โรงเรียนแห่งการเรียนรู้:การสร้างทีมงานที่มีความมุ่งมั่นสูง
ประชุม โพธิกุล
การทำหน้าที่ของทีมที่มีประสิทธิผลต้องการเวลา เลือกสมาชิกทีม ให้สิทธิอำนาจกับสมาชิกทีม จัดฝึกอบรมทักษะที่จำเป็น รวมทั้งความรู้เรื่องทีม กำหนดเป้าหมายร่วมกัน อำนวยความสะดวกให้ทีมทำหน้าที่ในระยะเริ่มแรกของงานทีมได้อย่างปรกติ
ทางเลือกในการปฏิบัติ
_ให้สิ่งสนับสนุน ฝึกอบรม และให้ข้อมูลสาระสนเทศเพื่อการตัดสินใจร่วมกัน บางทีก็ติดต่อกับองค์กรที่ทำหน้าที่ร่วมกับโรงเรียนในการพัฒนาทีม
_เรียนรู้เกี่ยวกับความสำคัญของทีมในองค์การที่ประสบความสำเร็จโดยการศึกษาเกี่ยวกับวิธีการอย่างไรที่ทีมมีประสิทธิผลกว่าการทำงานคนเดียวการสร้างความสำเร็จของโรงเรียนมิใช่เป็นความพยายามของปัจเจกบุคคลแต่เป็นเรื่องของทีมงาน โรงเรียนต้องอาศัยทีมงานทำงานต่างๆให้สำเร็จ ทีมอาจทำงานโดยการตัดสินใจร่วมกัน การปฏิรูปหลักสูตร การดำเนินการโครงการใหม่ๆ หรือการกำหนดโครงสร้างใหม่ สำหรับทีมที่ประสบความสำเร็จ ทีมและสมาชิกทีมต้องมีเป้าหมายร่วมกันอย่างชัดเจน มีความมุ่งมั่นสามารถทำงานร่วมกัน มีความสำนึกในความรับผิดชอบร่วมกัน ใช้ทรัพยากรและทักษะที่จำเป็นและองค์ประกอบอื่นๆที่จะทำให้ทีมมีประสิทธิภาพ
ในขณะที่ทีมที่ประสบความสำเร็จอาจจะเป็นรางวัลโดยตัวของมันเอง ทีมงานควรมุ่งเน้นในการประชุมทางการศึกษาและดูความต้องการทางสังคมของนักเรียนทั้งหมดของโรงเรียน การกำหนดวิสัยทัศน์และพันธกิจของโรงเรียนมุ่งเน้นการเรียนรู้ของนักเรียน สร้างทีมวางแผนเป็นทีม การพัฒนาทีมควรมุ่งเน้นที่การปรับปรุงที่ผลลัพธ์ของนักเรียน
ความคิดเห็นโดยทั่วไป ในหลายๆโรงเรียนครูทำงานแบบศิลปินเดี่ยว ผู้บริหารก็พยายามทำงานให้เสร็จเพียงลำพัง ความรับผิดชอบในการดำเนินการโดยการนำความคิดใหม่ๆมาประยุกต์ก็ตกอยู่กับปัจเจกบุคคล การทำงานร่วมกันเป็นทีมบ่อยครั้งที่เป็นวิถีที่มีประสิทธิผลเพื่อทำให้งานสำคัญประสบความสำเร็จ ทีมช่วยให้การแก้ปัญหาได้ดีขึ้น มีความมุ่งมั่นมากขึ้น รวมถึงคนจำนวนมากสามารถช่วยประยุกต์แนวคิดและวางแผน นอกเหนือจากนั้นทีมสามารถสร้างพลังและผลประโยชน์ให้กับโครงการใหม่ๆ
ทั้งผลงานวิจัยและแนวปฏิบัติแสดงให้เห็นถึงประโยชน์ของการสร้างทีมที่จะทำให้บรรลุเป้าประสงค์ ทีมที่มีประสิทธิผลมิได้เกิดขึ้นโดยบังเอิญ การพัฒนาทีมต้องอาศัยระยะเวลา ทักษะต่างๆและความรู้เพื่อให้ประสบความสำเร็จ
Kent Peterson ศาสตราจารย์ด้านการบริหารการศึกษาแห่งมหาวิทยาลัยวิสคอนซิน_ เมดิสัน สิ่งท้าทายของผู้บริหารคือการสนับสนุนการสร้างทีม และการสร้างความร่วมจิตร่วมใจ ผู้บริหารต้องจัดสรรเวลาและทรัพยากรต่างๆเพื่อที่จะได้เก็บเกี่ยวผลประโยชน์จากทีมที่มีประสิทธิผลในโรงเรียน
ทักษะของผู้นำการเปลี่ยนแปลงของโรงเรียนสามารถช่วยในการพัฒนาทีมที่มีผลผลิตสูง ผู้นำการเปลี่ยนแปลงของโรงเรียนต้องสามารถสร้างแรงดลใจ จูงใจและสนับสนุนทีม ทีมที่มีผลผลิตสูงและมุ่งมั่นเจริญงอกงามมาจาก “องค์การแห่งการเรียนรู้” ที่ซึ่งบุคลากรสนับสนุนซึ่งกันและกันในการเรียนรู้ กล้าเสี่ยง ใช้นวัตกรรม และบริหารการเปลี่ยนแปลง (Senge,1990 )
_อภิปรายวิธีการที่ทีมทำหน้าที่และเรียนรู้เกี่ยวกับหน้าที่ของทีมในโรงเรียน อ่านจากโปรแกรมที่ทำงานได้ดี (Maeroff,1993)
_ทีมที่กลายเป็นทีมที่มีประสิทธิภาพจะมีความขัดแย้งน้อย
หรือมีความขัดแย้งในระดับเหมาะสม มีการตัดสินใจที่ดี มีส่วนร่วมในการฝึกอบรมของการพัฒนาทีมที่มีประสิทธิผล
_เอาชนะแรงต้านของปัจเจกบุคคลโดยการทำงานร่วมกัน สมาชิกทีมควรเรียนรู้จากทีมอื่นที่ประสบความสำเร็จ บางทีก็ควรดูวีดีโอของทีมที่มีประสิทธิผลหรืออ่านเอกสารเกี่ยวกับทีมที่ประสบความสำเร็จ
_เรียนรู้วิธีการสร้างวัฒนธรรมการสร้างความร่วมมือซึ่งจะเป็นสิ่งสนับสนุนทีมงาน
_ทีมต่างๆสามารถสร้างความตระหนักในตนเองมากขึ้นและประสบความสำเร็จโดยการเรียนรู้เกี่ยวกับขั้นตอนต่างๆของการพัฒนาทีม บทบาทต่างๆทั้งในทางลบและในทางบวกซึ่งสามารถเกิดขึ้นในทีมและการแก้ปัญหา (yukl,1989) และวิธีการหลีกเลี่ยงและการแก้ป้ญหาความขัดแย้ง
หลุมพรางของการนำไปประยุกต์
_คณะครูและผู้บริหารอาจไม่มีทักษะ ความรู้และความสามารถในการพัฒนาทีมที่มีประสิทธิผล
Kent Peterson อภิปรายสิ่งท้าทายของความร่วมมือและความจำเป็นในการสอนงาน
_ทีมอาจมิได้กำหนดเป้าหมายร่วมกันอย่างชัดเจน การกำหนดเป้าหมายร่วมกันเป็นสิ่งสำคัญมาก
Hargraves ,Fullan และคนอื่นๆ (Fullen,1993) บันทึกไว้ว่าทีมต่างๆบ่อยครั้งเผชิญกับปัญหาซึ่งจะทำให้ลดประสิทธิผลของทีมลงและโดยเฉพาะความสามารถในการตัดสินใจ(1)เวลาต่อรองในการตัดสินใจ (การตัดสินใจเป็นทีมต้องใช้เวลามากขึ้น ต้องดึงเวลาจากการทำงานโดยตรงในการวางแผนในชั้นเรียน การพัฒนาหลักสูตรและกิจกรรมการสอน) (2)ปัญหาเรื่อง “ความคิดของกลุ่ม”
(groupthink) และมีแรงกดดันให้ทำตามและ(3)ความสามารถในการสร้างความคิดขัดแย้งเพื่อทำให้เพิ่มทางเลือกในการตัดสินใจ
_การไม่มีการฝึกอบรมเรื่องการพัฒนาทีมงานอย่างเพียงพอและการขาดการเตรียมการ จะทำให้ทีมไม่ค่อยมีประสิทธิผลทีมต้องร่วมมือกันอย่างมีประสิทธิผลเพื่อสร้างวิสัยทัศน์ร่วมกัน
Kenzenbech and Smith (1993)ได้สร้างข้อกำหนดในการสร้างทีมให้มีประสิทธิผลไว้ดังต่อไปนี้
1.ทีมต้องเล็กพอ
2 ทีมต้องมีทักษะในการสื่อสารแบบเปิดหรือสอดคล้องต้องกัน
3.ทีมต้องมีจุดมุ่งหมายที่มีความหมายต่อสมาชิก
4.ทีมต้องมีเป้าหมายชัดเจน
5.ทีมและสมาชิกต้องมีความสำนึกในความรับผิดชอบร่วมกัน
ถ้าปราศจากผู้นำทีม (ตรงกันข้ามกับผู้นำทีมจากเบื้องบนแบบดั้งเดิม)ทีมก็จะไม่ค่อยมีผลงาน
ความเห็นต่าง คนส่วนน้อยอาจปฏิเสธว่าทีมอาจจะไม่ค่อยมีประสิทธิผล แต่บางคนเชื่อว่าทีมต้องประสบอุปสรรคอย่างมากมายก่อนที่จะกลายมาเป็นทีมที่มีประสิทธิผลในโรงเรียนครูบางคนไม่ค่อยเคยทำงานเป็นทีม และก็กลายเป็นครูหลายคนด้วยที่เป็นเช่นนั้นเขาทำงานอย่างอิสระ ในทางตรงกันข้ามคุณครูและผู้บริหารไม่ได้รับการฝึกอบรมการพัฒนาทีมงานและการจัดการ สิ่งท้าทายพิเศษในการทำงานเป็นทีม และการฝึกการตัดสินใจร่วมกัน
ในโรงเรียนแห่งการเรียนรู้ ทีมต้องเรียนรู้ร่วมกัน คิดเป็นทีม รู้สึกเป็นทีม ทำเป็นทีม