่า

 

"....ใช่ครับผมมีความสุข กับการให้ และการรับ เมื่อมาทำงานเมื่อไร ผมบอกตนเองเสมอว่า ...ผมมารับบุญ เมื่อผมมารับบุญ ความเป็นผู้ให้ ทำให้เรามีความคิดที่แปลกและเปลี่ยนไป พร้อมที่จะให้ และให้ได้ทั้งใจกับทุกคน..."

 

เมื่อก่อน ผมอาจคิดเพียงว่า ทำงานไปเรื่อย ๆ ถ้าปีไหนตั้งใจ ก็คาดหวังว่าจะได้รับคำชมเชย ได้ 2 ขั้น ได้ซีเพิ่ม และได้เงินเดือนที่เพิ่มขึ้น

 

ตอนนี้ ผมทำงานอย่างไม่คาดหวังว่าจะได้เลย...ผมจึงไม่ผิดหวัง

ผมคิดว่า...ถ้าคาดหวัง เรามีโอกาสได้พบกับความสมหวัง และความผิดหวัง อย่างละ 50 : 50 เช่นกัน

สู้เราทำงานและมีชีวิตอยู่โดยไม่คาดหวังดีกว่า

และกลับมาใช้ชีวิตแบบผู้ให้ได้มากที่สุดในขณะที่ยังมีชีวิตอยู่

 

เพื่อ..................... 

ให้ความรักต่อทุกคน

ให้ความรักต่อโลก

ด้วยอ้อมกอดเล็ก ๆ ของผม ที่อยากจะกอดโลก

และพึงเข้าใจตนเอง คนอื่น และโลกทั้งใบของผมเอง....  

 

 

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน ความสุขของหมออนามัย



ความเห็น (6)

มาชื่นชมค่ะ

เอาหัวใจมาร่วมกอดโลกอีกคนค่ะ บางทีติ๋วกแอบงงตนเองที่ออกมาทำงานกับรต.สต. ได้ไง ทั้งๆที่บทบาทภารกิจไม่ต้องขนาดนี้ก็ได้ แต่ยิ่งทำงานกับพี่ๆน้องๆ กลุ่มนี้ ยิ่งรู้สึกรักและศรัทธา ในหัวใจแห่งการเยียวยาของท่าน จนน้อมรับใช้ ตามกำลังความสามารถแม้กำลังแห่งตนจักมีน้อยแต่ก็พยายามทำให้ดีที่สุด

ขอบคุณนะคะท่านพี่

  • ต้นอะไรครับ ดอกขาวงามสะพรั่งเชียว
  • เข้ากับเมฆโน่น สุดโค้งฟ้า
  • ไม่น่าเชื่อว่าว่าเมฆขาวจะมาจรดกับดอกหญ้า
  • ได้อย่างไร
เขียนเมื่อ 

สวัสดีค่ะ

การโอบกอดโลกด้วยหัวใจ  อย่างคนมีหัวใจ  ทำให้โลกมีความรื่นรมย์นะคะ  เหมือนยายคิม  ใครบอกว่าอยากเป็นครู  ก็ซึ้งใจมากค่ะ
เขียนเมื่อ 

มาชื่นชมและเป็นกำลังใจให้ค่ะ เป็นดาวดวงเด่นที่สร้างแรงบันดาลใจให้คนรุ่นใหม่ได้เป็นหมออนามัย..น่าภูมิใจนะคะ

ประทับใจครับ รางวัลดีๆ พี่ได้รับไปแล้วครับเมื่อทำดีและเป็นผู้ให้ ครับ