เมื่อวานนี้ผู้เขียนนั่งมองดูนกกางเขน ตัวเดิมร้อง จู้ จี้ จู้จี้ ๆ นกกางเขนตัวนี้จะร้องที่หน้าบ้านตอนเช้าทุกวัน เหมือนปลุกคนในบ้านไร่ว่าตื่นได้แล้ว ตื่นได้แล้ว…

 

 ผู้เขียนสังเกตว่า นกกางเขนตัวผู้สีจะสดกว่านกกางเขนตัวเมีย เช่นสีดำก็ดำสนิทกว่า นกกางเขนสองคู่นี้(อิจฉานกที่มาเป็นคู่)มาทุกวัน ทั้งตอนเช้าและตอนเย็น มากินแมลงเล็กๆในไร่ บางทีก็เกาะที่ต้นนุ่นหาแมลงเล็กๆกิน

 

 

แต่ดูเหมือนว่าที่เขาชอบมากที่สุดจะเป็นสายไฟฟ้าหน้าบ้าน ทุกครั้งที่ออกมาตอนเช้าจะพบกันนกกางเขนคู่นี้ร้องเพลงโต้ตอบกันเป็นประจำ

ผู้เขียนคิดว่า การถ่ายภาพนกนี้ต้องใจเย็นๆ บางทีต้องใช้การรอ หรือนั่งนิ่งๆ ยิ่งนิ่งเท่าไร นกก็จะเข้ามาใกล้เท่านั้น นกที่ไร่ค่อนข้างเชื่อง แต่ที่นกกลัวมากที่สุดดูเหมือนจะเป็นหมาน้อยสองตัว ที่ชอบคอยไล่ขับนกที่มาลงกินน้ำหรือลงกินอาหารในจานข้าวของหมาน้อย…ประมาณว่า จานข้าวข้าใครอย่าแตะ..

 

 

 

 ผู้เขียนชอบดูสีขนของนกกางเขน มีสีขาวและสีดำ มีเพื่อนคนหนึ่งบอกว่า  ขนของนกกางเขนคล้ายกับชุดของวาทยกร วงดนตรี symphony เอดูไปดูมาก็เหมือน จริงๆด้วย

 

 

นกอีกชนิดหนึ่งที่มาบ่อย แต่ไม่ค่อยประจำคือนกกระเต็น  ผู้เขียนคิดว่า นกกระเต็น บ้านเรามีไม่กี่ชนิด เมื่อเข้าไปค้นข้อมูลพบว่ามีประมาณ 13 ชนิดนิสิตของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ที่ชมรมนกบอกว่าในมหาวิทยาลัยมีนกกระเต็นปักหลัก ขนของเขาจะมีสีลายๆ

 

 

 

  ส่วนเจ้านกกระเต็นตัวนี้ที่ผู้เขียนเอามาให้ผู้อ่านดู     เขามีชื่อว่า นกกระเต็นอกขาว นกกระเต็นชนิดนี้ปากเขาจะสีแดง ปีกมีสีฟ้าและสีดำ ตัวนกจะเป็นสีน้ำตาล ที่สำคัญคือ อกของเขาจะมีสีขาว ผู้เขียนถ่ายภาพนกชนิดนี้ได้ทั้ง ข้างหน้า ข้างหลัง ข้างซ้ายและข้างขวา เหมือนได้ถ่ายภาพนางแบบเลย เล่นโพสท่าขนาดนั้น

 

ผู้เขียนอ่านข้อมูลพบว่านกกระเต็นชนิดนี้ ตัวนกเองจะเจาะริมฝั่งดินทำรัง อาศัยอยู่ในรู โดยปกตินกโดยทั่วไปจะทำรังอยู่บนต้นให้ นกชนิดนี้แปลกมากเพราะทำรังในรู

 

 

 

 ตอนช่วงนี้ ฝนที่บ้านไร่ ตกบ่อย แต่ไม่ตกหนักและบ่อยเหมือนในกรุงเทพฯ ตอนนี้ผู้เขียนเลยมีเรื่องทำคือ ขยายต้นไผ่หวานและไผ่ชนิดต่างๆโดยการตอน แล้วเอามาปลูก สมัยก่อนไม่ค่อยได้ตอน อัตราการรอดของต้นไผ่ค่อนข้างน้อย แต่เมื่อตอน อัตราการรอดตายของต้นไผ่สูง แทบจะไม่ตายเลยเนื่องจากว่า การตอนไผ่ขยายพันธุ์จะทำให้ไผ่มีการรอดได้มาก ปลูกไม่นานก็ออกหน่อ…

 

 

 

 มีอยู่กอหนึ่ง กอไม่ใหญ่เท่าไร แต่ออกหน่อ 10 กว่าหน่อ ผู้เขียนเอาขี้วัวใส่และพยายามพรวนดินรดน้ำเพิ่ม คาดว่าไม่นานคงมีหน่อไม้ออกเพิ่มอีก 

 

พอพูดถึงหน่อไม้แล้วคิดถึงอาหารที่ทำมาจากหน่อไม้  คนสมัยก่อนมีภูมิปัญญาที่ดี เอาใบหญ้านางมาคั้นทำหน่อไม้กับใบหญ้านาง กินแล้วไม่เป็นอันตรายและทำให้หน่อไม้ออกรสหวาน

 

 

   ลองอ่านประโยชน์ของไม้ไผ่เชิงวัฒนธรรมจากข้อมูลข้างล่างนะครับ จะพบว่า ไม้ไผ่อยู่คู่กับคนไทยมานานแถมมีประโยชน์หลากหลายมาก

ตอนเย็นนี้  มีหน่อไม้หลายหน่อแล้วว่าจะเอาไปทำกับข้าวมื้อเย็น ที่บ้านผู้เขียน ตอนเด็กๆมักเอาหน่อไม้มาหั่นเป็นฝอยๆ เอาไปผัดไข่ใส่ใบโหระพา  ของกินที่คนจังหวัดกาญจนบุรีทำกินคือ แกงป่าไก่ใส่หน่อไม้ดอง  ถ้าไม่มีหน่อไม้ก็เป็น แกงป่าไก่ใส่มะเขือขื่น  ผู้อ่านอยู่ในภาคอื่นๆ มีหน่อไม้แล้ว จะเอาไปทำอะไรกินดีครับ… เผื่อผู้เขียนจะได้ทำตามบ้าง…(ฮา) ขอบคุณครับที่เข้ามาอ่าน…

 

ขอบคุณข้อมูล

นกกางเขนบ้าน
http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%99%E0%B8%81%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B9%80%E0%B8%82%E0%B8%99
นกกระเต็น
http://www.reocities.com/SoHo/Study/7416/kingfisher343.html
http://www1.mod.go.th/heritage/nation/birds/bird02.htm
ไม้ไผ่
http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B9%84%E0%B8%9C%E0%B9%88
ประโยชน์จากไผ่เชิงวัฒนธรรม
http://www.culture.go.th/knowledge/story/bamboo/bamboo.html
ไผ่หวาน
http://www.bansuanporpeang.com/node/2994
การตอนกิ่งไผ่
http://gotoknow.org/blog/yahoo/402767