ศิลปะบำบัด ทางเลือกหนึ่งที่น่าสนใจในการนำมาบำบัดทางจิตใจ

 

      เมื่อวันที่ 18-19 พฤษภาคม 2554 ที่ผ่านมาผู้เขียนมีโอกาสไปอบรมเชิงปฏิบัติการเรื่อง"ศิลปะบำบัดเพื่อเยียวยาปัญหาทางอารมณ์และพฤติกรรมในผู้ป่วยจิตเวช" จัดโดยทีมนักจิตวิทยา ภาควิชาจิตเวชศาสตร์ โรงพยาบาลศรีนครินทร์ โดยมีวิทยากร 3 ท่านที่เชี่ยวชาญเรื่องนี้จากภายนอก 

       มีกิจกรรมสร้างความคุ้นเคยก่อนแล้วแบ่งกลุ่มย่อย6-7คน/กลุ่มเพื่อเข้าworkshop

      เราทุกคนเอาบทบาทและภาระของแต่ละคนวางไว้ ฝากวิทยากรไว้

      เริ่มจากให้ผู้เข้ารับการอบรมแนะนำตัวบอกว่าคาดหวังอะไร 

      ให้เลือกสีที่ชอบ ผู้เขียนอยู่ในกลุ่มที่เลือกสีส้ม แต่ละกลุ่มบอกเหตุผลที่เลือกกลุ่มเราบอกว่ามันคือความสดใส สว่าง

 

 

     ให้เลือกสีแล้วให้กลุ่มวาดภาพ กลุ่มเราวาดภาพตะวัน วาดภาพวิวทิวทัศน์ หลายกลุ่มวาดทิวทัศน์ นำภาพมาต่อกันที่ผนัง ท้ายการอบรมมีสมาชิกบางคนบอกเล่าความรู้สึกกันว่าที่วาดทิวทัศน์เพราะมั่นใจ คุ้นเคย วาดออกมาแล้วสวย มีความเห็นหลากหลาย ส่วนหนึ่งบอกว่าเพราะเราไม่กล้าเปลี่ยนแปลง ถ้าออกจากสิ่งเดิมเราเกิดความกลัว ไม่มั่นใจ เด็กๆเราวาดภาพวิวกันบ่อยจนมั่นใจ 

       เมื่อเราเลือกสีที่ตนเองชอบ วิทยากรถามว่าจะเติมสีอะไรเข้าไปก็ได้ผู้เขียนเลือกเติมสีเหลืองเพราะไปช่วยเจือจางความร้อนของสีส้มลงได้บ้าง เพิ่มความสดใส อ่อนโยน เวลาแสดงความคิดเห็นวิทยากรจะเน้นว่าในความเห็นของเราคิดอย่างไร  ไม่เหมารวมว่าเป็นความคิดกลุ่ม เพราะแต่ละคนคิดไม่เหมือนกัน แม้จะเลือกสีเดียวกันหรืออยู่ในกลุ่มเดียวกันก็ตาม

 

      

    หลังจากนั้นก็เข้าworkshop 3  ห้อง ตามกลุ่มที่จัดไว้เวียนกันไปเรื่อยๆใช้เวลา40นาที/ workshop

      กลุ่มผู้เขียนมี 6 คนเป็นพยาบาลจิตเวชและนักจิตวิทยา 

Workshopแรกคือละครบำบัด(DRAMATHERAPY)

      เราได้เรียนรู้การเล่น เล่นบอลกัน  โยนบอลให้กัน ตอนเด็กๆ เรามีความสุขกับการเล่นบางทีเมื่อโตเป็นผู้ใหญ่ชีวิตเราก็ลืมที่จะเล่น 

      แล้วเราก็ได้แสดงละคร

      ละครเรื่องแรก กำหนดว่าเป็นฉากในโรงพยาบาล มีคนเลือกเป็นคนแก่ที่ป่วย เดินเข้ามาในโรงพยาบาล เพื่อนๆ เห็นก็เข้ามาถามอาการ มีคนเป็นหมอ เป็นเวรเปล เป็นพยาบาลมาช่วย 

     ละครเรื่อง2 ให้สมมุติฉากเองเรากำหนดเป็นฉากในเซเว่น  คนเข้าไปซื้อของแต่ละคนคิดบทบาทตนเองเลยในตอนนั้น บางคนเป็นคนซื้อ คนขาย คนขายเองกำหนดคำพูดเอง คนซื้อก็ทักทายซื้อของเข้าคิวกัน  

     มีอีกฉากเป็นป้ายรถเมล์บางคนก็เป็นศาลารอผู้โดยสาร เป็นคนขับรถเมล์ เป็นรถเมล์ เป็นผู้โดยสาร

     ละครเรื่องสุดท้าย เป็นละครชีวิตจริง

     ก่อนเล่นก็ให้ล้อมวงวาดเกี่ยวกับตนเอง ความรู้สึกที่อยากถ่ายทอดออกมาเป็นภาพวาดตามจินตนาการของแต่ละคน อยากเขียนอยากบอกอะไรใครก็ได้ในภาพวาดนั้น 

     เลือกเรื่องของคนหนึ่งมาแสดง ให้เขาเลือกตัวแสดงเองในกลุ่มใครจะเป็นผู้เกี่ยวข้องกับเขาคนไหน ให้กำหนดท่าทาง การยืนเอง และให้เขาเดินเข้าไปหาแต่ละคนอยากพูดอะไรแสดงท่าทางอะไรก็ได้ที่อยากพูดอยากทำ เพื่อบอกความรู้สึกหรืออยากคุยกับคนนั้นซึ่งได้บทบาทเป็นบุคคลในชีวิตจริง ตอนนี้ซึ้งมากจนบางคนน้ำตาซึม

    แล้วแต่ละคนก็บอกเล่าความรู้สึก 

 

 

Workshopที่ 2 คือศิลปะบำบัด

นั่งล้อมในโต๊ะที่จัดเป็นวงกลม 

    กิจกรรมที่1   

    วิทยากรแจกกระดาษ1แผ่น พับเป็น4ส่วน คลี่ออก วาดภาพที่แสดงถึงอารมณ์4อารมณ์คือกังวล โกรธ เสียใจ ดีใจในแต่ละส่วน ให้หยิบสีตามใจชอบและวาดตามจินตนาการของแต่ละคนและนำเสนอรายละเอียดเพียง1อารมณ์ในกลุ่ม 

    กิจกรรมที่2  

     วิทยากรแจกกระดาษ1แผ่นพับครึ่งคลี่ออกได้2ส่วนวาดภาพภายนอกและภายในจิตใจ ของเราเอง ตั้งชื่อภาพทั้งสองและตั้งชื่อภาพรวม 

     ภายนอกจะบอกอะไรใจที่อยู่ภายใน ใจ   ภายในจะบอกอะไรแก่ภายนอก 

     ให้บอกขนาดความเครียด ปัญหา สิ่งที่รบกวนใจหรือความกังวลเป็นเหมือนลูกบอลลูกหนึ่ง  จินตนาการเอาโดยใช้มือโอบว่าใหญ่เล็กแค่ไหนกำหนดเอง เราจะทำอะไรกับมันก่อนอาจวางมันลงก่อนโดยทำท่าวางลงไป  แล้วก็ล้วงมือเข้าไปข้างในจัดการอะไรสักอย่างบางคนล้วงเข้าไปแล้วก็พบกับความว่างเปล่า เกิดความรู้สึกว่าปัญหาที่ว่ายิ่งใหญ่แท้ที่จริงเราคิดไปเองไม่มีอะไรเลย

 

 

Workshopที่ 3 คือการเคลื่อนไหวบำบัด

 

   DANCE MOVEMENT SYCHOTHERAPY

   DANCING WITH THE  MUSIC

   ใช้อวัจนภาษา ภาษาทางร่างกาย 

   เนื่องจากบางความรู้สึกบางอารมณ์อาจแสดงออกมาทางคำพูดไม่ได้ 

    วิทยากรให้เล่าก่อนเรื่องที่ตนเองรู้สึกเช่นความกังวลเป็นต้นหรือมีอะไรคาใจกับใครแล้วก็เริ่มกิจกรรมเพื่อปลดปล่อยสิ่งที่อยู่ข้างใน 

     มีการเปิดเพลง ให้เดินช้าๆไปรอบๆห้องทำท่าทางต่างๆที่วิทยากรกำหนด  เช่นวาดมือเป็นวงกลม เส้นตรง เส้นโค้ง เป็นต้น ในอากาศ   

     แต่ละคนเคลื่อนไหวเดินไปมาตลอดโดยมีการสื่อหาเพื่อนตลอดทำท่าสอดคล้องต่อกันบ้าง  

     เราอยู่ด้วยกันทั้งหมด ไม่ทิ้งกลุ่ม

     มีเก้าอี้เปล่าๆ วางรอบวงไว้แต่ละคนล้อมวงรอบเก้าอี้  อยากปฏิบัติอย่างไรกับเก้าอี้แต่ละตัวที่อยู่ตรงหน้า  แล้วแต่เราจะทำ กลุ่มเราบางคนเลื่อนเก้าอี้เข้าออก ผลักไปข้างหน้า นวดเก้าอี้  หมุนเป็นวงกลม เป็นต้น 

    แล้วก็ได้ให้อยู่ในท่าที่แต่ละคนสบาย ผ่อนคลาย 

     สิ้นสุดกิจกรรมมีการแจกกระดาษให้เขียนบรรยายสะท้อนการเรียนรู้จากประสบการณ์การเข้าร่วมกิจกรรมและนำมาคุยกันในวันต่อมา 

    1.ความรู้สึกหลังเข้าร่วมกิจกรรม

   2.ความรู้สึกขณะเข้าร่วมกิจกรรม

   3. สิ่งที่ประทับใจ/โดดเด่น/คั่งค้างระหว่างการเข้าร่วมกิจกรรม

   4. สิ่งที่ค้นพบตนเองระหว่างเข้าร่วมกิจกรรม

อบรมวันที่2

   -มีการบรรยายเนื้อหากรอบแนวคิดการทำงานศิลปะบำบัด ละครบำบัด การเคลื่อนไหวบำบัด

   - ถามตอบปัญหาข้องใจ การทำงานศิลปะบำบัดกับหน่วยงานจิตเวช(Art therapy in mental health setting )

   - การเรียนรู้ซึ่งกันและกันเกี่ยวกับแง่มุมของศิลปะบำบัด

   - การใช้ประโยชน์ในที่ทำงานและผู้ป่วยที่ดูแลอยู่ การทำงานกับแต่ละวิชาชีพ

   -นำเสนอผลงานของแต่ละกลุ่ม แชร์ประสบการณ์ความประทับใจ

วิทยากรได้ให้ประเด็นและข้อคิด นำมาถ่ายทอดบางส่วนค่ะ

    1. การบำบัดเราจะมองข้ามข้อวินิจฉัย(Diagnosis) เพราะพอทราบโรคเกรงจะท้อก่อน ถอดใจก่อน แต่ให้มองว่า ผู้ป่วยเขาทำอะไรได้บ้าง มีอะไรต้องพัฒนาขึ้น พัฒนาจากที่เขาทำได้

    2. บทบาทหนึ่งที่เรามีคือบทบาทผู้นำ เป็นผู้เอื้ออำนวย เอื้อในการสื่อสาร การแสดงออก ให้เขามีทางเลือก

    3. หัวใจมีช่องทางเข้าหลายทาง

    4. เราตามรอยเขา เขาทิ้งร่องรอยอะไร ตามไป ความต้องการภายในได้รับการปลดปล่อย ความฝัน ความขัดแย้ง ถูกรับฟัง ถูกเข้าใจ

    5. ละครบำบัดใช้จินตนาการเป็นเครื่องมือ แสดงออกเพื่อตนเอง

    6. งานศิลปะไม่ใช่กีฬา ไม่แข่งขันไม่มีแพ้ชนะ

    7. ในเรื่องดนตรี ในMovement เปิดเพลงต้องมีจังหวะช้อนตัวเขา แบบกลุ่มใช้เพลงpop แบบเดี่ยวแจ็สจะดี มีจังหวะชัดเจน

    8. ละครบำบัดถ้าทำแล้วอาจมีบาดเจ็บ ต้องคำนึงถึงหลักปลอดภัยไว้ก่อน(safety  first) ควรมีข้อตกลงเขียนไว้ที่ผนัง

   9. ในพื้นที่แห่งจินตนาการไม่มีผิดถูก

   10. เวลาแสดงละครมีความเป็นไปได้ที่จะเกิดขึ้นหลายอย่างจะรับมืออย่างไร มันอาจจะออกมาไม่ดีก็ได้ ไม่ต้องคาดหวังล่วงหน้า

สิ้นสุดการอบรมแต่ละคนก็มารับบทบาทของตนคืนไป