ผมจับความหรือย่อมาจากการประชุม Concurrent Session ของ AGB 90 เรื่อง Successful Transitions in the College Presidency ตอนบ่ายวันที่ ๔ เม.ย. ๕๔ โดยผมเข้าไปประชุมช้า เนื่องจากติดนัดคุยกับ Rick Legon, AGB President เรื่องความร่วมมือกับ Thai AGB
แต่เมื่อได้ฟังผู้เข้าร่วมประชุมคนหนึ่งบอกว่า เป็นประสบการณ์ชีวิตรันทดของอธิการบดีคนที่กำลังจะหมดวาระ และเขาประกาศชื่ออธิการบดีคนใหม่แล้ว ผมก็ปลงอนิจจัง ว่ามิติความอ่อนแอของมนุษย์เป็นของธรรมดาหนอ เป็นปัญหาที่ไม่จำกัดเชื้อชาติ
เขาบอกว่ากลไกสำคัญคือ Search Committee ที่จะช่วยทั้งอธิการบดีคนเก่าที่กำลังจะหมดวาระ และช่วยอธิการบดีคนใหม่ ให้เตรียมตัวสานงานต่อ (ทั้ง 2C – Continuity & Change) อย่างราบรื่น
การช่วยอธิการบดีคนเก่า เพื่อให้มีผลงาน หมดวาระอย่างสง่างาม ไม่ใช่รู้สึกว่าจากไปอย่างถูกขับไล่ไสส่ง ผมเดาว่าเรื่องนี้เป็นวัฒนธรรมอเมริกัน ที่ตรงไปตรงมาขาดความละเอียดอ่อน ต่างจากคนตะวันออกที่มีมิติด้านนี้มาก
Best Practice ที่มีคนเล่า คือ
• บอร์ด กำหนด transition plan
• อธิการบดีเก่า เขียนบันทึกสรุปสำหรับมอบให้อธิการบดีใหม่
• เจ้าหน้าอาวุโส เขียนบันทึกสรุปเพื่อมอบให้อธิการบดีใหม่ ให้รู้สภาพความเป็นไปของงานในปัจจุบัน
• มี Transition Committee ที่อุปนายกสภามหาวิทยาลัยเป็นประธาน ช่วยอำนวยความสะดวกในการส่งผ่านงาน
ผมฟื้นความจำว่าสมัยผมออกจากคณบดีคณะแพทยศาสตร์ และออกจาก ผอ. สกว. ผมทำอย่างไร จำได้รางๆ ว่าผมทำ ๓ อย่าง คือ (๑) สรุปสาระสำคัญของงานด้านต่างๆ เน้นงานพัฒนา จัดเป็นวาระประชุม บอร์ด ซึ่งในกรณีคณะแพทยศาสตร์ คือที่ประชุมคณบดี และกรณี สกว. คือคณะกรรมการนโยบาย (๒) ประชุมทำความเข้าใจงานส่วนที่ต้องต่อเนื่อง หรือต้องพัฒนายกระดับขึ้นไปอีก ในหมู่ผู้บริหารของ สกว. เนื่องจาก ผอ. ใหม่ คือ ศ. ดร. ปิยะวัติ บุญ-หลง เป็นคนใน (๓) คุยกัน ๒ คน ระหว่างคนเก่ากับคนใหม่