นึกถึงหัวอกของคนจากบ้านเกิดเมืองนอน.....

คุยกับครูคนแรกในความทรงจำ6

โสภณ เปียสนิท

..................................


ใจเผลอคิดถึงการเดินทางโดยใช้เรือเป็นพาหนะ “เดินทางมาอย่างไรครับ” “โอ้ย...เดินซิ เดินมากับยายอับแต่เช้าตรู่ เดินไปคุยไป มองนกชมไม้ไพรพนา ไม่เหนื่อย คนแก่เดินช้า เราก็ไม่ได้เร่งอะไร กว่าจะถึงท่ามะนาวก็เย็นย่ำสายัณห์ตะวันรอน ไปไหว้ครูด่วนก่อน แล้วจึงกลับมาค้างที่บ้านยายอับ”


นึกถึงหัวอกของคนจากบ้านเกิดเมืองนอน “เห็นโรงเรียนที่เราต้องสอนแล้วรู้สึกอย่างไรบ้างครับ” ครูใหญ่ยิ้มกว้างอย่างอารมณ์ดี “นอนคว่ำหน้าทุกข์ร้อนเหงาหงอยวังเวงอยู่หลายวัน เพราะความเกรงใจป้าแท้ๆ จึงไม่กล้าไปไหน” “ใครเป็นครูใหญ่ครับตอนนั้น” “ครูด่วน ถ้ำทอง” “นักเรียนมากไหมครับ” “รุ่นนั้น 18 คน เป็นไข้เปลี่ยวดำ มาเลเรียตายไปคนหนึ่ง” “อาคารโรงเรียนดีไหม” “โอ้โห มีแค่ 2 ห้อง มีเสากับหลังคากระเบื้อง ไม่มีหลบ และไม่มีฝา ฝนสาดเข้าได้ทุกด้าน”


ครูนั่งนิ่งมองผ่านหน้าร้านไปที่ถนนใหญ่สายกาญจนบุรี-เอราวัณ รถยนต์นักท่องเที่ยววิ่งผ่านขึ้นล่องไม่ขาดสาย เหมือนรำลึกความทรงจำอันยาวนาน แล้วกล่าวต่อเหมือนรำพึง “ต่อมาครูด่วนย้ายไปสอนที่หนองไม้เอื้อย บ่อพลอย ครูอนันต์ รับหน้าที่เป็นครูใหญ่แทนต่อมา แต่อีกปีต่อมาครูอนันต์ก็ย้ายไปเป็นครูสายผู้สอนที่โรงเรียนวัดเหนือ ครูจึงต้องรับตำแหน่งครูใหญ่ต่อมา เพราะมีครูอยู่คนเดียว”


คิดถึงสภาพบ้านนาป่าดงไกลปืนเที่ยง “สภาพตอนท่ามะนาวคงเป็นป่าดง” ครูอดหัวเราะออกมาไม่ได้ “ยิ่งกว่านั้นอีก สมัยนั้นหน้าฝน ฝนตกหนัก คนเดินมักตกหล่ม ในหมู่บ้านมีแต่ป่า มีเสือมาร้องแถวๆหมู่บ้าน มีหมาในมากด้วย วัวตัวไหนตัวนั้นมาไนล่าแล้วไม่พลาด ครูจำได้ว่า ครั้งหนึ่งวัวชื่ออีสีของแม่ยายยังถูกหมาไนล่าจนตาย ตอนล่าอาจใช้เวลาไม่นาน แต่พอวัวล้มลงมาแล้ว ครู่เดียวหมดไปทั้งตัว”


“เหตุใดครูจึงยอมมาสอนบ้านป่าเมืองดงขนาดนี้ครับ” ผมนึกย้อนกลับไปสมัยเก่า ท่ามะนาวเป็นหมู่บ้านใหม่ตั้งอยู่กลางป่าดง เริ่มมาจาก “ปางไม้” กลุ่มชาวบ้านที่เข้ามาอยู่ในป่าเพื่อตัดไม้ขายเลี้ยงชีพ “เพราะเกรงใจป้า อย่างที่บอกแล้ว และอีกอย่าง วางแผนไว้ว่า อยู่ไปก่อนสักระยะ แล้วค่อยขอย้ายกลับไปใกล้ๆ บ้าน” ครูพูดยิ้มๆ ให้กับความหลังของตนเอง แม้ทุกวันนี้ท่ามะนาวกลายเป็นบ้านหลังสุดท้ายของครู ที่จะไม่ยอมย้ายไปไหนอีกแล้ว


ตอนที่ 3

ตอนที่4

ตอนที่5

ตอนที่6

ตอนที่7