"ฟาร์มไอดิน-กลิ่นไม้" เกิดจากความร่วมมือของคน 2 คน ที่ยกเว้นการมี "ความชอบความสนใจในการปลูกดูแลต้นไม้เหมือนกัน" แล้ว ที่เหลือพูดได้ว่าแตกต่างกันประมาณ 90 % ตัวอย่างเช่น ผลจากการทำแบบสำรวจสมองซีกเด่น (Hemispheric Dominance Inventory) พบว่า คนหนึ่ง (ชาย) เป็นคนสมองซีกซ้าย (Left-brained Dominant) อีกคน (หญิง) เป็นคนสมองสองซีก (Whole-brained Dominant) ซึ่งนั่นก็นำมาซึ่งความแตกต่างของลักษณะการรับรูู้ การคิด และความถนัด ยกตัวอย่างเล็กๆ เช่นคนหลังที่กล่าวถึงสามารถเล่นดนตรีหลายๆ อย่างได้โดยที่อ่านโน้ตไม่เป็น ร้องเพลงได้โดยไม่เพี้ยน (เคยเป็นนักร้องวงสโมสรอาจารย์ทั้งที่วิทยาลัยครูสุรินทร์ และวิทยาลัยครูอุบลฯ) และจำเนื้อเพลงในอดีตได้นับร้อยเพลง (ซึ่งเป็นความถนัดที่เกิดจากการทำงานของสมองซีกขวา) ในขณะที่คนแรกที่กล่าวถึง แม้แต่หายใจยังเพี้ยน จำเนื้อเพลงไม่ได้แม้แต่เพลงเดียว ยกเว้นเพลงชาติไทย (ถ้าจะให้แน่ใจต้องทดสอบ) และแยกไม่ออกว่าเพลงที่เพราะและไม่เพราะมันแตกต่างกันตรงไหน


หญิงที่กล่าวถึง คือ เราเอง ผศ.วิไล แพงศรี จบการศึกษา ป.กศ.สูง (ภาษาอังกฤษ) ปีการศึกษา 2513 จากวิทยาลัยครูอุบลฯ จบ กศ.บ. (ภาษาอังกฤษ) ปีการศึกษา 2515 จากวิทยาลัยวิชาการศึกษามหาสารคาม และจบ กศ.ม. (การแนะแนว) ปีการศึกษา 2519 จากมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ประสานมิตร เรียนปริญญาเอก (Ph.D) ทั้งในออสเตรเลียและในไทย (วท.ด.) อย่างทุ่มเท (รู้สึกว่าเธอจะทุ่มเทในทุกอย่างที่ทำ) แต่มีเหตุที่ทำให้ไม่จบ (มีรายละเอียดในประวัติค่ะ) ยังปฏิบัติราชการอยู่ที่คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลฯ เพื่อนๆ ที่เรียนรุ่นเดียวกันทยอยเกษียณอายุราชการกันมาตั้งแต่ปีงบประมาณ 51 เราเองจะเกษียณปี 55 (ปกติตามธรรมเนียมฝรั่งจะต้องกล่าวถึงคนอื่นก่อนเพื่อเป็นการให้เกียรติเช่น ใช้คำว่า "You and I" แต่นี่อยู่ในเมืองไทยต้อง "Ladies First"...ฮิฮิ...จริงๆ แล้ว เรื่องของชายมันยาวกว่า เลยเอาไว้เล่าทีหลัง) ชายผู้นั้นก็คือ ผศ. สรศักดิ์ แพรดำ ข้าราชการบำนาญ อดีตผู้ช่วยศาสตราจารย์ ภาควิชาหลักสูตรและการสอน คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี จบการศึกษา กศ.บ.วิทยาศาสตร์ภาคพิเศษ จากวิทยาลัยวิชาการศึกษาประสานมิตร และ กศ.ม.เทคโนโลยีการศึกษาภาคพิเศษ ปี 2536 จาก มหาวิทยาลัยมหาสารคาม แต่สอนพฤติกรรมการสอนวิทยาศาสตร์ เกษียณอายุราชการในปีงบประมาณ 2547 และได้ตัดสินใจที่จะใช้ชีวิตหลังเกษียณอยู่ในชนบท และทำการเกษตรในที่ดิน 10 ไร่ (ซื้อไว้ร่วมกับ ผศ.วิไล แพงศรี จากการร้องขอให้ช่วยซื้อของคนคุ้นเคยที่มีความเดือดร้อน) ท่ามกลางการทักท้วงของกลุ่มก๊วนทุกคน ทั้งที่เกษียณก่อน เกษียณในปีเดียวกัน และเกษียณทีหลัง โดยให้เหตุผลว่า ไม่มีใครทำการเกษตรหลังเกษียณแล้วประสบความสำเร็จ ทำไมต้องทำให้ตัวเองลำบาก ใช้ชีวิตสบายๆ ในเมืองไม่ดีกว่าหรือ ที่ชนบทน่ะไกลหมอและก็ต้องไปอยู่คนเดียวเจ็บป่วยขึ้นมาจะทำยังไง แต่ผศ.สรศักดิ์ก็ได้ตัดสินใจแล้ว โดยไม่ได้มุ่งหวังที่จะทำการเกษตรเพื่อรายได้เพราะไม่มีภาระ ลูกๆ ก็จบการศึกษามีงานทำ (เป็นวิศวกร 2 คน เป็นหมอ 1 คน) และมีครอบครัวมั่นคงกันไปหมดแล้ว ทรัพย์สินอื่นๆ ที่มีอยู่ก็โอนให้ลูกหมดแล้ว (เหลือรถคันเดียวและเงินในบัญชีส่วนตัวจำนวนหนึ่ง) ไม่มีอะไรให้ห่วงใย ต้องการ "ทำเกษตรแบบพอเพียง" เพื่อให้ได้ใช้ชีวิตในแนวที่ชอบ และได้อยู่ในที่ๆ มีอากาศดี จึงได้ใช้เงินเกือบทั้งหมดที่ได้มาตอนเกษียณ เป็นค่าใช้จ่ายในการบุกเบิกถากถางทำฟาร์มที่เจ้าของเดิมทำแล้วไปไม่รอดเพราะสู้กับสภาพดินทรายที่ไม่อุ้มน้ำไม่ไหว ฟาร์มที่สร้างขึ้นมาใหม่ฝ่ายหญิงให้ชื่อว่า "ฟาร์มไอดิน-กลิ่นไม้" หมายถึง ฟาร์มที่มีบรรยากาศอบอวลไปด้วยไอดินและกลิ่นพฤกษานานาพันธุ์

"ฟาร์มไอดิน-กลิ่นไม้" ตั้งอยู่ที่บ้านเลขที่16 หมู่ที่ 12 บ้านหนองฝาง ตำบลโพธิ์ใหญ่ อำเภอวารินชำราบ จังหวัดอุบลราชธานี อยู่บนเส้นทางหลัก ที่ตัดทลุจากถนนเส้นอุบล-เดชอุดม (เลี้ยวเข้าตรงถนนข้างโรงเรียนบ้านศรีไค) ไปยังถนนเส้นอุบล-พิบูลมังสาหาร (เลี้ยวเข้าตรงกม.ที่ 18 บ้านคำนกเปล้า) ฟาร์มจะอยู่ห่างจากถนนใหญ่ประมาณ 12 กม. ทั้ง 2 ด้าน (และห่างจากมหาวิทยาลัยอุบลราชธานีประมาณ 13 กม.) เป็นทางลาดยาง (และลาดซีเมนต์ในช่วงที่ผ่านหมู่บ้าน) เหลือที่เป็นลูกรังประมาณไม่เกิน 3 กม. ทั้ง 2 ด้าน บริเวณที่สร้าง "ฟาร์มไอดิน-กลิ่นไม้" เดิมเป็นป่าละเมาะ ได้ทำการไถปรับพื้นที่แล้วยกร่องเพื่อปลูกมะม่วงขนาด 2 ไร่ มะขามเทศ มะนาว แก้วมังกร และมะกอกน้ำ อย่างละ 1 ไร่ สมุนไพร 1 งาน และขุดบ่อเลี้ยงปลาขนาด 2 งาน จำนวน 1 บ่อแล้วนำดินที่ได้จากการขุดไปถมเพื่อยกระดับพื้นที่ขนาด 1 งานเพื่อปลูกบ้าน เนื้อที่ที่เหลือ ใช้สร้างโรงรถ สนามเปตอง (พ่อใหญ่สอเป็นนักกีฬาเปตองของ มรภ.อุบลฯ จนเกษียณ และกลุ่มก๊วนชอบเล่นเปตอง เราเองเคยเป็นแชมป์เปตองคู่ผสมสถาบันราชภัฏภาคตะวันออกเฉียงเหนือและเป็นรองแชมป์แบ็ตมินตันหญิงคู่) เรือนเพาะชำ อาคารอเนกประสงค์ โรงปุ๋ย คอกวัว เล้าไก่–เป็ด–ห่าน พร้อมที่จอดรถผู้มาเยี่ยมฟาร์ม รวมประมาณ 3 ไร่



ตอนที่ไปอยู่บ้านหนองฝาง ผศ.สรศักดิ์ถูกเราเรียกว่า "พ่อใหญ่สอ" เพื่อให้สอดคล้องกับที่ชาวบ้านมักจะเรียกคนอายุ 50 ปีขึ้นไปว่า "พ่อใหญ่/แม่ใหญ่" ชาวบ้านทุกเพศทุกวัยเรียกแกว่า "อาจารย์" ชาวบ้านผู้ชายจะเรียกเราว่า "อาจารย์" แต่ผู้หญิงและเด็กจะเรียกเราว่า "แม่ครู" ซึ่งเราจะชอบคำหลังมากกว่า ในปลายปี 2548 พ่อใหญ่สอได้ (แอบ) ซื้อที่เพิ่มอีก 30 ไร่ เพื่อทำสวนยาง (ดังภาพข้างล่างซึ่งเป็นที่ที่จ้างไถปรับพื้นที่ไปแล้ว 1 ครั้ง...กว่าจะได้ปลูกต้องไถรวม 3 ครั้ง) แกคงจะลืมไปว่าตัวเองอายุ 61 ปีแล้ว ซึ่งน่าจะเป็นวัยที่ไม่เหมาะกับการทำสวนยาง ถ้าเรารู้ก่อนคงไม่ให้ซื้อ อีกอย่างก็ไม่อยากให้แกต้องมีภาระหนักเกินไป ซึ่งแกก็รู้จึงได้แอบซื้อ โดยให้เหตุผลว่า "ไม่ใช่ว่าจะทำสวนยางเพื่อหวังความร่ำรวยอะไร แต่ต้องการสร้างความชุ่มชื้นให้กับบ้านหนองฝางที่แห้งแล้งและมีฝนตกน้อย ถ้าเราตายไปโดยที่ยังไม่ได้ประโยชน์จากสวนยาง ต้นยางที่เราปลูกก็จะเป็นประโยชน์คือให้ความชุ่มชื้นกับหมู่บ้าน"

ผลงานที่ประสบความสำเร็จมองเห็นเป็นรูปธรรมเป็นอย่างแรก และเป็นสัญลักษณ์ของฟาร์มไอดิน-กลิ่นไม้ก็ว่าได้ คือ สวนแก้วมังกร ขนาด 1 ไร่ (155 หลักๆ ละ 4 ต้น รวม 620 ต้น) ซึ่งปลูกบริเวณด้านหน้าฟาร์มทางทิศตะวันตก ส่วนใหญ่จะเป็นพันธุ์สีแดง นำกิ่งพันธุ์มาจากอำเภอฝาง จังหวัดเชียงใหม่ ตั้งใจจะปลูกไว้รับประทานเองเป็นอาหารเพื่อสุขภาพ และฝากญาติ ฝากเพื่อนร่วมงาน เจ้าหน้าที่ในที่ทำงานของเราเอง และฝากญาติของพ่อใหญ่สอ/มิตรของพ่อใหญ่สอที่เกษียณแล้วและใช้ชีวิตอยู่ในเมือง ฝากครู-นักเรียนโรงเรียนบ้านหนองฝาง และผู้สูงอายุในบ้านหนองฝาง เหลือกินเหลือฝากจึงจะขายตามที่มีคนสั่งซื้อ ซึ่งพบว่าส่วนใหญ่จะไม่พอขายเพราะราคาถูกกว่าท้องตลาด แต่รสชาติดีกว่าและไม่มีพิษภัยเพราะปลูกแบบเกษตรอินทรีย์ ใส่ปุ๋ยชีวภาพ (โบกาฉิ) ที่ฟาร์มผลิตเอง “เป็นการทำการเกษตรที่ไม่คิดต้นทุน ผลที่ได้จึงเป็นกำไรทั้งหมด” ไม่ว่าจะเป็นกำไรจากการได้ออกกำลังกายในการดูแลตัดแต่งกิ่งและเก็บผลแก้วมังกร จากการได้รับประทานผลไม้ที่ดีต่อสุขภาพ และจากความสุขใจที่ได้รับ คือ ความสุขจากการเป็นผู้ให้ และความสุขจากการที่ได้ตื่นขึ้นมาในเวลาตี 4 เพื่อต้อนรับดอกแก้วมังกรที่บานละลานตาภายใต้แสงจันทร์ขาวนวลในคืนเดือนหงาย และสายลมที่ลูบไล้ผิวกายแผ่วละมุน…ความสุขใดจะเสมอเหมือน…..




โปรดติดตามตอนต่อๆ ไป... ขอบพระคุณค่ะ
ช่างสวยงามอะไรอย่างนี้..
ยิ้ม มี สุข
กับแมกไม้งาม
ขอขอบพระคุณ คุณครูอิน แห่งเมือง "เหล็กน้ำพี้ลือเลื่อง เมืองลางสาดหวาน บ้านพระยาพิชัยดาบหัก ถิ่นสักใหญ่ของโลก" สมาชิกท่านแรกที่เข้ามาให้กำลังใจและให้ความเห็นในบันทึกนี้ คุณครูดูจะเป็นคนที่หาความสุขได้ไม่ยากจากการเป็นผู้ที่คิดเชิงบวก (Positive Thinker) นะคะ "หลักการทำงานของคุณครูคือ ทุ่มเท เสียสละ ให้โอกาส" เป็นหลักที่น่าชื่นชมจริงๆ ค่ะ ถ้าข้าราชการไทยได้ใช้หลักนี้ในการทำงาน ประเทศของเราคงจะเดินหน้าไปด้วยดีมากกว่านี้
เราจะตื่นเต้นและปลาบปลื้มยินดีทุกครั้งที่มีสมาชิกเข้ามาให้กำลังใจ และ/หรือให้ความเห็น เพราะเป็นสมาชิกใหม่ ( 2 เม.ย. 54) ยังไม่ถึงเดือน (ดูประวัติของสมาชิกเครือข่ายแต่ละท่านแล้ว ล้วนเป็นสมาชิกกันมานานทั้งนั้น ส่วนใหญ่เป็นมาตั้งแต่ปี 48 อย่างคุณครูอินนี่ก็ปี 50) และเป็นครั้งแรกที่เราสมัครเป็นสมาชิก Blog โดยที่มีความรู้เกี่ยวกับ Blog น้อยที่สุด อาศัยการเรียนรู้ด้วยตนเองทาง Internet แบบลองผิดลองถูก (ตามประสาอาจารย์อาวุโสที่ "ทักษะ IT ไม่ให้ แต่ใจรัก") ซึ่งก็มีปัญหามากเพราะพื้นฐานด้าน IT ไม่ค่อยดี ซื้อคอมพิวเตอร์เครื่องแรกให้ลูกตอนลูกชายเรียนอยู๋ม.4 (ปี 38) หวังจะให้เขาช่วยสอน แต่ยังไม่ได้เริ่มเรียนเขาก็หนีไปเรียนมหาวิทยาลัยก่อนตอนเรียนจบม.5 (สอบเอาวุฒิม.6 จากกศน.) ถ้าสมาชิกที่มีความรู้และประสบการณ์จะกรุณาให้คำแนะนำด้าน IT อย่างเช่น อาจารย์ลูก ดร.ขจิต ฝอยทอง จากม.เกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน ก็จะขอบพระคุณมากค่ะ
เป็นความงดงาม สงบ ทางเลือกของชีวิตที่หลายต่อหลายคน รวมท้ังตัวฉันด้วย ใฝ่ฝันค่ะ ขอบคุณที่กรุณานำมาแบ่งปันเพื่อเป็นกำลังใจค่ะ
มืองแห่งดอกบัวงาม แม่น้ำสองสี
มีปลาแซบหลาย หาดทรายแก่งหิน
ถิ่นไทยนักปราชญ์ ทวยราษฎร์ใฝ่ธรรม
งามล้ำเทียนพรรษา ผาแต้มก่อนประวัติศาสตร์
คำขวัญของจังหวัดอุบลราชธานี ที่สะท้อนให้เห็นภาพแผ่นดินแห่งอารยธรรมชุมชนเกษตรกรรมเก่าแก่ของโลก แหล่งรวมความหลากหลายทางวัฒนธรรม เชื้อชาติเผ่าพันธุ์ ศูนย์กลางการเมืองการปกครอง รากฐานพุทธศาสนาแห่งภาคอีสาน
ดินแดนตะวันออกสุดของประเทศที่พระอาทิตย์ขึ้นก่อนใคร ผืนป่าระหว่างรอยต่อระหว่างไทย ลาว กัมพูชาก่อเกิดความหลากหลายของพืชพรรณ สัตว์ป่า เป็นเมืองแห่งแม่น้ำ จุดบรรจบระหว่าง โขง ชี มูล สายเลือดหลักหล่อเลี้ยงผืนดินอุบลราชธานี ให้อุดมด้วยข้าวปลาอาหาร งานหัตถกรรม ผ้าทอ ล้ำค่าขนบธรรมเนียมประเพณีอันงดงาม สืบสานจากบรรพบุรุษล้านช้าง.......
..อาจารย์คะ..ดั่งน้ำทิพย์ชโลมใจ..ขอบคุณด้วยความยินดีค่ะ..
เช่นกันนะคะ..อยากเห็นเด็กไทยมีความเป็นแก่นแท้แห่งไทยนะคะ
เรามาร่วมด้วยช่วยกันพัฒนาให้ไปสู่จุดหมายนั้นให้ได้..ไม่นานเกินรอ..
คุณครูอิน รู้ไหมว่าตัวเองน่ะ "เป็นคนน่ารักมาก ได้สัมผัสแล้วมึความสุข" ขอบอกว่า "รักเข้าแล้ว" นะเนี่ย ข้อความที่เขียนบรรยายเกี่ยวกับเมืองอุบลฯ น่ะเขียนเองหรือเปล่าคะ ถ้าเขียนเองทึ่งเลยแหละ ก็เขียนได้ไพเราะสละสลวยออกอย่างนี้ ...ตกลงค่ะ เรามาร่วมด้วยช่วยกันพัฒนาให้เด็กไทย "มึความเป็นแก่นแท้แห่งไทย" แต่ช่วยขยายด้วยนะคะ ว่า "มึความเป็นแก่นแท้แห่งไทย" มีพฤติกรรมบ่งชี้อะไรบ้าง ขอบคุณค่ะ
ขอบคุณหนูปริม ทัดบุปผามากนะคะที่ให้กำลังใจและเข้ามาเยี่ยมชม พี่ชอบคำว่า "ความสงบ" ที่หนูใช้ พี่ใช้ชีวิตอยู่ทั้งที่บ้านในเมืองและอยู่ที่ฟาร์มค่ะ จริงๆ แล้วทั้ง 2 แห่งก็มีต้นไม้มาก บ้านในเมืองก็มีทั้งสวนหน้าบ้าน หลังบ้าน และระเบียงชั้น 2 แต่ความรู้สึกตอนที่ขับรถออกไปฟาร์มกับตอนที่ขับเข้าเมืองจะแตกต่างกันมาก (ระยะทางจากบ้านในเมืองถึงฟาร์มประมาณ 45 กม.) เวลาขับรถไปฟาร์มจะรู้สึกปลอดโปร่งโล่งสบาย ยิ่งเมื่อถึงฟาร์มแล้วก็ยิ่งรู้สึกถึงความผ่อนคลาย สงบร่มเย็น แต่เวลาขับรถเข้าเมืองจะรู้สึกถึงความเร่งรีบ ความอึกทึก สับสน วุ่นวาย และความเครียด ประวัติการศึกษาและคติชีวิตของหนูน่าสนใจมาก จบปริญาตรีจากออสเตรเลีย ปริญญาโทจากอังกฤษ ปริญญาเอกจากสิงคโปร์ แล้วก็ทำงานที่สิงคโปร์ แสดงว่าภาษาอังกฤษต้องเยี่ยมสินะคะ และประสบการณ์ก็หลากหลาย ไม่ทราบว่าหนูเคยบันทึกเกี่ยวกับการเรียน การใช้ชีวิต และการทำงานในต่างประเทศไหม ถ้ามีก็จะเป็นประโยชน์สำหรับผู้อ่านมาก พี่ยังไม่ได้ติดตามอ่านบันทึกของหนู จะหาโอกาสเข้าไปอ่านในเร็วๆ นี้ค่ะ ทั้งคุณลักษณะและประสบการณ์ของหนูน่ะเป็นแบบอย่างให้กับคนรุ่นใหม่ได้เป็นอย่างดีเลยนะคะ คือ มีความใฝ่รู้ใฝ่เรียน มีความคิดเชิงบวก มีจิตสำนึกในการแบ่งปัน จบการศึกษาในระดับสูงสุด-ทำงานที่ต่างประเทศแต่มีดวงใจที่ใฝ่ธรรม คนที่เป็นพ่อ-แม่คงจะภาคภูมใจในตัวหนูมากสินะคะ
ดิฉันขอขอบพระคุณเป็นอย่างยิ่ง ในมุทิตาจิตของคุณครูอัมพร ทานประสิทธิ์ที่แสดงให้เห็นหลังจากที่ได้อ่านบันทึกนี้ ผลงานทางวิชาการด้านการเขียนหนังสือ และรางวัลต่างๆ ที่คุณครูได้รับ ทั้งรางวัลครูยอดนักอ่าน และครูส่งเสริมการอ่านดีเด่น ช่างเหมาะสมจริงๆ กับตำแหน่งครูชำนาญการพิเศษสาขาภาษาไทยที่คุณครูได้รับ อยากเห็นหนังสือที่คุณครูแต่งจังเลยค่ะ ไม่ทราบได้ผลิตจำหน่ายไหมคะ ถ้าผลิตมีจำหน่ายที่ไหนคะ ดิฉันเองจะชอบเลือกซื้อหนังสือสำหรับเด็ก ทั้งที่เขียนเป็นภาษาไทย และที่เขียนเป็นภาษาอังกฤษควบกับภาษาไทย เพื่อเอาไว้มอบให้หลานๆ ในโอกาสต่างๆ แต่ไปงานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติในวันที่ 1 เมษายน 2554 ก็ไม่มีเวลามากพอที่จะเข้าไปดูหนังสือประเภทนี้ คุณครูเคยเขียนบันทึกเกี่ยวกับการส่งเสริมการอ่านจากที่ได้ปฏิบัติจริง ใน Blog "Gotoknow" บ้างไหมคะ ถ้าเคยดิฉันคงติดตามอ่านได้ แต่ถ้าไม่เคย อยากจะขอความกรุณาช่วยเขียนเผยแพร่เป็นวิทยาทานด้วยค่ะ ขอบพระคุณนะคะ
สวัสดีค่ะ ท่านศน.ลำดวน ไกรคุณาศัย (เรือนรื่น) แห่ง "สุพรรณบุรีเมืองยุทธหัตถี วรรณคดีขึ้นชื่อ เลื่องลือพระเครื่อง รุ่งเรืองเกษตรกรรม สูงล้ำประวัติศาสตร์ แหล่งปราชญ์ศิลปิน ภาษาถิ่นชวนฟัง" ดิฉันดูรายการโทรทัศน์เกี่ยวกับเมืองสุพรรณบุรี และบันทึกเป็น DVD ไว้หลายตอน อย่างเช่นที่เกี่ยวกับพิพิธภัณฑ์ผักพื้นบ้านซึ่งชอบมาก บันทึกไว้ 2 ครั้งและกำหนดไว้แล้วว่าจะต้องไปเยี่มชมของจริงให้ได้ ตอนหลังนี่ก็ได้บันทึกเกี่ยวกับพิธีเปิดพิพิธภัณฑ์ลูกหลานพันธุ์มังกร (ถ้าไม่ใช่ชื่อนี้ก็ขออภัยชาวสุพรรณบุรีด้วยนะคะ) และล่าสุดได้บันทึกการแสดงในงานวันตรุษจีนซึ่งยิ่งใหญ่ตระการตามากกว่าทุกจังหวัดที่จัด นอกจากนั้นดิฉันยังมีเพื่อนบ้าน (บ้านติดกันตอนที่อยู่บ้านพักอาจารย์) เป็นชาวสุพรรณซึ่งคุณแม่ของอาจารย์ท่านนั้นมีน้ำใจนำขนมสาลี่และปลาสลิดตากแห้งไปฝากดิฉันทุกครั้งที่ไปเยี่ยมลูกชายที่อุบลฯ ตอนนี้ดิฉันก็ได้รับน้ำใจอันอบอุ่นจากคนนุ่มนวลอย่างคุณลำดวน รู้สึกซาบซึ้งใจจริงๆ ค่ะ และรู้สุึกเป็นสุขที่รู้ว่าบันทึกนี้ทำให้ท่านผู้อ่านมีความสุข ขอบพระคุณอีกครั้งค่ะ
โอโห อาจารย์แม่ ต้นไม้เต็มเลย อยากได้พันธุ์ต้นไม้อะไรบ้าง เผื่อมีเมล็ดจะได้ส่งไปให้ครับ...
ต้นแก้วมังกร ออกลูกเต็มเลย น่ากินมากๆๆๆ
อาจารย์แม่ดีใจสุดๆ ที่ได้เห็นหน้าอาจารย์ลูก ดร.ขจิต ฝอยทอง อีกครั้ง หลังจากที่ห่างหายไปนาน คิดว่าทิ้งอาจารย์แม่ไปซะแล้ว ..."Keep in touch, please." นี่อาจารย์แม่เพิ่งจะนำภาพเศษเสี้ยวของต้นไม้ใน "ฟาร์มไอดิน-กลิ่นไม้" มาให้ดูเอง อาจารย์ลูกยังร้อง "โอ้โห" ถ้าได้เห็นมากกว่านี้จะร้องว่ายังไงนะ เวลาอาจารย์แม่ไปดูต้นไม้ที่วางจำหน่ายในตลาดต้นไม้วันเสาร์-อาทิตย์ ที่อุบลฯ คนขายเขาก็จะเสนอขายต้นต่างๆ ให้ อาจารย์แม่ก็มักจะตอบว่า ต้นนี้มีแล้วค่ะ....ต้นนี้มีแล้วค่ะ....ถ้ามีต้นที่ยังไม่มีที่ฟาร์มส่วนใหญ่อาจารย์แม่ก็จะซื้อ เพราะ "ฟาร์มไอดิน-กลิ่นไม้" เป็นที่รวบรวมพันธุ์ไม้ทุกประเภท (เป็นกิจกรรมหลักของอาจารย์แม่ ที่ฟาร์มไอดิน-กลิ่นไม้) แล้วที่อาจารย์แม่ขอเม็ดตะคึกไปในบันทึกเรื่อง "ต้นตะคึก" นานมาแล้ว รับรู้แล้วยังคะ คืออาจารย์แม่ได้เข้าไปอ่านบันทึกดังกล่าวของอาจารย์ลูก เมื่อตรวจสอบแล้วพบว่า เป็นต้นไม้ที่ไม่รู้จัก ด้วย "จิตวิญญาณของนักล่าหาต้นไม้" อาจารย์แม่ก็เลยไปสืบค้นทาง Internet จนได้ข้อมูลว่า ต้นตะคึก เป็นพันธุ์ไม้ชนิดเดียวกับ "ต้นพฤกษ์ หรือต้นจามจุรีสีทอง หรือต้นมะรุมป่า" ซึ่งเป็นต้นไม้ประจำจังหวัดมหาสารคาม (อาจารย์แม่รวบรวมและปลูกทั้งต้นไม้และดอกไม้ประจำจังหวัดทุกจังหวัดในประเทศไทยไว้ที่ฟาร์ม ตอนนี้เพิ่งรวบรวมได้ 45 จังหวัด) และรู้ว่าอาจารย์ลูกเพาะเมล็ดตะคึกไว้ที่ไร่พนมทวน อาจารย์แม่เลยขอไป ถ้าอาจารย์ลูกจะกรุณาส่งเมล็ดตะคึกไปให้อาจารย์แม่ก็จะขอบคุณมาก (ส่งไปที่ ผศ.วิไล แพงศรี คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี ถ.ราชธานี ต.ในเมือง อ.เมือง จ.อุบลฯ 34000) ถ้าส่งไปที่บ้านจะไม่มีคนรับค่ะ แต่ถ้าส่งไปที่ทำงานจะมีเจ้าหน้าที่รับไว้ให้ แล้ว "ต้นขานาง" ต้นไม้ประจำจังหวัดกาญจนบุรีของอาจารย์ลูกล่ะคะ อาจารย์แม่ยังไม่ได้สืบค้นดู มันมีหน้าตาเป็นยังไงและขยายพันธุ์ด้วยอะไร ถ้าด้วยเมล็ดและอาจารย์ลูกมีเมล็ดพันธุ์ ก็ช่วยส่งไปให้อาจารย์แม่พร้อมกับเมล็ดตะคึกด้วยนะคะ ขอบคุณมากๆ ค่ะ อาจารย์แม่คาดว่าแก้วมังกร (Dragon Fruit) ที่ฟาร์มจะมีลูกสุกประมาณเดือนกรกฎาคม ถ้าสุกแล้วจะส่งมาให้ทานนะคะ (ตอนนี้ยังไม่ออกดอก...ฮิฮิฮิ...อาการนี้ติดมาจากอาจารย์ลูก...รู้เปล่า)
ขอบพระคุณคุณครูอัมพรแทนหลานๆ และเด็กๆ ทุกคนมากนะคะที่มีน้ำใจมอบหนังสือดีๆ มาให้ Download นับเป็นส่วนหนึ่งของการสนับสนุนทศวรรษแห่งการส่งเสริมการอ่านของกระทรวงศึกษาธิการ (2552-2561)ได้ดีทีเดียวค่ะ
การเข้ามาเป็นสมาชิก Blog "Gotoknow" ทำให้ดิฉันซาบซึ้งในสุภาษิตที่ว่า "คบบัณฑิต บัณฑิตพาไปหาผล" มากขึ้นค่ะ เพราะได้รับน้ำใจอันงดงามจากสมาชิกผู้เป็นกัลยาณมิตรหลายๆ ท่าน รวมทั้งคุณครูอัมพร ทานประสิทธิ์ ครูชำนาญการพิเศษกลุ่มสาระภาษาไทย โรงเรียนคลองกุ่ม กทม. ท่านนี้
จะรีบส่งเมล็ดตะคึกไปให้นะครับ ต้นขานางดอกมันเหม็นมากๆๆ ถ้าเจอแล้วจะส่งไปพร้อมกันครับ
ขอบคุณมากค่ะ อาจารย์ลูก ดร.ขจิต ที่ไม่ให้อาจารย์แม่รอนาน ดอกขานางมันจะเหม็นยังไง แต่ต้นมันก็มีคุณค่าเพราะมันเป็นต้นไม้ประจำจังหวัดค่ะ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเป็นจังหวัดของอาจารย์ลูกด้วยแล้วยิ่งพลาดไม่ได้ที่จะต้องนำไปปลูกที่ฟาร์มไอดิน-กลิ่นไม้
ส่วนผลแก้วมังกรที่อาจารย์แม่ตั้งใจจะส่งไปให้ชิมนั้น ต้องรอนานหน่อย อาจารย์แม่ว่าจะฝากลูกมะม่วงงามเมืองย่า (โม) ลูกละประมาณ 1 กก. มาให้ชิมก่อน ตอนนี้ออกลูกดกมาก ถึงแม้จะร่วงไปเยอะตอนพายุเข้า แต่กัยังเหลือติดต้นอยู่มาก รอให้ลูกมันแก่ได้ที่แล้วจะส่งมาให้ชิมนะคะ
สวัสดีค่ะท่านอาจารย์วิไล,
ขอบพระคุณที่อาจารย์แวะไปเยี่ยมเยียนค่ะ ต้องขออนุญาติเรียนว่าหนูเป็นคนมีบุญค่ะ ที่มีครอบครัวที่เห็นความสำคัญของการศึกษา มีผู้ใหญ่และผู้มีพระคุณเมตตามาโดยตลอด ตั้งแต่ตอนเป็นเด็กๆเรียนชั้นประถมจนถึงกระทั่งถึงปริญญาเอก จะมีผู้มีพระคุณ คุณครู อาจารย์ จากทุกๆโรงเรียน ทุกทุกสถาบันที่ไปเรียน ท่านให้ความกรุณาสนับสนุนมาโดยตลอด ความสำเร็จในด้านการศึกษาและในชีวิตที่ผ่านมา ก็เนื่องมาจากความเอ็นดูและส่งเสริมจากผู้ใหญ่และผู้มีพระคุณค่ะ
เชื่ออยู่เสมอว่าวิธีหนึ่งที่จะตอบแทนพระคุณทุกท่านนั้นก็คือการดำเนินชีวิตให้มีความหมาย และสามารถจะสานต่อความเมตตาที่เคยได้รับให้คนอื่นต่อค่ะ บุญดีดีที่ติดตัวมาคงถูกใช้ไปหมดแล้วในวัยเยาว์ จึงทำให้หนูสามารถได้มายืนตรงจุดนี้ เพื่อชีวิตดีดีที่เหลือและชีวิตที่ดียิ่งขึ้นต่อๆไป จึงต้องขวนขวายสร้างบุญใหม่ๆด้วยการคิดดี ทำดี และแบ่งปันค่ะ
ขอบพระคุณอาจารย์ที่ให้คำแนะนำและกำลังใจค่ะ หนูจะคอยติดตามชีวิตอันสงบสุขในบ้านไร่ ตอนต่อๆไปค่ะ
ขออนุโมทนาขอบคุณโยม อาจารย์ ผศ. วิไล แพงศรี ที่ไปเยี่ยม ขอให้มีสุขภาพร่างกายแข็งแรง.
ขอบคุณที่ไปเยี่ยม น้ำใจเปี่ยมกรุณา
เป็นห่วงเรื่องภาษา จะถึงคราเปลี่ยนแปลงไป
รีบเร่งเถอะคุณครู ช่วยเชิดชูภาษาไทย
เด็กเด็กเขาผลักใส แต่ผู้ใหญ่ต้องช่วยดึง
ภาษานั้นคือชาติ เอกราชควรคำนึง
ศาสนาพาเข้าถึง ให้รู้ซึ้งสวัสดี
ขอบพระคุณนะคะ..
พลังงานวิเศษอย่างหนึ่ง ซึ่งมาจากความรัก พลังนั้น ช่างมีแรงผลักตั้งมากมาย..
แล้วแรงผลักนี้จะส่งผลให้เกิดการพัฒนาเด็กไทยได้สู่เป้าหมายนั้น ๆ
นั่นคือ:การบ่มเพาะให้เด็กมีหิริโอตตัปปะไม่ฟุ้งเฟ้อ ใช้จ่ายอย่างประหยัด และมีประโยชน์ไม่ลืมความเป็นไทย มีน้ำใจ เอื้ออาทรต่อกัน อยู่อย่างพอดี พอสุข ไม่ตามกระแส
เห็นประโยชน์ส่วนรวมเป็นที่ตั้ง ไม่ละเมิดสิทธิผู้อื่น
เคารพความเป็นมนุษย์ และเท่าเทียมกัน...ต้องปกป้องตนเองเป็นเมื่อต้องอยู่ท่ามกลางสิ่งยั่วยุต่าง ๆ เช่น ยาเสพติด เกมส์ที่รุนแรง มั่วเพศ การใช้โทรศัพท์มือถือ การใช้อินเทอร์เน็ตอย่างชาญฉลาด มีจริยธรรม ต่าง ๆ เหล่านี้ ครูเป็นผู้มีส่วนที่จะต้องชี้แนะให้เกิดผลดีให้ได้
..ไม่ได้เขียนเงค่ะ ลอกเค้ามา ขอโทษค่ะ ไม่ได้อ้างอิงข้อมูล
งั้นขอบคุณ แหล่งที่มาของข้อมูลด้วยนะคะ..
ขอบคุณ ความรัก ซึ่งส่งแรงผลักให้ นะคะ