หลักสูตรอาชีวศึกษาและตำราอาชีวศึกษา

(เรื่อง : นางสาวพิมพร  ศะริจันทร์*  วันที่ 25 เมษายน  2554)

 

หลักสูตรของอาชีวศึกษา ณ วันนี้ ยังเป็นหลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพ พ.ศ. 2545 (ปรับปรุง พ.ศ.2546) หลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง พ.ศ. 2546  มีระยะเวลาของการใช้หลักสูตรเกือบ 10 ปี  ซึ่งก็มีบางหลักสูตรที่เพิ่มเติมอีกหลายสาขาวิชา สาขางานให้สอดคล้องกับความต้องการของสถานประกอบการและท้องถิ่นนั้น ๆ 

 

สำหรับหลักสูตรฐานสมรรถนะที่พูดคุยกันในวงกว้างจะด้วยเป็นคำที่มาพร้อมกับพรบ.การศึกษา การประกันคุณภาพภายในของสอศ.  และประเมินคุณภาพภายนอกของ สมศ. (ผู้เขียน)  ก็คงยังใช้ฐานของหลักสูตรเดิมที่มีอยู่  แล้วใช้วิธีการจัดการเพื่อจะให้ได้สมรรถนะของอาชีพ มาด้วยวิธีการที่หลากหลายของแต่ละสถานศึกษา จากนั้นก็นำมาปรับเข้ากับแผนการจัดการเรียนรู้ให้สอดคล้องกัน

 

เผอิญว่า ได้ไปพูดคุยกับกลุ่มอาชีพอื่นซึ่งกำลังสนใจจะเข้ามาจัดการศึกษาทางด้านอาชีวศึกษา แล้วหนึ่งในนั้นก็วิจารณ์หลักสูตรอาชีวศึกษาว่า ล้าสมัยมาก ขณะพูดคุยกันนั้นก็ได้สอบถามที่เห็นว่า ล้าสมัยนั้นคืออย่างไร ซึ่งเราก็อยู่ในฐานะหนึ่งในนั้นได้ร่วมพัฒนาหลักสูตรอาชีวศึกษา จะได้รู้และหากได้มีโอกาสร่วมพัฒนาหลักสูตรในครั้งต่อไป  จะได้นำเสนอข้อมูลดังกล่าวให้กับคณะกรรมการด้วย

 

คำตอบได้รับคือ ตัวแทนของกลุ่มอาชีพก็นำตำราเล่มหนึ่ง จากสำนักพิมพ์หนึ่ง หากเอ่ยชื่อขึ้นมา เข้าใจว่าทุกคนก็ต้องร้องอ๋อ จากนั้นก็เปิดแต่ละหน้าแต่ละบทของตำราเล่มดังกล่าวให้ดูและอ่านให้ฟัง ฟังแล้วก็เห็นพ้องต้องกันว่า  มันล้าสมัยจริง ๆ  


จากตัวอย่างที่กล่าวมานี้ เราไม่ตำหนิหรือกล่าวว่า ไม่ถูกต้องแต่ประการใด  เนื่องจากกลุ่มอาชีพอื่นไม่ได้ทำงานเกี่ยวข้องด้านการศึกษาและเขาก็ออกตัวไว้ว่า เขาไม่เข้าใจหลักสูตรเช่นกัน แต่หันกลับมามองที่ ผู้สอนหรือฝ่ายวิชาการของสถานศึกษาแห่งนั้น จะเข้าใจไปในทำนองเดียวกันตัวแทนของกลุ่มอาชีพหรือไม่ว่า หลักสูตรกับตำราเป็นเรื่องเดียวกันเหมือนกรณีนี้

การสอนอาชีวศึกษา เป็นการสอนที่เน้นทักษะปฏิบัติจากหลักทฤษฎี การยึดตำราเพียงหนึ่งเล่ม โดยตำรานั้นจะได้มาด้วยโครงการตำราเรียนฟรีหรือวิธีการอื่นใดก็ตาม  จึงเห็นว่า ไม่น่าจะสอดคล้องกับการจัดการเรียนการสอนของอาชีวศึกษา  ก็พยายามคิดในแง่บวกคือ หากตำราเล่มดังกล่าวมีการปรับปรุงให้ทันสมัยอยู่เสมอก็ยอมรับได้ในระดับหนึ่ง

 

หลักสูตรของอาชีวศึกษา  ส่วนประกอบสำคัญประการหนึ่งคือ รายวิชา ซึ่งหน้าตาประมาณนี้ ตัวอย่างเช่น 

การจัดเก็บเอกสาร
จุดประสงค์รายวิชา เพื่อให้
1.  มีความเข้าใจเกี่ยวกับการจัดเก็บเอกสาร
2.  มีทักษะในการเก็บเอกสารและนำไปใช้ในการปฏิบัติงาน
3.  มีเจตคติที่ดีต่องานจัดเก็บเอกสาร
มาตรฐานรายวิชา
1.  บอกระบบการจัดเก็บเอกสาร
2.  เก็บเอกสารและนำไปใช้ในการปฏิบัติงาน
คำอธิบายรายวิชา
ศึกษาและปฏิบัติเกี่ยวกับการเก็บเอกสาร  คุณสมบัติผู้จัดเก็บ  วัสดุอุปกรณ์  การจัดดัชนี ระบบการจัดเก็บ  การจำแนกเอกสาร  การยืม  การค้น การโอนและการทำงาน

 

จะประกอบด้วยจุดประสงค์รายวิชา  มาตรฐานรายวิชาและคำอธิบายรายวิชา จากตรงนี้ผู้สอนจะต้องมีการวิเคราะห์เนื้อหารายวิชาเพื่อจะทำอย่างไรเมื่อจัดการเรียนการสอนไปแล้วจะต้องเป็นไปตามจุดประสงค์รายวิชาและมาตรฐานรายวิชาที่กำหนดไว้


ยกตัวอย่างเช่นวิเคราะห์เนื้อหาจากคำอธิบายรายวิชาเพียงหัวข้อเดียวเรื่อง    วัสดุอุปกรณ์   ถ้ายึดตำราที่มีอยู่ในท้องตลาดตอนนี้เฉพาะเรื่อง วัสดุ   ก็จะมีรายละเอียดของแฟ้ม กล่องดัชนี บัตรดัชนี ที่เย็บกระดาษ คลิปกระดาษ ลวดเย็บกระดาษ เป็นต้น ทั้ง ๆ ในปัจจุบันวัสดุในการเก็บเอกสารอย่างอื่น เช่น  Thump drive,  Handy drive,  Flash drive   แล้วกล่องดัชนี ยังมีความจำเป็นแค่ไหน สำหรับยุคปัจจุบัน อย่างนี้เป็นต้น


หลักสูตรกับตำรา อาจจะไม่ไปในทิศทางเดียวกัน หากตำรานั้น ไม่มีการปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง สิ่งสำคัญคือผู้สอนและฝ่ายวิชาการจะต้องใส่ใจกับ  หลักสูตร  ซึ่งการนิเทศติดตาม การอบรมและพัฒนาผู้สอนจะต้องทำอย่างต่อเนื่อง  บางครั้งผู้สอนทั้ง ๆ รู้ถึงขั้นตอนและวิธีการแล้วก็ตาม  ก็ยังติดยึดกับตำราเพียงเล่มเดียว ยังขาดการค้นคว้าหาความรู้ซึ่งปัจจุบันเข้าถึงแหล่งค้นคว้าน่าเชื่อถือได้ง่ายกว่าแต่ก่อนโน้น


ดังนั้น  การอ้างเสมอว่า  หลักสูตรล้าสมัย บางส่วนก็มีเป็นความจริงซึ่งจะต้องยอมรับกัน   แต่บางส่วนอาจจะตำหนิหลักสูตรทั้ง ๆ ที่กรอบของจุดประสงค์  มาตรฐานและคำอธิบาย สามารถวิเคราะห์รายละเอียดให้ครอบคลุมได้  ยังไม่นับรวมถึงการจัดการเรียนการสอน  วิธีสอน สื่อการสอน  การประเมินผล ที่ผู้สอนจะล้าสมัยอีกหรือไม่   ความทันสมัยคงไม่ได้หมายความเฉพาะอุปกรณ์ที่อำนวยความสะดวกในการจัดการเรียนรู้แต่เพียงอย่างเดียว  แต่หากสิ่งดังกล่าวข้างต้นไม่ได้นำมาพิจารณาประกอบและดำเนินการเลย ก็ควรจะต้องยอมรับตามที่กลุ่มอาชีพเขาบอกนั้นแหละว่า ล้าสมัยจริง ๆ 


อ้างอิง :
หลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพ  ประเภทวิชาพาณิชยกรรม  พ.ศ. 2545 (ปรับปรุง พ.ศ. 2546)

 

*นางสาวพิมพร  ศะริจันทร์  ศึกษานิเทศก์  เขียนวันที่ 25 เมษายน  2554
เขียนจากประสบการณ์ได้พูดคุยกับกลุ่มอาชีพวันที่ 20 เมษายน 2554 ณ จังหวัดเชียงใหม่
บทความนี้เป็นความคิดเห็นส่วนตัวไม่เกี่ยวข้องกับหน่วยงานต้นสังกัด 
การนำข้อความหรือรูปภาพไปตีพิมพ์ต้องได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรจากผู้เขียนเท่านั้น
อีเมลผู้เขียน  [email protected]