ไม่ได้ทำสวนเป็นอาชีพ เพียงแต่อยากปลูกอะไรก็ปลูกไว้ เก็บดอกผลกินบ้าง แจกบ้าง ปล่อยทิ้งไปบ้าง

บันทึกเมื่อเดือนมีนาคม

เมื่อวันที่ ๑๕ เมษายน ๒๕๕๔ หลัง clear งานที่เร่งรัดได้ระดับหนึ่ง (อ่านที่นี่) ดิฉัน สามี และพี่สาวก็เดินทางไปบ้านแม่ที่นครนายก พี่สาวคนโตและครอบครัวของน้องชายคนเล็กไปล่วงหน้าเรา ๑ วัน วันนี้มีการทำบุญเลี้ยงพระเพลที่บ้านแม่ พี่ๆ น้องๆ ช่วยกันทำอาหารคาว-หวานเอาไว้เรียบร้อยแล้ว ครอบครัวของพี่สะใภ้คนหนึ่งก็มาร่วมด้วย

ทำบุญเลี้ยงพระเรียบร้อย ช่วงบ่ายเราก็ออกสำรวจสวนอีกเช่นเคย แดดร้อนแต่ก็มีลมพัดให้ความเย็นได้บ้าง เราไม่ได้ทำสวนเป็นอาชีพ เพียงแต่อยากปลูกอะไรก็ปลูกไว้ เก็บดอกผลกินบ้าง แจกบ้าง ปล่อยทิ้งไปบ้าง สมัยที่เรายังเป็นเด็ก แถวบ้านมีแต่ท้องนา ไม่ค่อยมีใครปลูกผลไม้

 

 ทิวทัศน์

ลูกสับปะรดโตขึ้นมากเมื่อเทียบกับเดือนก่อน ชมพู่ต้นใก้ลๆ กันมีลูกไม่มากนัก แต่รสชาติหวานดี

 

มะยงชิดหมดลูกแล้ว กำลังแตกยอดใหม่ เราเก็บมะม่วงน้ำดอกไม้และเขียวเสวยที่แก่แล้วได้เยอะแยะ พวกเราเสียดายมะม่วงที่สุกตกอยู่ตามใต้ต้น เพราะไม่มีคนที่จะคอยเก็บบ่อยๆ วันนี้เราเก็บมะม่วงได้เยอะมากจนต้องขายมะม่วงเขียวเสวย ๓๕ กก.ให้กับชาวบ้านที่เขาจะเอาไปขายต่อ เราขายเพียง กก.ละ ๑๐ บาท

 

 ซ้าย-มะม่วงน้ำดอกไม้ ขวา-มะม่วงเขียวเสวย

รังผึ้งขนาดใหญ่ยังอยู่ที่ต้นมะม่วงต้นเดิม เวลาเดินผ่านต้องระมัดระวังไม่รบกวนให้ผึ้งแตกรัง ยังไม่รู้เลยว่าจะเก็บมะม่วงจากต้นนี้ได้อย่างไร

ฝนตกลงมาหลายรอบแล้ว ต้นหญ้าจึงขึ้นสูงเต็มไปหมด ผักชะอมแตกยอดให้เราเก็บได้กำใหญ่ ตำลึงก็งาม ต้นมะกอกฝรั่งและต้นมะเฟืองหวานข้างบ้านต่างก็แตกยอดออกดอกสะพรั่ง ดิฉันเพิ่งเคยได้กลิ่นดอกพุทราที่บาน กลิ่นเหม็นจัง 

 

ซ้าย-ผักจากสวน ขวา-ดอกพุทรา

กล้วยน้ำว้าถูกปล่อยทิ้งจนสุกคาต้นเกือบทั้งเครือ เราเก็บมาตัดเอาเฉพาะหวีที่ยังกินได้ ต้นหว้าที่เดือนที่แล้วออกดอกเต็มต้น ตอนนี้มีลูกเขียวๆ เต็มไปหมด บางส่วนมีสีแดงและดำแล้ว ชิมดูมีรสเปรี้ยวๆ ฝาดๆ

 

ซ้าย-กล้วยสุกคาต้น ขวา-ลูกหว้า

ปลาตะเพียนและปลานิลที่น้องชายและน้องสาวเลี้ยงไว้ก็โตขึ้นมาก เราทอดแห ๒ ครั้งก็ได้ปลามาเต็มถัง

 

ซ้าย-ปลาตะเพียน ขวา-ปลานิล

คราวนี้ดิฉันเตรียมหม้อมาทำปลาตะเพียนต้มเค็มด้วย ปลาต้มเค็มของเราไม่หวาน เครื่องปรุงมีรากผักชี กระเทียม ปรุงรสเค็มด้วยเต้าเจี้ยว รสหวานเล็กน้อยด้วยน้ำพริกเผา (สำเร็จรูป) รสเปรี้ยวเล็กน้อยด้วยมะขามเปียก รสเผ็ดเล็กน้อยด้วยพริกแห้งทั้งเม็ด น้องชายเห็นว่าปลาต้มเค็มของเราดูเข้าทีเลยให้ทำอีกหม้อหนึ่งและเอากลับไปกินที่กรุงเทพฯ ภายหลังได้รับคำชมว่าอร่อยมาก หลานสาวคนสวยก็ชอบ

น้องสาวซื้อปลาดุกท้องนาเอาไว้ให้ เราจึงทำอาหารเย็นกันอีก นอกจากเอาปลานิลและปลาตะเพียนทอดแล้ว พี่สาวยังทำแกงเผ็ดปลาดุก ใส่กะทิจากมะพร้าวน้ำหอมที่แก่แล้วจากสวน ขูดมะพร้าว คั้นกะทิเอง หลายคนชอบต่างกัน แกงของเราจึงแบ่งเป็น ๒ หม้อ หม้อหนึ่งใส่กล้วยน้ำว้าดิบ อีกหม้อใส่ใบยออ่อน เราแซวกันเองว่าทำครัวกันยุ่งกว่าใหญ่กว่าตอนทำอาหารเลี้ยงพระเสียอีก

 

มะพร้าวและกล้วยน้ำว้าจากสวน

เรากินอาหารเย็นร่วมกันพี่ๆ น้องๆ อย่างเอร็ดอร่อย วันนี้แม่ไม่ค่อยสบายเลยนอนเป็นส่วนใหญ่ แต่ก็ยังกินอาหารที่เราทำ แม้จะไม่ได้มานั่งร่วมวงด้วย

กว่าดิฉันจะออกเดินทางกลับกรุงเทพฯ ก็ค่ำแล้ว แวะส่งพี่สาวที่บ้านย่านงามวงศ์วานและช่วยกันล้างทำความสะอาดมะม่วงที่เก็บมา เตรียมมะม่วงน้ำดอกไม้เพื่อบ่มให้สุก ส่วนเขียวเสวยแยกไว้เอาไปฝากน้องๆ ที่นครศรีธรรมราช

ตั้งใจเอาไว้ว่าจะพยายามมาเยี่ยมแม่ให้ได้ทุกเดือน

วัลลา ตันตโยทัย