"ไซร้ต้องจัดค่าย"  คือแรงบันดาลใจให้มีบันทึกนี้เกิดขึ้น  ความจริงฉันตั้งใจเขียนความคาดหวังในการไปจัดค่ายที่โรงเรียนบ้านเกาะหมาก  แต่บังเอิญได้ติดตามอ่าน  และหากำลังใจจากบันทึกของ "ท่านวอญ่า"  จึงเปลี่ยนใจมาเขียนบันทึกนี้แทน  

 

          นานมาแล้วสมัยยังรุ่นสาว  เริ่มทำงานใหม่อยู่ที่ กทม. มีเพื่อนชาวใต้ทั้งคนหนุ่มคนสาว  สิ่งดึงดูดใจทำให้ฉันติดเสน่ห์หนุ่มสาวชาวใต้คิอ "สำเนียงแหล่งใต้" มีผู้เรียกฉันว่า "ผี่คิ้ม หรือ หน่องคิ้ม"  และอาหารใต้ที่โปรดปรานคือขนมจีนซาวน้ำ น้ำพริกกะปิกุ้งเสียบ สะตอ และผักเหลียง 

 

         ฉันเป็นคนชอบบรรยากาศชายทะเลแต่ไม่ชอบลงน้ำทะเล  มีครั้งหนึ่งโดนเพื่อนแกล้งช่วยกันจับฉันไปลงทะเล  ทำให้ฉันโกรธมาก   แม้วันเวลาผ่านไปฉันก็ไม่เคยที่จะเยียบย่ำลงไปในน้ำทะเลอีก 

 

          ต่อมาเมื่อปี ๒๕๕๒  ฉันมีโอกาสไปเที่ยวใต้หลายจังหวัด  และไปเที่ยวทะเลฝั่งอันดามันที่กระบี่  ฉันก็ยังเหมือนเดิม  ได้แต่ชื่นชมว่าน้ำทะเลที่อันดามันสวยใสเหลือเกิน  ขณะที่เราลุยน้ำไปลงเรือฉันไม่รู้สึกว่าเหนียวเท้า  จึงนึกพิศวาสอยากลงทะเลบ้าง  จนทำให้เปลี่ยนผิวกลับบ้าน  กว่าจะคืนสภาพก็ประมาณ ๖ เดือนได้ 

 

         "ไซร้ต้องจัดค่าย"   ฉันเป็นส่วนหนึ่งในการไปช่วยตอบโจทย์  ฉันเคยตอบแบบกวน ๆ ให้แก่คนที่เขากำลังเมาว่า "จัดเพราะอยากจัด"  คำตอบนี้อาจจะไม่เหมาะสำหรับการตอบโจทย์ที่พังงา หรือกับทุกท่านได้  แต่คำตอบอยู่ที่ผู้อ่านทุกท่าน  

 

         ครั้งนี้รู้สึกตื่นเต้นและดีใจที่จะได้ไปสัมผัสบรรยากาศทะเลอันดามันอีกครั้ง  และไปเก็บความรู้สึกดีจากวิถีชีวิต  วัฒนธรรมประเพณี  รวมทั้งเติมเต็มให้กับความงดงามที่มีอยู่แล้ว  ในความรู้สึกดีและประทับใจที่จะได้รับใช้พี่น้องชาวใต้

 

          ฉันค้นหาประวัติความเป็นมาของโรงเรียนเกาะหมากน้อยแล้วมีน้อยมาก  เพียงแต่ทราบว่าอยู่ที่ตำบลเกาะปันหยี  มีเขาแบบตาปูในทะเล ตามที่เห็นในภาพ  และเป็นโรงเรียนที่ เป็นที่มาของ "ตำนานนักเตะตีนเปล่า" จากโฆษณาธนาคาร TMB  ไม่แน่ใจว่าสนามบอลตามภาพโฆษณาจะยังมีให้เห็นอยู่อีกหรือไม่ 

 

         การไปค้นหาคำตอบเพื่อตอบโจทย์ "ไซร้ต้องจัดค่าย"  กำลังจะเริ่มขึ้นอีกครั้ง  ในวันที่ ๑ - ๕  มิถุนายน  ๒๕๕๔  ขอขอบคุณผู้ใหญ่ใจดี  ที่ให้อนุเคราะห์ซื้อเสื้อ  และสนับสนุนสิ่งของ  รวมทั้งการเป็นกำลังใจมา ณ โอกาสนี้  เป็นอย่างสูง 

 

         บางครั้งหรือหลายครั้ง  ในส่วนลึก ไม่อยากเขียนเล่าสักเท่าไร ว่า "ตนเองไปทำอะไรมา"  เดิมเขียนไปเพื่อต้องการให้มีคนมาส่งกำลังใจ  ให้สังคมรู้ว่ามีใครทำอะไร  แต่เมื่อรู้ว่าสังคมเป็นอย่างไร  และไม่อยากได้อะไรมาตอบแทน ไม่อยากเป็นคนดีคนดังแต่อย่างใด  การเล่าก็ไม่มีความหมายเสียดายเวลาและความรู้สึกดี ๆ ที่วาดหวัง

 

         แต่ครั้งนี้เขียนขึ้นก็เพราะไปใช้เงินของส่วนรวม ที่นักจิตสาธารณะสนับสนุนมาให้จัดค่ายฯ  "ขอมอบคุณความดีให้กับผู้อ่านทุกท่าน"

   

 ภาพประทับใจ  ๒๕๕๒

 

๒๐ ตุลาคม ๒๕๕๒

๒๒+๒๓ ตุลาคม ๒๕๕๒

๒๔ ตุลาคม ๒๕๕๒

๒๕-๒๖ ตุลาคม ๒๕๕๓

๒๗ ตุลาคม ๒๕๕๓

๒๘-๒๙ ตุลาคม ๒๕๕๒