การตัดชำ การปักชำ การใช้ทรายเป็นวัสดุปักชำ การปักชำโดยใช้ทราย

                    ตัดชำโชว์ 2 (Version) "รักบนผืนทราย"
ต่อเนื่องมาจาก คราวก่อนที่นำเสนอการตัดชำหรือปักชำโดยใช้ขุยมะพร้าว มาครั้งนี้ผมขอนำเสนอการตัดชำโดยใช้ทรายครับ ผมพยายามลองใช้วัสดุที่หลากหลายและมีอยู่ทั่วไป หาได้ง่ายในท้องถิ่น ความจริงผมชอบที่จะใช้แกลบเผาครับ แต่ติดที่ว่าตอนนี้แกลบเผาหาได้ยากมากขึ้นและราคาเริ่มแพง จึงมองหาเอาจากวัสดุใกล้ๆตัวเพื่อทดแทนและใช้ได้ดีครับ เรามาเริ่มกันเลยดีกว่า

อุปกรณ์ครับ

                   

                   

                   

1.ผมปลูกมะนาวเลยเอามะนาวมาเป็นตัวอย่างครับ แรกๆเอาพอประมาณ
2.น้ำยาเร่งราก เหมือนเดิมครับ IBA หรือ NAA ก็ได้ตามที่มี
3.อันนี้เอามาเสริมหน่อย สารป้องกันและกำจัดเชื้อรา ชื่อสามัญก็เมทาแลกซิล   
  ราคาไม่แพงครับ
4.สเตร็ปโตมัยซิน สารป้องกันและกำจัดเชื้อแบคทีเรีย
5.ทรายจำนวนพอประมาณ(ทรายน้ำจืดหรือทรายที่ใช่ก่อสร้าง)
6.กรรไกรตัดกิ่งไม้,คัตเตอร์หรือมีดคมๆที่สะอาดหน่อย
7.ฟ๊อกกี้(กระบอกพ่นน้ำ)
8.ถุงพลาสติกใสใบใหญ่ๆเพื่อใช้คลุม หรือแผ่นพลาสติก แผ่นอะคลิลิกที่ให้แสงพอ
  ผ่านได้


                       

                       

1.เริ่มจากนำทรายมาล้างทำความสะอาดเอาโคลนและสิ่งสกปรกที่ติดมาออกให้
   มากที่สุดครับ พยายามให้เหลือแต่ทรายล้วนๆ ถ้ามีโคลนหรือสิ่งสกปรกปนอยู่
   มากจะไปขัดขวางการระบายน้ำและอากาศบวกกับอาจมีเชื้อโรค โอกาสที่กิ่งพันธุ์
   จะเสียหายมีมาก(ในภาพหม้อเก่าและดำไปนิดต้องขออภัย)

                     

2.เสร็จแล้วนำทรายที่ได้ใส่ภาชนะเช่น กระบะทราย กะถางใบใหญ่  ของผมนี่ได้มา
   จากการบริจาคของช่างก่อสร้างที่ตัดผิดแบบเลยทิ้งครับ เสร็จผม(วางในที่มีแดด
   รำไรหน่อยครับ)

                     

3.ผสมเมทาแลกซิลตามสัดส่วนรดให้ทั่ว(อย่าเผลอซดเข้าไปเพราะนึกว่าน้ำสตรอ
   เบอรี่ล่ะครับ)

                    

4.วัสดุสำหรับตัดชำพร้อมแล้วเราก็มาที่กิ่งพันธุ์เลยครับการจัดการก็เหมือนกับครั้ง
   ก่อนครับ เริ่มจากนำกิ่งพันธุ์มาตัดหนามและเล็มใบออกบางส่วน ความยาวกิ่ง 6-8
   นิ้วก็พอ(ถ้ามียอดอ่อนตัดออกด้วยครับ)
                   
                  

5.ปาดโคนกิ่งให้เป็นรูปปากฉลามแล้วกรีดที่โคนในแนวตั้งยาวประมาณ 0.5 c.m.
  3-4 รอย เพื่อเพิ่มพื้นที่ในการออกราก

                 

6.แช่กิ่งพันธุ์ในน้ำยาสเต็ปโตมัยซิน สัดส่วน 500 c.c. ต่อน้ำ 20 ลิตรประมาณครึ่ง
  ชั่วโมง

                           

7.ผสมน้ำยาเร่งรากตามสัดส่วนข้างกล่อง นำโคนกิ่งแช่ลงไปประมาณ 10-20
   วินาที(นานกว่านี้ก็ได้แต่ไม่จำเป็นครับเสียเวลาทำมาหากิน)

                   

8.นำกิ่งพันธุ์ที่ผ่านการจุ่มน้ำยาเร่งรากแล้วลงไปวางเรียงในกระบะทรายที่เตรียมไว้
   ค่อยๆทำนะครับเดี๋ยวโคนกิ่งจะช้ำ แนะนำว่าให้วางกิ่งให้เอียงๆหน่อยแล้วค่อยเอา
   ทรายกลบไม่ต้องลึกมากเอาแค่ให้กิ่งตั้งอยู่ได้ก็พอ(ประมาณ 1 ใน 3 ของกิ่ง ลึก
   มากๆลำบากตอนแยกมาปลูกเมื่อรากออกมาแล้ว)

                  

9.พอวางจนเต็มพื้นที่ก็ถึงเวลาของเครื่องแอ๊ปโดมิไนเซอร์หรือกระบอกฉีดน้ำครับ
  พ่นให้โชกเลย ให้น้ำติดที่ใบให้ทั่วเพื่อลดการคายน้ำเพิ่มโอกาสรอดของกิ่งพันธุ์
  ของเรา
                 

10.จากนั้นนำถุงพลาสติกหรือแผ่นพลาสติกที่มีนำมาคลุมหรือปิดเพื่อลดการคายน้ำ
    อีกอย่างเราจะไม่ต้องคอยมาพ่นน้ำบ่อยๆด้วย บางท่านก็เรียกว่าเป็นการอบ

                     
               
11.หมั่นเปิดดูว่าน้ำที่ติดอยู่ที่ใบแห้งไปหรือไม่ถ้าดูแล้วไม่เข้าที่เข้าทางพ่นกันไว้
   ก่อนครับ ไม่เสียหาย ผมพ่นประมาณวันละ 3-5 ครั้งได้ ช่วงสิบโมงเช้า บ่ายโมง
   และก็สามโมงเย็นครับ ถ้าวันไหนดูแล้วร้อนและแห้งมากก็บ่อยหน่อย
  
ผ่านไปประมาณ 45 วันได้ ไวเหมือนโกหกถ้าใบยังไม่ร่วงและยังมีสภาพเขียวสดดีก็รอดชัวร์ครับ เรามาดูกัน

                      
                                     
                          แอ่น แอน แอ๊นนนนน(ค่อยๆแหวกเด้อคั่บ)
         
                       

                       
 
                               รากสวยดีครับไม่แพ้กิ่งตอนเลย


หวังว่าคงเป็นแนวทางและประโยชน์กับหลายๆท่านที่สนใจที่จะขยายพันธุ์พืชชนิดต่างๆที่สนใจนะครับ ก่อนนำวิธีนี้ไปใช้ต้องแน่ใจนะครับว่าพืชหรือต้นไม้ที่จะนำมาตัดชำนั้นสามารถตัดชำหรือตอนได้ไม่งั้นปักชำกันจนลูกบวชคงไม่ได้เห็นรากเช่น มะขาม

 ผมต้องขอขอบคุณ ข้อมูลและคำแนะนำต่างๆจากท่าน อาจารย์ รศ.ดร. รวี เสรฐภักดี อาจารย์ สามารถ เศรษฐวิทยา และคณาจารย์แห่งศูนย์วิจัยและพัฒนาไม้ผลเขตร้อน สถาบันวิจัยและพัฒนากำแพงแสน มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน ทุกๆท่านเป็นอย่างมากครับ