ทำไมต้อง :เปียกสลับแห้ง แกล้งข้าว (AWD5/-15) :ว่าแล้วก็ลองไตร่ตรองด้วยเหตุและผล ว่า"ทำไม่ได้ หรือ ไม่ได้ทำ" หรือว่าจะทนๆบ่นๆกันไป ข้าวก็ข้าวของเรา นาก็นาของเรา ใครก็ช่วยเราไม่ได้ นอกจากตัวเอง นะครับ
ช่วงนี้ “เพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล” ก็ยังคงระบาดหนักอย่างต่อเนื่อง ส่งผลต่อความอยู่ดี กินดี ต่อผลผลิต -รายได้(ขาดทุน) -สุขภาพเจ้าของนา- สุขภาพสิ่งเเวดล้อม ของพี่น้องเกษตรกรแถบภาคกลาง และเหนือตอนล่าง ที่ทำนาข้าว อย่างมาก ถึงมากที่สุด
จากหลายๆ บันทึกที่ผ่านมา ที่ได้ลงไว้ เป็นแนวทางสู่การปฏิบัติจริง ในเเปลงนา
กลับไปศึกษาย้อนหลังได้ที่นี่ครับ
http://gotoknow.org/blog/supersup300/toc
แนวทางหนึ่งที่ผสมผสานจากงานวิชาการ และปฎิบัติจริงในพื้นที่ ที่ขอแนะนำ คือ
"เปียกสลับแห้ง แกล้งข้าว ซึ่งก็คือการควบคุมระดับน้ำในแปลงนา+ผสมผสานเทคโนโลยี ที่ทำได้ด้วยตัวเอง"
น้ำคุมหน้าดิน 5 เซน และปล่อยให้แห้ง ลงไป 15เซน ให้หน้าดินแตกระแหง ตามรูป ตอบโจทย์ ทำนาเเบบใส่ใจทรัพยากรโลก ช่วยลดโลกร้อน ช่วยแก้ปัญหาเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล และแก้ปัญหานาหล่ม
ข้อดี และการปฎิบัติ
ทำได้ตั้งแต่ สัปดาห์ที่สอง –เว้นช่วงข้าวตั้งท้อง –ปล่อยให้แห้งก่อนการเก็บเกี่ยว 15-20 วัน
1.ความชื้นที่โคนกอข้าว ต่ำ อุณหภูมิหน้าผิวดิน จะสูงๆ ต่ำ ๆ เพลี้ยกระโดดสีน้ำตาลไม่ชอบ ( ไปหาเเปลงอื่นลงแทน )
2.ต้นข้าว จะไม่อวบน้ำ ผนังเซลล์จะแข็งแรง เพลี้ยกระโดดสีน้ำตาลก็ไม่ชอบอีก
3.หน้าดินแตกระแหง รากข้าวได้ออกซิเจนมากขึ้น ทำให้ต้นข้าวแข็งแรง ต้านทานโรคและเเมลง
4.ระบบราก ทำงานอย่างเต็มที่ มีการแตกกอดี
5.หน้าดินได้มีเวลา เซทตัว ลดปริมาณน้ำในแปลงนาข้าวลง ช่วยลดปัญหานาหล่ม ดูแล และทำงานในเเปลงนาได้ง่าย ไม่หน่ายแรงงาน
6.หลังจากหน้าดินแตก ก็ค่อยใส่ปุ๋ยลงไปในนา ปุ๋ยจะลงไปในรอย crack (เหมือนกับการฝังปุ๋ยไว้ในดิน ทำให้รากข้าวดูดซึมสารอาหารได้เต็มที่ การใช้ปุ๋ยมีประสิทธิภาพมากขึ้น) ดีกว่าการหว่านแบบเดิม ที่เม็ดปุ๋ยอยู่หน้าดิน รากไม่เจอปุ๋ย และทำให้รากข้าวลอย มีการคายประจุ ออกไปในอากาศ ข้าวไม่ได้สารอาหารเต็มที่
7.เติมน้ำลงในแปลงนา ปุ๋ยที่อยู่ในดิน ละลายน้ำ ต้นข้าว กินอย่างหิวกระหาย –ต้นข้าวแข็งแรง
8.หากมีหญ้าขึ้นระหว่างแถว ก็พรวนดิน เพิ่มออกซิเจนให้รากข้าว กำจัดหญ้า พร้อมฝังปุ๋ยไว้ในนา ไปในตัว ด้วย Rotary weeder ครับ (ทำหลังจากปล่อยน้ำเข้านาให้ซึมเข้าหน้าดิน)
9. เลี้ยงเป็ด ในร่องนาดำ (บ้านที่มีคนอยู่ปลวก แมลงไม่ขึ้นบ้าน แปลงนามี เป็ดอยู่ ก็จะมีเสียง และคลื่นความร้อน รบกวนการอยู่ของแมลง)
10.ต้นข้าวจะโตทางข้าง (แตกกอ) และล่าง (รากลงล่าง ช่วยหากินเลี้ยงลำต้น) ทำให้ไม่ต้องยืดตัว "หนีน้ำ" ต้นข้าว ไม่ล้ม เวลาเก็บเกี่ยว ชาวนาก็ได้ข้าวเพิ่มขึ้น !!!
ตามไปชมรูปได้ที่ด้านล่างนะครับ
ข้อจำกัด
1.เปียกสลับแห้ง แกล้งข้าว ทำได้ ในพื้นที่ ควบคุมน้ำได้ และมีต้นทุนเอาน้ำเข้านาต่ำ เช่นพื้นที่ชลประทาน
2.ไม่เหมาะสำหรับพื้นที่ดินเค็ม อาจทำให้ข้าวตายได้
3.งดเว้น การปล่อยน้ำให้แห้ง “ช่วงข้าวตั้งท้อง”
4.ปล่อยให้หน้าดินแห้งต่อก่อนการเก็บเกี่ยว 15 วัน
5.ดินที่เหมาะ คือ ดินที่ ไม่เผาตอฟางข้าว (มีอินทรียวัตถุในดินให้ข้าว เลี้ยงตัวระหว่างหน้าดินแห้ง )
ว่าแล้วก็ลองไตร่ตรองด้วยเหตุและผล ว่า"ทำไม่ได้ หรือ ไม่ได้ทำ"
หรือว่าจะทนๆบ่นๆกันไป ข้าวก็ข้าวของเรา นาก็นาของเรา ใครก็ช่วยเราไม่ได้ นอกจากตัวเอง นะครับ>>>
บันทึกจากริมคันนา จ.นครสวรรค์ กำเเพงเพชร

















ขอบคุณครับ
สวัสดีค่ะ
มาชื่นชมค่ะ
ขอบคุณที่แบ่งปันความรู้
สนใจเครื่องไถหญ้าค่ะ
ส่วนทำเปียกสลับแห้งนี่ยังจนใจเพราะอยู่นอกเขตชลประทาน
ขอบคุณค่ะ..อ่านแล้วชื่นชมจริงๆ..สาระพัดวิธีเพื่อการผลิตข้าวที่ได้ผลเต็มที่ค่ะ..
*..ว่างๆพี่ใหญ่ชวนไปงานนี้นะคะ..น้องๆจิตอาสาเพื่อสังคมไปชุมนุมกันมากมาย
สุดยอดครับ แกล้งข้าว
สวัสดีครับ พี่สุพัตรา
ดีใจครับที่เป็นประโยชน์ เครื่องแถกหญ้านี้ดูเป็นแบบ เอาไปให้อู่ท้องถิ่นทำได้นะครับ
ส่วนเรื่องน้ำก็อย่างที่บอก ...ต้องควบคุมได้ ระดับหนึ่งครับ
ทำได้ประการใด มาแลกเปลี่ยนนะครับ
ขอบคุณพี่ใหญ่ ครับ
กิจกรรมน่าสนใจมาก แต่มีโปรแกรม ลงนาช่วงนั้นพอดีครับ
ขอบคุณอีกครั้งครับ
ขอบคุณ คุณดอน บ้านดิน
ดูแลดีเกินไป ก็อ่อนแอ ครับ ต้องให้ออกกำลังกายบ้าง ...จะได้เเข็งแรงครับ
ขอขอบคุณ
สำหรับดอกไม้ครับ ...
ขอบคุณมากๆค่ะ น้องต้นกล้า ปัญหาหนักอกของเกษตรกร คือเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล ว่า แต่ว่าการบริหารจัดการความเสี่ยงต้องสร้างก่อนลงมือทำนา หากลงมือมือทำนาด้วยวิธีเดิมๆ ปัญาก็เกิดแบบเดิมๆ แก้แบบเดิมๆ ผลก็ออกมาแบบเดิมๆ
แต่วิธีของน้องต้นกล้า คือสร้างความรู้ความเข้าใจธรรมชาติ แล้วใช้ธรรมชาติให้เป็นประโยชน์ นี่แหละเขาเรียกว่าการบริหารจัดการองค์ความรู้ ที่เป็นมรรคเป็นผล ชื่นชมคนรุ่นหนุ่มที่เป็นอนาคตของชาติ ที่จะนำพาชาวนาไทยในยุคดิจิทอล เป็นเกษตรกรคุณภาพ ที่มีศักศรี ต่อไปในอนาคตค่ะ
ขอบคุณ อาม่า
ครับ
เเผนงานต่อไป คือ การเลี้ยงเเหนแดงคลุมหน้าดิน(ตามสูตรอาม่า) หลังการปักดำ เพื่อช่วยพรางแสง ลดวัชพืช เเละเพิ่มปุ๋ยพืชสดให้กับต้นข้าวนาดำ จะเลี้ยงตั้งแต่หลังปักดำ จนถึงสัปดาห์ที่สอง และก็ปล่อยเป็ดกิน เเหนเเดง หอย เเมลง ในเเปลงนา ก่อนจะปล่อยให้น้ำเเห้ง จนหน้าดินแตกระเเหงครับ
ถึงตอนนี้หญ้าขึ้นไม่กลัวแล้วครับ เพราะมีเครื่องมือแล้ว
ขอคำแนะนำด้วยนะครับ ต้นเดือน พ.ค. จะไปลงทำนา กับลุงมี จำนวน 5 ไร่ ตามสูตร
"เปียกสลับเเห้ง แกล้งข้าว+ เเหนเเดงคุมหน้าดิน +เลี้ยงเป็ดกินหญ้า แมลง หอย+ พรวนหญ้าบำรุงดินในนา + บำรุงรักษาด้วยน้ำส้มควันไม้ "
ขอบคุณอาม่ามากๆครับ
ยอดเยี่ยมเลยครับ ขอให้บันทึกต่อไปครับผม
ขอบคุณอาจารย์โสภณที่มาส่งข่าวครับ
ผมขอเว้นวรรคทางการเมืองครับ
ต้องมีสติ มีเหตุผล และไม่ชอบการเมืองเเบบพวกมากลากไปครับ
ขอ ขอบคุณ
ในความรู้แบบผสมผสาน เอาไปทำได้โดยไม่ยุ่งยาก
นี่คือคุณค่าของคนนะครับ
ขอบคุณลุงอรรถ ที่กรุณามาเยี่ยมชมนะครับ
ขอบคุณที่แนะนำเข้าหาความรู้ การทำนาแกล้ง
ที่บ้านแกล้งลองกอง ปล่อยลองกองให้ขาดน้ำจนปลายใบไหม้ แล้วให้น้ำให้ปุ๋ย ติดดอกทันที
ผลผลิตต่อไร่เท่าไหร่ครับ
คุณไอดิน .
ล่าสุดที่ได้ติดตาม : เเปลงนา "เปียกสลับเเห้ง แกล้งข้าว" เป็นข้าวพันธุ์ กข.31 เอารวงมานับเมล็ด ได้เฉลี่ย 120 เมล็ดต่อรวง ไม่มีเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาลมากวน แปลงนาใช้ปุ๋ย ยา น้อยมาก เติมน้ำลงนา 2 ครั้งเท่านั้น
ทำให้ผมคิดถึงการปลูกป่าโดยไม่ปลูก,การแกล้งดิน น่าจะมาในเเนวทางเดียวกัน
อ่านไปลองจินตนาการไป ก็เห็นว่า สอดคล้องกับธรรมชาติของสิ่งมีชีวิตเลย ปล่อยให้หิวเเละให้สารอาหารเลิศรส มีคุณภาพ เติบโตเร็ว
มีเป็ดน้อยสีขาวมาเริงร่าในนาข้าวด้วย แบบนี้ไม่ต้องใช้สารเคมีในการกำจัดหอย เเละเเมลงบางอย่าง ถือว่าเป็นการทำนาที่เยี่ยมยอดมากๆครับ
รบกวนทางพี่ต้นกล้า ส่งรายละเอียดแบบที่พรวนหญ้าในนาข้าวให้ด้วยได้มั้ยครับ สนใจมาก ๆ จะเป็นพระคุณอย่างสูงครับ
( ทำนาหว่านมาหลายปีแล้ว ขอเดินในแนวทางที่ถูกต้องบ้างเถอะ )
e-mail [email protected]
Tel ; 08-88362188
ขอบคุณครับ
หมู