ยุคของวิทยาศาสตร์ที่สร้าง สถาปนา ได้เข้าครอบงำ
พื้นที่ ของทุก ๆ ศาสตร์  วิทยาศาสตร์ พยายามแยก
อารมณ์ ความรู้สึก ว่าเป็นสิ่งที่ไม่ใช้วิทยาศาสตร์
ต้องกำจัดทิ้ง ทั้ง ๆ ที่การค้นพบทางวิทยาศาสตร์นั้น
เกี่ยวเนื่องกับอารมณ์ ความรู้สึก อุดมการณ์ ยกตัวอย่าง
การค้นพบของนิวตั้น ยามที่แอปเปิลหล่นใส่หัวนั้น อย่างน้อย
อารมณ์ความรู้สึกที่ผ่อนคลายหลังหลับ ก่อให้เกิดภาวะที่
ผ่อนคลายเต็มที่ นั้นก่อให้เกิดการตอบโจทย์ทางวิทยาศาสตร์
ที่กำลังคิดอยู่  แม้กระทั่งคำว่า ยูเรก้า ก็เกิดในขณะที่ผ่อนคลาย
ก็ตอบโจทย์วิทยาศาสตร์ขึ้นมา อย่างกระทันหัน ต่อมาพวกรุ่นหลัง
จากวิทยาศาสตร์คลาสสิก ก็คิดกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ขึ้นมา
โดยไม่เอาอารมณ์ความรู้สึกไปผสมโรงไปด้วย 

นอกจากนั้นแล้วอุดมการณ์ของนักวิทยาศาสตร์ ยังผูกโยงใยไปกับ
อุดมการณ์ทุนนิยมเสรีนิยม อุดมการณ์สังคมนิยม ซึ่งอุดมการณ์ก็คือ
ความคิด ความรู้สึก และวิธีปฏิบัติ ดังจะเห็นได้จากการแข่งขันทางด้าน
อวกาศ ของสองอุดมการณ์ที่ใช้วิทยาศาสตร์ในการขับเคลื่อน เพื่อที่
จะแข่งขันโฆษณาชวนเชื่อ การคิดดินระเบิดของอัลเฟรด โนเบล
ทำให้ผู้คนล้มตายไปเป็นจำนวนมากจากการคิดค้นของเขา ความรู้สึก
ผิดชอบชั่วดี ทำให้เกิดการมอบรางวัลโนเบล ซึ่งเป็นเครื่องมือทาง
การเมืองจนถึงทุกวันนี้  การคิดค้นระเบิดปรมาณูโดยใช้ทฤษฎีสัมพันธภาพ
ก็เป็นอารมณ์ความรู้สึกที่เกี่ยวข้องกับอุดมการณ์ และนักวิทยาศาสตร์
ที่เข้าไปรับใช้อุดมการณ์ทางการเมืองด้วยกันทั้งสิ้น

แบบแผนวิทยาศาสตร์สามารถล้มล้างกันไปมาได้ หากมีแบบจำลองความจริง
ที่แตกต่างกัน หรือมีเครื่องไม้เครื่องมือที่สามารถจำลองความจริงได้ดีมากกว่า
คำอธิบายของดาร์วิน กาลิเลโอ ในยุคสมัยแห่งการจองจำทางปัญญานั้น
ย่อมเกี่ยวข้องกับความรู้สึกกลัว เป็นธรรมดา แบบกล้าไปด้วยขาสั่นไปด้วย

เมื่อหันไปมองกระบวนการเปลี่ยนแปลงไม่ว่าจะวิทยาศาสตร์ธรรมชาติหรือ
่วิทยาศาสตร์สังคมก็ตาม จะพบว่า ถ้าความคิดต่าง ๆ เปลี่ยน การปฏิบัติต่าง ๆ
ก็เปลี่ยน เป็นความสัมพันธ์ระหว่างความคิดกับการปฏิบัติ ยกตัวอย่างในยุค
ของการปฏิวัติเขียว และการเริ่มต้นแห่งอุตสาหกรรม ความคิดและการปฏิบัติ
ผู้คนก็เปลี่ยนแปลงไปตามวิถีการผลิตนั้น ๆ จากพึ่งตนเอง ก็ไปพึ่งพาการผลิต
จากโรงงานอุตสาหกรรม ซึ่งนำไปสู่การผูกขาด ดังนั้นการปฏิบัตินั้นจึงขึ้น
อยู่กับการชี้นำของทฤษฎีเสมอ 

พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้า ได้ทรงสถาปนาคณะธรรมยุติินิกายขึ้นมา
ก็เห็นว่าวิถีปฏิบัติต่าง ๆ ของคณะสงฆ์ที่เกิดขึ้นในปัจจุบันนั้นไม่ถูกต้อง
พระมหาเงื่อม อินทปัญโญ เมื่อเรียนจบเปรียญธรรมสามประโยคแล้ว
ก็เห็นว่าวิถีต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในปัจจุบันนั้นไม่ใช่อุดมการณ์ดั้งเดิมของพุทธแล้ว
ท่านจึงก่อตั้งสวนโมกข์ขึ้นมา เพื่อจะจำลองความจริงชุดหนึ่งผ่านความคิด
และการปฏิบัติ และจากการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นจากการปฏิบัตินำไปสู่
การยกระดับขึ้นมาเป็นทฤษฎี สัมพันธ์ซึ่งกันและกันมากขึ้น การเปลี่ยนแปลง
บางอย่างอาศัยความรู้สึกที่ถูกกดขี่ ซึ่งครั้งหนึ่ง นายนรินทร์ กลึง ได้บวช
ลูกสาวตนเองให้เป็นสามเณรี ที่ชื่อจงดี และวิสาระ ซึ่งไม่ได้เป็นที่พอใจ
ที่ตอบสนองต่อระบบโครงสร้างเดิมเท่าไดนัก ทำให้เกิดการกระทำที่รุนแรง
ต่อสามเณรีเหล่านั้น จากวันนั้นถึงวันนี้ สามเณรี หรือภิกษุณี ที่เป็นแบบแผนอื่น
ก็แสดงตัวตนที่หลากหลายมากขึ้น และได้รับการยอมรับมากขึ้น
ดังนั้นชุมชนนักปฏิบัติที่เป็นนักปฏิบัติที่ไม่ได้แยกตัวออกจากทฤษฎี
แต่มีการยกระดับขึ้นเป็นทฤษฎีขึ้นมา

การหมุนเกลียวความรู้เพื่อการเปลี่ยนแปลงการปฏิบัติของสวนโมกข์หรือ
การเปลี่ยนแปลงอื่น ๆ ที่เป็นพัฒนาการของสังคมไทย ล้วนแต่มีความ
สัมพันธ์ระหว่างทฤษฎีกับการปฏิบัติควบคู่กันไป และเกี่ยวข้องกับอุดมการณ์
ความคิด ความรู้สึก ที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ การเกิดขึ้นของโรงเรียนเอกชน
เช่นโรงเรียนหมู่บ้านเด็ก โรงเรียนลำปลายมาศพัฒนา โรงเรียนรุ่งอรุณ
โ่รงเรียนสัตยาไส โรงเรียนสัมมาสิกขา หรือ โฮมสคูลต่าง ๆ ฯลฯ
ล้วนแต่เกิดขึ้นเพราะอุดมการณ์ ความคิด ความรู้สึก ที่ก่อให้เกิดแบบแผน
ใหม่ ๆ ในการจำลองความจริงในการพัฒนามนุษย์ ความรู้เหล่านี้ได้ถูก
ชี้นำโดยทฤษฎี และเมื่อเกิดการปฏิบัติแล้วทฤษฎีต่าง ๆ นั้นก็ถูกปรับ
ให้เข้ากับวิถีการปฏิบัติ

ดังนั้นผมจึงสรุปลงแบบดื้อ ๆ ว่า ไม่สามารถแยกอุดมการณ์ วิธีคิด ทฤษฎี
อารมณ์ความรู้สึก ออกจากการปฏิบัติได้ แต่เป็นในลักษณะความสัมพันธ์
ที่ไม่สามารถแยกออกจากกันได้ และชุมชนนักปฏิบัติทั้งหลายก็เป็นชุมชน
่นักทฤษฎีไปพร้อมกัน แต่เป็นนักทฤษฎีที่เกิดจากการยกระัดับจาก Practice
สังเคราะห์ขึ้นมาเป็นทฤษฎี