.....เพราะไม่ได้อ่าน ไม่ได้สรุปความรู้ด้วยตนเอง แต่...ใช้คอมพิวเตอร์ช่วยทำ.....
......ดิฉันได้มีโอกาสไปเยี่ยมโรงเรียนวัดสระศรีเจริญ มีผอ.ขจิต ทองเพ็ชร เป็นผู้บริหาร ซึ่งเป็นโรงเรียนที่ได้รางวัลด้านการเรียนการสอนสิ่งแวดล้อมศึกษาจากหลายหน่วยงานทั้งจาก มูลนิธิตาฮี สยามกัมมาจล ฯลฯ ได้เข้าไปดูเด็กนักเรียน ที่กำลังเรียนอยู่ในห้องคอมพิวเตอร์
ได้เห็นว่าเด็กใช้คอมเป็นเครื่องมือในการเรียนรู้ เพราะเห็นเขาใช้ Google สืบค้นความรู้ อ่าน จด และสรุปความรู้ แล้วเขียนด้วยลายมือตัวเองจัดทำเป็นรายงาน
ชื่นชม เพราะส่วนใหญ่ที่เคยพบ จะเห็นเด็กๆเขาสืบค้นความรู้ แล้วก๊อปเนื้อหาที่ต้องการ มาวางต่อๆกันไป และใช้คอมตกแต่งเล่มรายงานสวยงาม และบางครั้งสงสัยว่าเด็กเขาเรียนรู้ในเนื้อเรื่องที่เขาก๊อปมาหรือไม่ ....เด็กเขาสรุปความรู้เอง หรือให้คอมพิวเตอร์จัดการให้ ด้วยการรวบรวม "ความรู้สำเร็จรูป"ที่คนอื่นทำไว้....แต่ถ้า อ่าน รวบรวม และสรุปเป็นแนวคิดตัวเองด้วย ถือว่าใช้ได้ค่ะ ตรงนี้ต้องขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์ ที่ครูต้องการให้เกิดกับนักเรียนค่ะ
ได้คุยกับคุณครูเจริญ ตาดี ครูผู้สอนบอกว่า...นักเรียนกำลังหาความรู้เรื่องสิ่งแวดล้อม ไม่ใช่เรียนวิชาคอมพิวเตอร์ ดังนั้นจึงให้เด็กค้นหา อ่าน และสรุปความรู้ ด้วยการเขียนไม่ให้ใช้คอม ก๊อปวาง....อีกอย่างครูเจริญบอกว่า ต้องการฝึกการอ่าน การเขียนสรุปความ การคัดลายมือ ไปด้วยพร้อมๆกัน
ดิฉันรู้สึกชื่นชมครูเจริญ ตาดีมากๆ กับแนวคิดนี้ เพราะเท่าที่เห็นหลานๆทำรายงานเคยอึดอัดขัดใจ ที่เห็นเขาทำรายงานด้วยการใช้คอมพิวเตอร์ ทำหน้าที่แทนตัวเอง ได้เล่มรายงานสวยงาม มีเนื้อหาสาระเพรียบพร้อม แต่สาระความรู้นั้นไม่ได้ติดอยู่ในตัวของเขาเลย...ได้บอกเขาว่าเราใช้คอมพิวเตอร์เพื่อการเรียนรู้เรื่องนั้นๆ หรือเราเรียนรู้วิธีใช้คอมฯเป็นเครื่องมือทำงานกันแน่....
เพราะไม่ได้อ่าน ไม่ได้สรุปความรู้ด้วยตนเองแต่ใช้คอมพิวเตอร์ช่วยทำ...
หมายเหตุ ที่ใช้คำว่า...ก๊อป เพราะไม่รู้จะใช้คำใดสื่อความหมายแทนค่ะ...
สวัสดีค่ะ
."ได้เห็นว่าเด็กใช้คอมเป็นเครื่องมือในการเรียนรู้ เพราะเห็นเขาใช้ Google สืบค้นความรู้ อ่าน จด และสรุปความรู้ แล้ว
เขียนด้วยลายมือตัวเองจัดทำเป็นรายงาน"
บางครั้งมีรายงานเป็นเล่มสวยงามส่งครู แต่ความรู้ไม่มี เพราะเก่งแต่ ก๊อป วาง ....
ขอบคุณค่ะ
ลูกสาวเคยทำแบบนี้
ตอนอยู่ชั้นประถมตอนต้น
คุณครูจับได้
เรียกตัวมาพบเลยครับ
สวัสดีค่ะ
KRUDALA สวัสดีค่ะ
"....บางครั้งมีรายงานเป็นเล่มสวยงามส่งครู แต่ความรู้ไม่มี เพราะเก่งแต่ ก๊อป วาง ...."
ครูดาหลาคะเราคงต้องหันกลับมาดูนะคะ ว่าเราต้องการให้เด็กได้อะไร จากการใช้คอมฯ
ขอบคุณมากค่ะ
คนบ้านไกล
สวัสดีค่ะ
ครูของลูกคุณใส่ใจ ที่เรียกพบนะคะ
เราอยากให้เป็นแบบนี้กับคุณครูทุกคนค่ะ
ขอบคุณค่ะ
ดาวเรือง สวัสดีค่ะ
"... ไปเจอกับตนเองจึงขอเล่าด้วย วันก่อนไปถ่ายเอกสารที่ร้านในหมู่บ้าน เจ้าของร้านบอกว่า ต้องช้าหน่อยนะเพราะต้องทำรายงานให้เด็กก่อน เพราะพวกเขาต้องส่งวันนี้ เราจึงเดินดูที่เขาวางไว้ โอ้โห หน้าปกที่แตกต่าง เนื้อหาเหมือนกันหมดทุกคน เจ้าของร้านบอกว่าเด็ก(โตหน่อยๆ เช่นนักเรียนมัธยม อาชีว เทคนิค )จะเอาชื่อเรื่องที่จะทำมาให้ เด็กในร้านจะค้นหาจากอินเตอร์เนต แล้วทำเล่ม เด็กๆก็จะมารับไปส่งครู...."
เรื่องที่ครูดาวเรืองเล่านี้เป็นเรื่องที่ลำดวนก็เคยพบค่ะ
แม้แต่หลานตัวเองก็เคยทำอย่างนี้
เราต้องช่วยกันแล้วนะคะ
ขอบคุณมากที่มาแลกเปลี่ยนค่ะ
แก้ว. สวัสดีค่ะ
ขอบคุณที่มามอบดอกไม้ให้เรื่องนี้ค่ะ
สวัสดีค่ะหัวหน้า
ช่วงนี้ไม่ค่อยได้แวะเวียนมา...เพราะเข้ารับการอบรมครูผู้สอนวิทยาศาสตร์และก็ทำงานที่ค้าง ๆ ค่ะ...
โรงเรียนปอ ผอ.ให้ทำงานสัปดาห์หน้าแล้วค่ะ...
ปอก็เป็นครูสอนคอมพิวเตอร์ก็พบปัญหาการทำรายงานเหมือนกันค่ะ ใช้หลายวิธีค่ะ
1. จดสรุป แต่ใช้เวลานานมาก ๆ และปัญหาเน็ตช้าด้วยค่ะ
2. ปริ้นท์มา แต่ให้เขียนคำถาม และคำตอบจากเนื้อหาที่ปริ้นท์ออกมา อย่างนี้ก็พอได้ผลบ้างค่ะ
ด้วยความเคารพค่ะ
ยายธี สวัสดีค่ะ
ขอบคุณสำหรับดอกไม้ที่ให้กำลังใจค่ะ
มาคุยต่อค่ะ
กิจกรรมห้องสมุดให้เด็กส่งเรียงความและบทร้อยกรองเข้าประกวด คุณครูแนะว่าให้นักเรียนไปค้นจากอินเทอร์เน็ต
นักเรียนก็ทำตาม ได้ผลงานส่งครู และจะได้รางวัล ครูดาหลาไม่ได้เป็นครูห้องสมุดแต่สอนภาษาไทย...ก็ไปดูผลงาน..พูดไม่
ออก...อึ้งไปครู่หนึ่งกลับไปถามเด็กว่าเรียงความนี้ไปคัดของใครมา เด็กตอบว่า "คุณครูให้ไปค้นในอินเทอร์เน็ตค่ะ" ทำให้ต้องมา
อธิบายกับเด็ก แต่ดูเหมือนเด็กไม่สนใจ...เขาจะสนใจครูที่ให้รางวัลมากกว่า
ปีกศ.ใหม่นี้ครูดาหลาได้รับหน้าที่ใหม่ เป็นครูวิชาการดูแลจัดกิจกรรมห้องสมุดค่ะ เพราะไปประท้วงเรื่องนี้แหละค่ะ
KRUDALA สวัสดีค่ะ
บางทีการให้เด็กสืบค้นความรู้ จากอินเติร์เน็ตก็เป็นดาบสองคม
เพราะบางที่ถ้าเราไม้รู้เท่าทัน เราอาจจะคิดว่าเด็กได้สรุปความรู้
แต่แท้จริงเป็น"ความรู้สำเร็จรูปที่คนอื่นทำไว้"ในอินเตอร์เน็ต
ขอบคุณมากที่มาแลกเปลี่ยนอีกครั้งค่ะ
จากที่คุณลำดวนเล่ามา แสดงให้เห็นว่า คุณครูเจริญ ตาดี มีความชัดเจนว่าตนเองมีจุดมุ่งหมายใดในการจัดการเรียนรู้ในครั้งนั้นๆ และก็เป็นจุดม่งหมายที่มีคุณค่าต่อการพัฒนาทักษะการเรียนรู้ให้กับเด็ก ตามแนวคิด "สอนวิธีตกปลาดีกว่าให้ปลา" ในการจัดการเรียนรู้เนื้อหาเกี่ยวกับทฤษฎีทางจิตวิทยาที่อธิบายพฤติกรรมของมนุษย์ สำหรับนักศึกษาระดับปริญญาตรี ดิฉันก็ได้ดำเนินการตามแนวคิดดังกล่าว โดยบูรณาการการพัฒนาทักษะการเรียนรู้ไปด้วย คือ ทักษะการใช้ IT เพื่อการเข้าถึงข้อมูลข่าวสาร ทักษะการประเมินข้อมูลข่าวสาร ทักษะการอ่านเชิงวิเคราะห์-สังเคราะห์ และทักษะการประยุกต์ใช้ความรู้ จึงได้มอบหมายให้นักศึกษาแต่ละคนใช้คอมพิวเตอร์คนละเครื่องในห้องปฏิบัติการคอมพิวเตอร์สืบค้นและเลือกข่าวออนไลน์ที่ให้รายละเอียดพฤติกรรมของคนไว้เพียงพอที่จะนำไปวิเคราะห์ (การเข้าถึงและการประเมินข้อมูลข่าวสาร) แล้วทำการสังเคราะห์ข่าวโดยสรุปพฤติกรรมสำคัญของบุคคลในข่าว ต่อจากนั้นให้วิเคราะห์ว่า พฤติกรรมดังกล่าวสามารถอธิบายได้ด้วยทฤษฎีทางจิตวิทยาทฤษฎีใด และจะอธิบายว่าอย่างไร (ซึ่งอันหลังนี้ เป็นการวัดว่า นักศึกษาสามารถนำหลักทฤษฎีที่เรียนรู้ในห้องเรียนไปประยุกต์ใช้ได้หรือไม่) พร้อมระบุแหล่งอ้างอิง โดยให้ทำในเวลาเรียน และมีอาจารย์คอยอำนวยความสะดวก และตอบข้อสงสัย เสร็จแล้วให้ปรินท์ส่ง (1 หน้ากระดาษ A4) ซึ่งงานแบบนี้จะไม่มีใครลอกใครได้
หลานสาวเรียนป.โท MBA ที่อังกฤษ
ตอนตรวจงานเขาบอกว่าไฟล์งานจะต้องส่งให้อาจารย์ตรวจโดยใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์ ซึ่งจะตรวจจับได้ว่าส่วนใดที่ Copy & Paste หักคะแนนเลยค่ะ
และประเด็นที่เด็กใช้วิธี Copy & Paste นี้ ก็ทำลายศักยภาพของเด็กอย่างมาก เพราะเขาจะคิด วิเคราะห์ สังเคราะห์ไม่เป็น และมีปัญหาในการย่อความและเขียนสรุปความคิดอีกด้วยค่ะ
สวัสดีค่ะคุณครูลำดวน