ปัญหาการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญามีการขยายตัวเพิ่มมากขึ้น ส่งผลกระทบต่อการค้าระหว่างประเทศ เนื่องจากประเทศคู่ค้าที่สำคัญของประเทศไทย เช่น สหรัฐอเมริกา สหภาพยุโรป มักหยิบยกการละเมิดทรัพย์สิน ทางปัญญาในประเทศไทยมาเป็นประเด็นในการใช้เป็นมาตรการกีดกันและ โต้ตอบทางการค้าแก่สินค้านำเข้าจากไทยในบางรายการ นอกจากนี้ ยังทำให้ ผู้สร้างสรรค์ผลงานใหม่ๆ ขาดแรงจูงใจในการสร้างสรรค์ผลงานขึ้นมาใหม่

     มีแนวทางหรือกิจกรรมอย่างไร ?? ในการป้องปรามการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาอย่างจริงจัง***ในเรื่องการปราบปรามการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา เช่น

๑.  อาจจะจัดชุดปฏิบัติการจรยุทธ์ ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจและภาคเอกชนซึ่งเป็นเจ้าของสิทธิเพื่อออกตรวจสอบย่านการค้าและศูนย์การค้าเป้าหมายที่มีอัตราการจำหน่ายสินค้าละเมิดที่สูง  และอาจจะจัดชุดปฏิบัติคณะทำงานไตรภาคีออกตรวจสอบโรงงานผลิตซีดี

๒.   จัดกิจกรรมรณรงค์ ไม่ซื้อ ไม่ขายไม่ใช้ของปลอม เพื่อกระตุ้นให้ร้านค้าและประชาชนได้จำหน่ายและมีการชื้อสินค้าที่ถูกต้องตามกฎหมายโดย กรมทรัพย์สินทางปัญญาร่วมกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กรมสอบสวนคดีพิเศษเจ้าของสิทธิด้านลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า

       การปราบปรามการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาอย่างจริงจังและต่อเนื่อง ทำให้การจำหน่ายสินค้าละเมิดลดลงและยังเป็นมาตรการในการคุ้มครองผู้คิดสร้างสรรค์คิดค้นผลงานที่เป็นของตนเองเพื่อให้มีความสามารถในการแข่งขันทางการค้ากับต่างประเทศโดยไม่ถูกกีดกันทางการค้ากับนานาชาติ ดังนั้น                  

         การป้องกันคุ้มครองสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญาในต่างประเทศ เ นื่องจากปัจจุบัน ผู้ส่งออกไทยมักประสบปัญหาการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาไทยในต่างประเทศอันส่งผลกระทบต่อการค้าและการส่งออกเป็นจำนวนมาก จึงต้องดำเนินการเช่น การอบรมเชิงปฏิบัติการร่วมกับสำนักงานสิทธิบัตรและเครื่องหมายการค้าสหรัฐอเมริกาเพื่อส่งเสริมสร้างความเข้าใจถึงกระบวนการให้ความคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญาในสหรัฐอเมริกา และการประชุมกลุ่มผู้เชี่ยวชาญด้านทรัพย์สินทางปัญญา ภายใต้กรอบเอเปค เพื่อแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นและร่วมมือกันจัดทำโครงการความร่วมมือด้านทรัพย์สินทางปัญญาเพื่อให้สอดคล้องด้านนโยบาลและแนวทางปฎิบัติกับประเทศสมาชิกเอเปค