เป่าขลุ่ยเปิดหมวก "ความสุขของชีวิตที่แตกต่าง"
"เป่าขลุ่ยเปิดหมวก"
"ความสุขของชีวิตที่แตกต่าง "
|
|
วันพุธที่ 25 พฤษภาคม 2554 ผมได้พบเจอกับ
"ครูชูชาติ พรหมพันธุ์" ณ. ตลาดสุขจันทร์ อ.ระโนด จ.สงขลา
วันนี้ผมมีโอกาสได้พบเจอผู้ชายคนหนึ่งแล้วก็ดูเขาแปลกๆเขาผู้นั้น คือ ผู้ชายคนหนึ่งกับ การปั่นจักรยานโบราณคู่ชีพ เพื่อท่องเที่ยว และ"เป่าขลุ่ยเปิดหมวก"เดินทางแบบประหยัด “หลังจากที่ได้นั่งดูลีล่าของศิลปินเปิดหมวกท่านนี้...ก็รู้สึกว่าชอบใจในความสามารถ แต่ไม่รู้ว่าเขาเป็นใคร แต่งตัวแบบคนพเนจร แต่เราก็ร่วมบริจากให้เป็นเงินสดส่วนหนึ่ง แล้วก็นั่งดูผู้ชายคนนั้นเป่าขลุยไปเรื่อยๆ ได้ถ่ายภาพของเขาไป.ประมาณ 2-3 ภาพ เขาก็หยุดเป่าขลุ่ย คงจะเห็นว่าเราสนใจเขา พร้อมกับถามผมว่า " เป็นครูหรือทำงานอยู่ไหนครับ?.ผมก็ตอบว่า "ผมไม่ได้เป็นครู” และเพื่อนๆที่นั่งอยู่ที่นั้นก็บอกว่าผมทำงานการไฟฟ้า"ครูฯ ก็ตอบกลับมาว่าอ๋อ...ผมก็พยักหน้า.ยิ้มตอบ.และเขาก็นั่งจดบันทึกอะไรสักอย่าง..ผมก็เข้าใจว่าเขาคงจะบันทึกความทรงจำอะไรสักอย่างและเขาก็บอกว่าเขาเคยเป็นครู.เป็นครูบ้านนอก เป็นครูบนดอย.พร้อมกับส่งกระดาษใบน้อยๆ หนึ่งใบในมือ ให้ผม ซึ่งเป็น ชื่อ-ที่อยู่ พร้อมเบอร์โทรศัพท์ เขาชื่อ "ชูชาติ พรหมพันธุ์".ผมถามว่าพาโทรศัพท์มาด้วยหรือครับ...ถามกันไปถามกันมา..เขาบอกว่า นามสกุลพรหมพันธ์ แต่การเมืองไม่เกี่ยวกันนะ..เนื่องจากกำลังมีการปราศัยหาเสียง สส.เบอร์10 อยู่พอดี โทรศัพท์ผมไม่ได้พามาเป็นเบอร์ของเมียผมเอง..”ครูตอบ”.. ก็นึกในใจว่าคนๆ นี้คือใคร?.และ..ครูฯ ก็บอกว่าช่วยโทรศัพท์ไปเบอร์ที่ผมให้ทีผมอยากจะคุยกับเมียหน่อย ผมก็เลยโทรไปให้ ผมจึงได้มีโอกาสคุยกับ ภรรยาของครูด้วย เขาชื่อ คุณสุรางค์.ได้ยินน้ำเสียงก็รู้เลยว่าเป็นคนใจดีมากๆ หลังจากแลกที่อยู่กับครูแล้วก่อนจะลาจากกันไปครู บอกว่า."ให้ไปเข้า Google แล้วพิมพ์ว่า "ชูชาติ พรหมพันธุ์"...จะขึ้นประวัติของผม"...ก็ทำให้ผมสงสัยเพิ่มขึ้นไปอีก...หลังจากนั้นผมก็กลับถึงบ้าน....จึงเข้าไปค้นหาใน Google เลย....และได้ประวัติทั้งย่อๆ..แล้วยาวๆ...พร้อมภาพประกอบ.."..ชายคนนี้ไม่ธรรมดาจริงๆด้วย.."ชูชาติ พรหมพันธุ์". อาจารย์ ชูชาติ พรหมพันธุ์ เป็นอดีตอำนวยการ โรงเรียนสบแม่ข่า อ.แม่แจ่ม จ.เชียงใหม่ ก่อนลาออกจากราชการ ครู เมื่อเดือน ตุลาคม 2549 มาทำตาม “ความฝัน” ของตัวเองท่องเที่ยวมาแล้ว 8 ประเทศ กว่า 30,000 กม. และขี่มาแล้วเกือบทุกจังหวัดในมืองไทยและในปี 2551 ครูชูชาติ ปั่นจักรยานโบราณคู่ชีพ ออกเดินทางข้ามประเทศ เพื่อไปองเที่ยว และเผยแพร่วัฒนธรรม จากเชียงใหม่...กาญจนบุรี...นครศรีธรรมราช.......ปาดังเบซาร์...มาเลเซีย...โดยมีจุดหมายปลายทางที่ ประเทศอินโดนีเซีย...ระหว่างวันที่ 25 ก.พ.-25 พ.ค. 2551 เป็นเวลา 3 เดือน กว่า 6,000 กม. พาหนะในการเดินทาง ก็คือจักรยาน 2 ล้อคู่ชีพ ใช้พลังงานถีบจาก 2 ขา แทนน้ำมัน ค่ำไหนนอนนั่น อาศัยวัดนอนบ้าง




เจอคนจริงมาแล้วครับท่าน
ร่วมแลกเปลี่ยนประเด็นครูชูชาติที่นี้ครับ
http://www.gotoknow.org/blog/bangheem/440363#top
สวัสดีค่ะ
ประทับใจครูชูชาติ อ่านจากที่นี่...
และที่คุณ วอญ่า ค่ะ
สุดยอดจริงๆผู้เฒ่า...ช่างค้นหาสาระ..เรื่องราว..แบบบ้านบ้าน..ได้ดีจริงๆ..ชื่นชม.ชื่นชม..
ชื่นชมครับ
เป่าขลุ่ยเปิดหมวก "ความสุขของชีวิตที่แตกต่าง"
สวัสดีค่ะคุณเดชา
สวัสดีครับทุกๆท่านที่เข้ามาเยี่ยมชม ขอขอบคุณครับ
ขอให้ทุกๆท่านมีแต่ความสุข
คนเรานี่ตามปกติก็คลุกคลีอยู่กับการงานในชีวิตอยู่เป็นประจำวัน งานที่เราทำอยู่เป็นประจำนั้นย่อมเป็นเหตุให้มีความสุขบ้าง ทุกข์บ้างสลับสับเปลี่ยนกันไป
เวลาใดเราพอใจ เราก็มีความสุข ความสบาย
เวลาใดไม่พอใจ ก็เกิดความทุกข์ ความเดือดร้อน
เป็นอย่างนี้เสมอ
บางคราวก็มีความสุขมากจนลืมตัว บางคราวมีความทุกข์มากก็ลืมตัวเหมือนกัน คืดลืมไปว่าตนกำลังเป็นทุกข์อลู่แล้ว ก็ไม่ได้หาเหตุของความทุกข์นั้นเพื่อจะแก้ไขบำบัดไม่ให้เหตุเช่นนั้นเกิดขึ้นอีกต่อไป
จากความตอนหนึ่ง ในหนังสือทุกข์อย่างไร?ไม่ให้ทุกข์ พระธรรมเทศนา โดยพระพรหมมังคลาจารย์(ปัญญานันทภิกขุ)
วันนี้ตื่นเช้า ออกไปตลาดนาบอน เพื่อจัดหาอาหารเช้า และแล้วได้ยินเสียงขลุ่ยพริ้วมากันลมเย็นยามเช้า ใครน้อฟังขลุ่ยแตเช้า แล้วก็พบชายวัยกลางคน หนวยเครารุงรัง เอะ!คุ้นหน้าคุ้นตา อ้อ! อาจารย์ชูชาติ นักเดินทางด้วยจักรยาน ครวญเสียงขลุ่ยเปิดหมวกมีเศษเหรียญสามสี่เหรียญ เห็นสีหน้ามุ่งมั่น กับอารมณ์ดีของท่านแล้ว มีความสุขแต่เช้า ด้วยที่คนไม่รู้ัจักว่าท่านเป็นใครเค้าก็ดูว่า ไม่รู้คนบ้าที่ไหนมาขอทานแต่เช้า...ผมเข้าไปทักทายกับถ่ายภาพท่านไว้ เค้าก็ว่าคนถ่ายภาพท่าจะบ้ากว่า.... ว่าไปนั่น พบสัจธรรมว่า อย่ามองคนแค่สิ่งที่เห็นภายนอก คนเรามักมองคนแค่เปลือกนอกเท่านั้นเองแล้วตัดสินคนอื่นไปตามที่ตนคิด
26 มีนาคม 2552 วันนี้ท่านเดินทางมาถึง อ.นาบอน จ.นครศรีฯ ครับ
ความสุขของคนเรามีได้เสมอถ้าเราพอใจในสิ่งที่เรามีอยู่และเราชอบในสิ่งนั้น ที่สำคัญไม่ทำให้ผู้อื่นเดือนร้อนก็เป็นอันว่าใช้ได้แล้วครับ กับความสุขที่เราต้องการ