หากเราได้รับคำชมเรื่องใด เราก็จะพยายามในเรื่องนั้นมากขึ้นตามไปด้วย

สวัสดีครับทุกๆ คนผมนายลิ้นจี่เมืองฝาง สมาชิกน้องใหม่ของบล็อก

          เปิดตัวครั้งแรกไม่รู้จะเขียนอะไรดี....เอาเป็นเรื่องง่ายๆ เรื่องใกล้ ๆ  เรื่องราวชีวิตของผมคนนี้ละกันว่าไปทำอีท่าไหนถึงได้กลายมาเป็นว่าที่ครูคณิตคิดสนุก

          ย้อนไปเมื่อ 23 ปี่ที่แล้วมีชาวสวนลิ้นจี่ครอบครัวหนึ่งได้ให้กำเนิดลูกชายหน้าตาน่ารักน่าเอ็นดูคนหนึ่งซึ่งก็คือผมเองเมื่ออายุครบเกณฑ์ผมก็ได้เข้าเรียนที่โรงเรียนใกล้บ้านแห่งหนึ่ง ที่แห่งนี้เป็นจุดเริ่มต้นของการมาเป็นครูคณิตของผม เรื่องมันเริ่มตอนผมอยู่ ป.6 ทุกปี่เค้าจะมีการแข่งขันทักษะทางวิชาการระดับตำบล (ไม่แน่ใจว่าเรียกถูกหรือป่าว) คือจะให้นักเรียนแต่ละโรงเรียนมาแข่งทักษะทางวิชาการกันเนื่องจากผมเรียนคณิตได้ดีคุณครูจึงว่างตัวผมให้ไปแข่งคณิตแต่ก็มีเพื่อนอีกคนหนึ่งนะ ครูเค้าเลือกไว้สองคน ทุกวันตอนพักเที่ยงผมกับเพื่อนก็ต้องฝึกทำแบบทดสอบให้ชำนาญ เยอะมากเราต้องทำกันเยอะมาก และต้องทำทุกๆ วันจนไม่มีเวลาไปเล่นสนุกเลย และแล้วโชคก็เข้าข้างผมเพื่อนคนนั้นต้องไปแข่งคัดไทยด้วย

          ผมจึงได้เป็นตัวแทนไปแข่งคณิต ไม่ได้ไปแข่งไกลที่ไหนหรอกนะแข่งที่โรงเรียนผมนั่นแหละ (ตอนแรกดีใจมากเลยนึกว่าจะได้ไปเที่ยวโรงเรียนอื่น) พอไปถึงห้องแข่งขันผมตื่นเต้นมากๆ เลย ก็การแข่งขันครั้งแรกนี่นา คู่แข่งแต่ละคนก็ดูท่าทางจะเก่งกันทั้งนั้นเลย แต่เมื่อได้รับข้อสอบแล้วผมก็ไม่สนใจอะไรทั้งสิ้นตั้งหน้าตั้งตาทำให้ได้ พอทำเสร็จก็แอบยิ้มในใจชนะแน่ ๆ ก็ผมทำได้ พอออกมาก็คุยโม้กับเพื่อนซะยกใหญ่ แต่แล้วผมก็หน้าแตก!! ผมได้ที่สองครับ ที่สอง ไม่ใช่ที่หนึ่งเศร้าสิครับงานนี้เมื่อกี้คุยไว้เยอะ และที่น่าเจ็บใจก็คือผมแพ้แค่ 2 คะแนน ถ้าหากผมทำได้มากกว่านี้ ถ้าทำได้อีก 3 คะแนนผมก็ที่หนึ่งไปแล้ว ตอนนั้นผมเจ็บใจมากเลยเพราะคะแนนห่างกันแค่นิดเดียว แล้วก็เสียดายด้วยเพราะว่าคนที่ได้ที่หนึ่งต้องไปแข่งระดับอำเภออีก (ได้ไปเที่ยวโรงเรียนอื่นด้วย) แต่โชคผมยังไม่หมดครับ ชาติที่แล้วทำบุญมาเยอะ คนที่ชนะผมเค้าแข่งแกะสลักได้ที่หนึ่งครับ แล้วเค้าเลือกที่จะไปแข่งแกะสลักเพราะแกะสลักเค้าแข่งกันเป็นทีม โชคดีก็ตกที่ผมสิครับ ผมได้เป็นตัวแทนไปแข่งคณิตระดับอำเภอ แต่ก็ต้องเจ็บใจมากกว่าเดิมอีกร้อยเท่า เพราะผมได้ที่สองอีกแล้วสิครับ ที่สำคัญแพ้แค่คะแนนเดียว คิดแล้วก็เจ็บใจตัวเองเพราะตอนทำข้อสอบมีอยู่ข้อหนึ่งที่ผมแสดงวิธีทำไม่ได้ แต่ผมรู้คำตอบ แต่ผมก็ไม่ได้เขียนอาไรเลยเพราะคิดว่าคงไม่เป็นไรมั่งแค่ข้อเดียวเอง ที่เจ็บใจไม่ได้เจ็บใจที่ตัวเองได้ที่ 2 หรอกคับ เจ็บใจที่ตนเองทำไม่เต็มที่ เจ็บใจที่ทำให้คุณครู เพื่อน ๆ และครอบครัวผิดหวัง เพราะเพราะคุณครูท่านใช้เวลาเยอะมากในการฝึกฝนตัวผม

          ผลจากการแข่งขันครั้งนั้นก็ทำให้ผมได้รับคำชมจากคุณครู เพื่อน ๆ รวมถึงครบครัวเยอะมาก มันก็เลยทำให้ผมรักคณิตศาสตร์มาก เมื่อรักมากก็จะพยามมากขึ้น ตั่งใจเรียนมากขึ้น ตั้งแต่นั้นมาผมไม่เคยโดดเรียนวิชาคณิตศาสตร์เลย และพยายามทุกอย่างที่จะทำให้เก่งคณิตมากยิ่งขึ้น...อนาคตผมต้องสอนเด็กนักเรียนให้เก่งเหมือนที่ผมได้รับให้ได้

          ผมคิดว่าหากเราได้รับคำชมเรื่องใด เราก็จะพยายามในเรื่องนั้นมากขึ้นตามไปด้วย 

           หลังจากนั้นผมก็เรียนคณิตอย่างมีความสุขเรื่อยมา...


          ยังครับยังไม่จบครับพอถึง ม.6 ผมก็ต้องเลือกแล้วว่าจะเรียนปริญญาตรีสาขาอะไร งงสิครับตอนนั้นไม่รู้จะเรียนต่อทางไหนดี แต่ที่แน่ต้องมีคณิตเยอะๆ ก็ผมชอบนี่นา ตอนแรกก็ลังเลระหว่างศึกษาศาสตร์เอกคณิต กับวิทยาศาสตร์เอกคณิต มันต่างกันยังไง แต่ก็อ๋ออันหนึ่งเรียนเป็นครู อีกอันเรียนแต่คณิต คุณ ๆ คิดว่าผมจะเลือกเรียนอันไหนครับ สุดท้ายแล้วผมก็เลือกวิทยาศาสตร์เอกคณิตศาสตร์ ที่แม่โจ้ครับ หลายคนอาจสงสัยว่า อ้าว! อยากเป็นครูทำไมไม่เลือกศึกษาศาสตร์ พอดีมีโควตาอันนี้มา ซึ่งก็มาเพื่อผมโดยเฉพาะ (คิดเอาเองคับเพราะไม่มีใครแย่งเลย) อีกอย่าผมคิดว่าเรียนจบไปก็เรียนวุฒิครูต่อได้ ที่แม่โจ้นี่แหละครับที่ทำให้ผมรักที่จะเป็นครูมากขึ้น เค้าไม่ได้สอนอะไรเกี่ยวกับครูหรอกครับ แต่ผมได้มีโอกาสไปสอนติวน้อง ๆ เพระว่าที่แม่โจ้ทุกสาขาก็ต้องเรียนคณิตศาสตร์อยู่แล้ว แต่บางคนที่ไม่ได้เรียนสายวิทย์มาตอนมัธยมก็จะไม่ค่อนมีพื้นในด้านนี้ ผมก็มีโอกาสได้ไปสอนติวเพิ่มให้กับน้อง ๆ สนุกครับ มีความสุขมากมากเลยที่ได้เห็นว่าจากที่เค้าไม่รู้เรื่อง ไม่ข้าใจ แต่เรากลับทำให้เค้าเข้าใจมากขึ้น เมื่อเขาเข้าใจก็จะทำให้เรียนได้สนุกมากขึ้น ทำให้ผมคิดว่าครูคณิตนี่แหละคือตัวตนของผม

         ตอนนี้ผมเรียนวุฒิป.บัณฑิตอยู่ที่ ม.ราชภัฏเชียงใหม่ อีกไม่นานแล้วผมก็จะได้เป็นครูจริง ๆ ซักที แต่มาเรียนที่นี่ก็ต้องปรับตัวอย่ามากเพราะคนที่มาเรียน พี่ ๆ บางคนก็จบมาหลายปีแล้ว ทำงานกันมาแล้ว ไม่เหมือนผมที่พึ่งจบใหม่ยังติดนิสัยเล่น ๆ ไม่เอาจริงเอาจัง บางครั้งก็ว่าทำไมทำอย่างนั้น ทำไมทำอย่างนี้ อีกอย่างเรียนที่นี่งานเยอะมาก เยอะจริง ๆ บางครั้งผมก็รู้สึกท้อเหมือนกัน ไม่คิดว่าเป็นครูมันจะยากเย็นถึงเพียงนี้ แต่ผมก็ได้กำลังใจจาก พ่อ แม่ ครอบครัว เพื่อน ๆ พี่ ๆ ให้อดทนและพยายาม แม่ผมจะบอกเสมอว่า "จะไปเป็นครูคนแล้วนะ ต้องอดทนสิ ต้องพยายามสิ ถ้าลูกยังทำตัวแบบนี้นักเรียนของลูกละจะเป็นยังไง" ด้วยคำพูดนี้และกำลังใจจากทุกคนทำให้ผมต้องพยายามให้มากกว่าเดิม เพื่อที่จะเป็นครูที่ดีให้ได้ รอครูอีกแปบเดียวนะเด็ก ๆ

          นี่แหละครับเรื่องราวของผมอาจไม่ซึ้ง ไม่สนุก แต่ผมก็รู้สึกดีนะครับที่ได้เล่า....ขอบคุณทุกคนนะครับที่ทนอ่านจนจบ