อย่ายืนค้ำหัวผู้ใหญ่ ...เดินผ่านผู้ใหญ่ต้องก้มหลัง......

แม่จ้ำจี้จ้ำไชสอนลูกๆทุกคนเสมอ.....

  • เดินผ่านผู้ใหญ่ต้องก้มหลัง....

  • เดินบนบ้านอย่าลงส้นเท้า...ให้ใช้ปลายเท้าลงก่อนจะได้ไม่เดินเสียงดังบนบ้าน

  • อย่ายืนค้ำหัวผู้ใหญ่.....

  • อย่านั่ง ยืน นอนเหนือหัวผู้ใหญ่...

  • กินข้าวอย่าเคี้ยวดังจั๊บๆ...

  • พูดกับผู้ใหญ่ต้องจ๊ะ จ๋า...

  • อย่าเถียงผู้ใหญ่...

  • อย่าใช้เท้าเขี่ยข้าวของ....

  • ....ฯลฯ....

ทั้งหลายนี้พ่อแม่มักใช้สอน รวมถึงใช้ดุว่า พวกเราลูกๆเมื่อทำกริยาไม่ดี

       เมื่อวันก่อนดิฉันนอนเล่นอยู่บนเก้าอี้โยก ใช้หลานให้หยิบถังขยะมาให้ หลานคนนี้เดินไปใช้เท้าเขี่ยถังขยะมาให้ ดิฉันตกใจดุว่าทำไมถึงใช้เท้าเขี่ย ทำไมไม่หยิบทีหลังอย่าทำอย่างนี้อีก....มองดูหน้าหลาน ดูเขาตกใจงง ดูเหมือนเขางงว่าเขาทำผิดอะไร....

       ย้อนกลับไปดูตัวเราเองนึกได้ว่าเราเคยสอนลูกหลานแบบแม่สอนเราหรือไม่ คำตอบคือไม่ค่อยสอน...แถมสิ่งที่เราทำทุกวันนี้ยังเป็นแบบอย่างที่ไม่ดีนัก เราใช้เท้าเปิดพัดลม...เราใช้เท้าเขี่ยข้าวของบางอย่าง เรา.....ทำอีกหลายๆอย่างที่ไม่ดูดี แต่เราก็ทำจนเคยชิน โดยให้เหตุผลกับตัวเองในใจว่า...เราก้มไม่ได้เพราะเราผ่าตัดหลังใส่เหล็ก แต่ลูกหลานไม่รู้เหตุผลนี้...

       ....ภาพที่ลูกหลานเห็นเราเป็นต้นแบบ เขาคงคิดว่าเป็นเรื่องปกติที่ป้ายังทำแบบนั้นได้....เมื่อเขาทำบ้างเหมือนที่ป้าทำกลับโดนดุ เขาจึงงงๆ.....

       คำสอนกริยามารยาทไทยที่ตกทอดกันมาจากพ่อแม่ ปู่ย่า ตายาย มาถึงปัจจุบัน กับวัฒนธรรมต่างชาติ ที่เข้ามามีอิทธิพลต่อเด็ก ถ้าเราปล่อยผ่านโดยไม่สั่งสอนลูกหลานให้มีความเข้าใจที่ถูกต้องว่าสิ่งใดดี สิ่งใดไม่ดี ไม่ควรเอาเป็นแบบอย่าง ต่อไปเด็กเยาวชนคนไทย จะหลงลืมกริยามารยาทแบบไทย....

      คำแม่สอน...ควรต้องกลับมา เป็นคำสอนจากย่า จากยายสู่หลานแล้วนะคะ