ยามใดที่อ่อนแรงสู้แรงต้านทางจากสิ่งภายนอกที่มากระทบไม่ไหว อาศัยการมองเห็นธรรมชาติและโน้มนำความงดงามแห่งความธรรมดาเข้ามา ก็จะเห็นความสว่างและสงบแห่งจิตที่สะอาด
บทบาทหน้าที่ของคนเราในโลกแห่งชีวิตการทำงานไม่ได้มีเพียงแค่งานในอาชีพประจำเท่านั้น ผู้เขียนเชื่อว่าเรายังมีบทบาทหน้าที่อื่น ๆ อีก อย่างน้อยก็หน้าที่ทางสังคมหรือหน้าที่ทางศีลธรรมที่ต้องเกี่ยวข้องกับผู้อื่น
ในบางครั้งที่เรามีเจตนาดีมีจิตเป็นกุศลที่จะทำงานบางอย่างเพื่อสังคม แต่เราก็อาจจะถูกเขาอาศัยนำความรู้หรือความสามารถของเราไปใช้ทำประโยชน์ให้เขาในทางอื่นได้โดยที่เราไม่รู้ตัว และกว่าจะรู้ทันทางโลก  เราก็ได้แต่รู้สึกว่าเสียรู้และเก็บไว้เป็นบทเรียนต่อไป เพื่อให้รู้ทันใจเราเองในวันข้างหน้า
ความไม่รู้เท่าทันเจตนาของผู้อื่นก็ดี ความไม่รู้ในสิ่งที่เราทำแล้วอาจจะไปกระทบใครโดยไม่ได้ตั้งใจก็ดี เหล่านี้เราไม่สามารถควบคุมความไม่รู้ได้  แต่เมื่อใดก็ตามที่เกิดความไม่รู้  ขอให้รู้ตามถึงการทำอะไรไม่ได้เลยกับความไม่รู้ แก้ก็ไม่ได้ ห้ามก็ไม่ได้ จะให้รู้ทันทางโลกทุกเรื่องก็ไม่ได้
 
หากรู้สึกว่าเสียหน้า เสียความรู้สึก เสียรู้ เสียใจ ก็อย่าให้เสียตัวรู้ทันใจที่เศร้าหมอง หมั่นขัดเกลาจิตใจตนเรื่อยไป การต่อสู้กับคนที่กระทำกับเราไม่ยิ่งใหญ่อะไรเลยเมื่อเทียบเท่ากับการต่อสู้ภายในตนเอง ความรู้สึกขัดข้องหมองใจภายในมาจากการวางไม่ลง ยอมรับไม่ได้กับอาการเสียรู้เขา แต่นั้นก็ไม่เท่าการเสียรู้เท่าทันใจเราเอง
นานมาแล้ว ผู้เขียนเคยถามอาจารย์ผู้สอนการปฏิบัติธรรมว่าทำไมสภาวะบางอย่างเคยเกิดขึ้นแล้ว ไม่เกิดขึ้นอีก ท่านก็แค่บอกว่าไม่ต้องรอ  และผู้เขียนก็ไม่แปลกใจแล้วว่ายิ่งเราอยากให้สิ่งดี ๆ ที่เคยเกิดขึ้นให้กลับมาเกิดขึ้นอีกเมื่อไหร่ ก็เท่ากับเรามีความอยาก มีตัณหา    สิ่งดี ๆ นั้นก็จะไม่ปรากฎ ซึ่งจริง ๆ แล้วไม่ว่าจะกุศล หรืออกุศลก็มีผลเท่ากันคืออยู่ไม่ได้นาน
หมั่นขัดเกลาไป มองเห็นโลกภายในตนเอง เส้นทางแห่งชีวิตจิตอีกยาวไกลไร้อาณาเขต  อีกยาวนานไร้กาลเวลา  รอเราอยู่ข้างหน้า  แต่ความสุขหรือความไม่สุขอยู่ต่อหน้าต่อตานี้เอง ไม่ต้องรอ
ยามใดที่อ่อนแรงสู้แรงต้านทานจากสิ่งภายนอกที่มากระทบไม่ไหว อาศัยการมองเห็นธรรมชาติและโน้มนำความงดงามแห่งความธรรมดาเข้ามา ก็จะเห็นความสว่างและสงบแห่งจิตที่สะอาด