ท้าทายครู-ศิษย์
ห้องนี้นำเสนอเรื่องของการเรียนการสอนและการพัฒนานักศึกษา ครบทั้งระดับปริญญาตรีและปริญญาโท รวม ๔ เรื่อง มี ผศ.ดร.สมสิริ รุ่งอมรรัตน์จากคณะพยาบาลศาสตร์ มศว. รับผิดชอบดำเนินรายการ
ผู้มาเรียนรู้
อาจารย์วิไล ตั้งปนิธานดี จากรามาธิบดี เล่าเรื่องการพัฒนานักศึกษาผ่านกิจกรรมในรายวิชาสร้างเสริมสุขภาพ แทนที่จะให้นักศึกษาออกไปสำรวจชุมชน ให้กลับมาสำรวจตนเอง มีการทดสอบสมรรถภาพให้ปั่นจักรยาน ตกใจที่นักศึกษาทำได้เดี๋ยวเดียวทนไม่ไหว ...หลายอย่างคิดได้ แต่ทำไม่ง่าย ต้องอดทน บางคนบางเรื่องทำง่าย บางเรื่องทำยาก...
ให้นักศึกษาทำงานเป็นกลุ่ม ทำผังเครือญาติ ศึกษาตัวเองและครอบครัว สมมติว่ากลุ่มของตนเองเป็นชุมชนหนึ่ง คิดกิจกรรมแก้ปัญหาของตนเอง ปฏิบัติด้วยตนเอง ถ้าทำไม่ได้ก็ประเมินดูว่าทำไมจึงทำไม่ได้ แล้วติดตามผล ถ้าไม่มีงบประมาณก็ให้หาแหล่งประโยชน์ อาจารย์วิไลให้ข้อคิดว่าเวลาคิดกิจกรรม อย่าเริ่มจากการต้องมีงบประมาณก่อน
ทีมจากรามาธิบดี
นักศึกษาได้รู้จักตัวเองและครอบครัวของตนเอง ถ้าไม่เข้าใจตนเองจะเข้าใจคนอื่นได้อย่างไร ครูก็ได้ประโยชน์ ครูกับนักศึกษาต้องไปด้วยกัน มี time line เป็นทั้งพี่ เพื่อน หรือบางเวลาก็นั่งดูเฉยๆ สะกิดบ้างหากดูแล้วเห็นว่าจะไปไม่รอด ได้ฝึกรอดู ให้กำลังใจ
นักศึกษากลุ่มที่ทำโครงการเรื่องแอโรบิคในน้ำได้ร่วมเล่าเรื่องงานของตน บอกว่าว่ายน้ำไม่เป็นก็เล่นได้ เพราะมีพี่ (คณะอื่น) คอยแนะนำ ทำแรกๆ กล้ามเนื้อล้า เวลาที่ทำโครงการต้องศึกษาวิชาการที่ถูกต้องด้วย ใช้เวลาประมาณ ๑๐ สัปดาห์ ทำกิจกรรมอย่างน้อย ๓ ครั้ง/สัปดาห์ ถ้าทำไม่ได้ต้องหากิจกรรมอื่นทำแทน มีปัญหาบ้าง เช่น ในกลุ่มมีเวลาว่างไม่ตรงกัน อากาศไม่ดี ฝนตก
ผลลัพธ์ก็คือน้ำหนักลด รอบเอวลด ร่างกายฟิตมากขึ้น นักศึกษาบอกว่า “อึดขึ้น”
มีคำถามจากผู้เข้าประชุม เช่น สมาชิกมี BMI เกินทุกคนหรือเปล่า ทำแล้ว BW จะลดต่ำเกินไปหรือไม่ แอโรบิคในน้ำแตกต่างจากบนบกอย่างไร ฯลฯ
อาจารย์จากภาควิชาการพยาบาลสาธารณสุข คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล มาเล่าเรื่องการสอนรายวิชาการสร้างเสริมสุขภาพและป้องกันโรคในชุมชน แบบ e-learning ซึ่งมีกิจกรรมที่น่าสนใจหลายอย่าง อาทิ กระดานเสวนา กระดานข่าว ข้อสอบมีการ random คำตอบ การทบทวนวรรณกรรมใส่ในบล็อก การสัมมนาที่ยก hot issue ในช่วงนั้นๆ ขึ้นมา โต้วาทีบนเว็บบอร์ด ฯลฯ
ผู้เข้าประชุมได้ลองทำข้อสอบกันด้วย ได้ยินเสียงบอกว่ายากจัง
การเรียนการสอนแบบนี้ นักศึกษาไม่ต้องเดินทางมาเรียน ลดค่าใช้จ่ายในการเดินทาง แต่ต้องทำงานหนัก
อาจารย์ทำงานหนักกว่าเดิม แต่บริหารจัดการกับเวลาได้ดีขึ้น ผลพบว่านักศึกษามีวินัยดีขึ้น ส่งงานได้ตรงเวลามากขึ้น อาจารย์กระตือรือร้นมากขึ้น คิดอะไรที่ทันสมัยมากขึ้น ทำหน้าที่เป็นโค้ชมากขึ้น มีข้อเสนอแนะว่าจำนวนผู้สอนต้องไม่เยอะเกินไป เพราะต้องคุยกันบ่อย
ทีมนักศึกษาพยาบาลจากมหาวิทยาลัยพะเยามาเล่าเรื่องโครงการบุตรบุญธรรม ด้วย role play และมีภาพกิจกรรมที่ทำประกอบได้อย่างน่าประทับใจ นักศึกษาชายคนหนึ่ง (หน้าตาน่ารัก) แสดงเป็นอาจารย์ มีคำถามเชิญชวนให้ผู้เข้าประชุมมีส่วนร่วม อีกคนเป็นผู้ใหญ่บ้าน นักศึกษาหญิงเป็นนักศึกษาปี ๑ อีกคนเป็นผู้สูงอายุ
ทีมนักศึกษาจากมหาวิทยาลัยพะเยา
ผู้เข้าประชุมมีคำถาม เช่น
- ต้องเข้าไปค้างอยู่กับชาวบ้านด้วยหรือเปล่า เข้าไปเยี่ยมบ่อยแค่ไหน ได้คำตอบว่าไปทุกวันเสาร์ มีรถของมหาวิทยาลัยไปส่ง มีอาจารย์ไปด้วย ทุกเย็นก่อนกลับจะมีการประชุมร่วมกับพี่เลี้ยงและอาจารย์... ได้ไปเจอปัญหาอะไรบ้าง อาจารย์แนะนำให้ไปหาข้อมูลอะไรเพิ่มเติม มีการประเมินสุขภาพเบื้องต้น
- หลังสิ้นสุดโครงการ เข้าไปเยี่ยมชาวบ้านอีกหรือเปล่า
- สุขภาพของชุมชนมีการเปลี่ยนแปลงไปอย่างไร นักศึกษาตอบได้อย่างน่ารักว่า ชาวบ้านบางคนเปลี่ยนพฤติกรรมได้ บางคนยังเปลี่ยนไม่ได้ (กินเมี่ยง+เกลือ) ที่เปลี่ยนได้คือมีการออกกำลังกาย-รำวงย้อนยุคทุกเย็น หมู่บ้านนี้เดิมมีการต้มเหล้าเถื่อน ตำรวจยังเข้าไม่ได้เลย
- มีการสำรวจชุมชนก่อน-หลังหรือไม่ พร้อมเสนอแนะให้ทำ
ผู้เข้าประชุมดูจะสนใจเรื่องผลที่เกิดขึ้นกันมาก ถ้าฟังแบบลึกๆ จะเห็นสิ่งที่เกิดขึ้นทั้งกับชาวบ้านและนักศึกษาที่สวยงามมากมายระหว่างการดำเนินการ ดิฉันได้วิธีการที่จะเอามาใช้ในการสร้างความผูกพันระหว่างนักศึกษาใหม่และอาจารย์ที่ปรึกษา
คุณวิภาพร จันทนาม นักศึกษาปริญญาโท คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น มาเล่าเรื่องการทำโครงการ “เติมรักให้น้อง” ที่จัดขึ้นสำหรับเด็กในศูนย์ฝึกอบรมเด็กและเยาวชน ตอนแรกๆ ที่นักศึกษาเข้าไปในศูนย์ฯ รู้สึกกลัวเยาวชนที่อยู่ในนั้นมาก แต่พอได้วิเคราะห์ปัญหาแล้วพบว่าสิ่งสำคัญคือพวกเขาขาดความรัก ไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด เป็นน้องที่เราควรให้โอกาสและเติมความรักให้
ช่วงที่ฝึกงานอยู่ที่นี่ ได้มีการจัดกิจกรรมให้กับเยาวชนใน "โครงการประพฤติดี ปฏิบัติเยี่ยม ปณิธานเปี่ยม อนาคตรุ่ง" มีฐานกิจกรรม ๔ ฐานคือ
- ฐานที่ ๑ ให้ความรู้เรื่องโรคเอดส์และโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์
- ฐานที่ ๒ ต้นไม้แห่งความดี เป็นกิจกรรมการสร้างคุณค่าในตนเอง ให้เขียนใส่หัวใจว่าตนเองมีความดีอะไรบ้าง ทำให้รู้ว่าน้องๆ ไม่ได้ไม่ดีทั้งหมด บางคนคิดว่าตนเองไม่มีดีอะไรเลย ต้องให้เพื่อนบอก
- ฐานที่ ๓ เกราะป้องกันชีวิต เป็นเรื่องเกี่ยวกับการสร้างสัมพันธภาพที่ดีต่อกัน มีกิจกรรมเล่นเกมการสร้างเกราะหุ้มไข่
- ฐานที่ ๔ ทักษะชีวิตพิชิตความชั่วร้าย สอนเรื่องการปฏิเสธสิ่งที่ไม่ดีต่างๆ
เข้าห้องนี้แล้วได้เรียนรู้อย่างหลากหลายและท้าทายความสามารถของครู-ศิษย์จริงๆ
วัลลา ตันตโยทัย