เมื่อเราสังเกตดูแล้วสอนไม่ได้แบบเดิมแล้ว จึงจำเป็นต้องปรับกลยุทธ์ ต้องขอออกตัวก่อนเลยว่าเราไม่ได้เรียนครูมา แต่เราเอาหลักสูตร แนวคิด ของเพื่อนที่เป็นครูมาใช้

เปิดงัยกันบ้าง สดชื่นไหม ตื่นมาเช้าๆ ได้สูดบรรยากาศดีๆเย็นของหมอกแบบนี้ โอเคทุกคนกลับไปอาบน้ำ เตรียมตัว ทานข้าวพร้อมกัน เวลาแปดโมงที่โรงอาหาร” หลังจากที่พวกเราได้ตื่นขึ้นมาละหมาดซุบฮิร่วมกันเวลาประมาณ ๔.๓๐-๕.๐๐ น. แล้วแต่เวลาดวงจันทร์ ดวงอาทิตย์ที่บ้างเดือนมืดช้า สว่างเร็ว สับเปลี่ยนกันไป จากนั้นพวกเราก็พลัดกันอาบน้ำละหมาด มีช้าบ้าง เร็วบ้าง ตามคิว แต่อากาศก็ยังหนาวมาก บรรยากาศเหมือนที่บันนังสตาหรือสวนยางบนภูเขาเลยก็ว่าได้ หากใครที่เคยไปปากชม เชียงคาน หรือวังน้ำเขียว ความรู้สึกจะไม่ต่างจากที่นั้นเลย เสร็จสรรพ์เรียบร้อยทุกคนก็เข้าไปละหมาดสุนัต ๒ รอบ คือ ละหมาดตะฮิยาตุลมัสยิดและละหมาดก่อนละหมาดซุบฮิ อย่างพร้อมเพียงกันเป็นลำดับ แต่สักพักก็หลับในกับเป็นแถวยาว คอตกกันตามๆกันไป พอเดินผ่านหน่อยก็ค่อยๆสะกิด ตื่นตามกันมา ต้องออกตัวก่อนเลยว่า หลักสูตรนี้เป็นทั้งค่ายพักแรมวันหยุดทั่วไปและเป็นการเรียนภาคปกติของอิสลามในไทย จึงต้องมีความหลากหลาย เพราะที่หลับในเหล่านี้ก็เพิ่งขยับขึ้นมาไม่ ป.๑ ก็ ป.๓ เท่านั้น ส่วนพี่ใหญ่หน่อยก็กำลังเรียนอยู่ ป.๕ กับ ป.๖ ส่วนใหญ่ จะมีบ้างแต่ไม่มากก็ ม.๓ กับ ม.๕

          เมื่อทุกอย่างพร้อมแล้ว จิตใจ กาย ก็พร้อมที่จะเรียนต่อไป ก้าวขึ้นสู่ห้องเรียนอีกครั้ง วันนี้เป็นการเรียนการสอนวันที่เท่าไรแล้วไม่ทราบ แต่จำได้ว่ามีตารางเรียนสำหรับเด็ก และตารางสอนที่ต้องทำสอนทั้งเด็กและผู้ใหญ่ในสัปดาห์เดียวกัน

          โดยหลักๆแล้วเราจะกำหนดตารางเรียนไว้ก่อนข้างกระดานเขียว เพื่อสะดวกให้นักเรียนเดินมาอ่านได้เวลาว่างๆ จากนั้นก็ดำเนินการตามลำดับ เราได้กำหนดวิชาเรียนอิงกับหลักสูตรทั่วไป ขาดความมั่นใจว่าจะได้รับตามหลักสูตรหรือไม่ เพราะเรากำหนดรายวิชาก็จริงแต่ตำราอ้างอิงนั้นมีเล่มเดียว นั้นคือคู่มือมุสลิมเบื้องต้น ถ้าจำไม่ผิด เพราะหลังนี้จับมาหลายเล่ม จนเล่มนี้ไม่ได้จับอีกเลย ก็ว่ากันไป

          ใน ๑ วันเราจะมีวิชาเรียนด้วยกันประมาณ ๔ วิชา ยกเว้นบางเว้นเราจะมีคาบพิเศษนั้น คือ ทัศนศึกษา ทำให้วิชาลดลงมา ๓ วิชา ลดความเครียด กดดันของเด็กๆไปในตัว แต่เป็นวิชาทัศนศึกษาที่พิเศษมากทีเดียว นั้นคือ ทัศนศึกษาชุมชนโดยรอบ ทำความรู้จักกันระหว่างนักเรียนกับชาวบ้านในชุมชนที่เรียนอาศัยเรียนอยู่และแลกเปลี่ยนความคิดเห็นร่วมกัน เด็กคุยกับพ่อตู้ แม่เฒ่านี้ละครับ (ผู้สูงวัยครับ) ตรงนี้ต้องยกความดีให้กับอิหม่ามประจำมัสยิดที่ให้เข้าใจ เข้าถึง และพัฒนาจริงๆ เพราะท่านมิได้สอนหนังสือเอง แต่จะคอยควบคุมดูแล กำกับ เป็นพี่เลี้ยงอยู่ห่างๆ ท่านเป็นผู้ซึ่งเสียสละเรื่องทางโลกเลยก็ว่าได้ เพื่อที่จะทำงานศาสนา เพื่อสังคม เด็ก ชุมชนมุสลิมอีสานอย่างแท้จริง จึงเกิดการเรียนรู้ในตัวท่านเองว่า เด็กพวกนี้ต้องสอนแบบนี้ ทั้งที่ท่านมิได้ผ่านระบบโรงเรียนหรือการสอนเด็กมาก่อนแต่อย่างใด อาศัยประสบการณ์ ความเข้าใจ สังเกตการณ์พฤติกรรมที่เปลี่ยนไป ต้องยอมรับว่ามีปัญหาให้แก้ตลอด แต่อยากให้เชื่ออยู่อย่างหนึ่งที่ว่า แม้จะเป็นปัญหาเด็กๆที่ทุกคนอาจจะคิดว่าไม่ใช่ปรับระดับชาติ แต่เด็กเหล่าหากถูกกดขี่ไม่ว่าเรื่องใดก็ตาม หากโตขึ้นมาก็จะกลายเป็นปัญหาสังคมขึ้นมาในอนาคตได้เช่นกัน

          วิชาที่เราจะสอนกันในวันนี้ ก็มีวิชาอัลกุรอานเป็นลำดับแรก สาเหตุที่ต้องนำวิชานี้ไว้ก่อนก็เพราะว่าหลักสูตรก่อนหน้านี้ได้กำหนดมาแบบนี้หรืออย่างไร คงไม่ใช่แบบนั้นเสมอไปแน่นอน แต่เราเชื่อว่าอย่างน้อยก็ลดภาวะความกดดันของเส้นประสาทตาได้เยอะ เพราะเรามาบริหารลำคอด้วยคำที่มาจากคัมภีร์อัลกุรอาน และบริหารสมองในความทรงจำเช้าๆด้วยถ้อยคำและความหมายที่ดี

          เราเริ่มให้นักเรียนอ่านกุรอานในส่วนนี้ตรงจุดของการอ่านออกก่อน สะกด รู้จักพยัญชนะ การอ่านควบกัน เป็นต้น เพราะการอ่านทบทวนนั้นเราได้ให้นักเรียนอ่านแล้วตอนเช้าหลังละหมาดซุบฮิ เพื่อเสริมสร้างสิ่งดีเข้าสู่ร่างกายก่อนจะออกกำลังกายหรือเดินเล่นเช้าๆ

          เวลาในการสอนวิชานี้ค่อนข้างที่จะกำหนดตายตัวบ้างเล็กน้อยเพราะเวลาในแต่ละวันเอาแน่นอนไม่ได้เสมอไป เพราะหลักสูตรก็คือหลักสูตร แต่ไม่ใช่หลักปฎิบัติที่สามารถทำได้เสมอไป เราจะสอนด้วยการสะกดทันที สักพักหนึ่งสังเกตว่านักเรียนทั้งหลายไม่สามารถปฎิบัติตามได้ ครั้งแรกอาจจะยังหาสาเหตุไม่พบ เพราะบางทีเป็นเด็กใหม่ เขาก็ใหม่สำหรับเรา เราก็ใหม่สำหรับเขาเช่นกัน ดังนั้นก็ต้องดูนานๆ อาศัยประสบการณ์ หากใครที่เก่งแล้วก็อาจจะทำได้ แต่เราอยากให้ทุกคนมองนักเรียนด้วยใจ ไม่มองด้วยวิชาเป็นตัวตั้ง เพราะก่อนหน้านี้เราก็ไม่รู้เรื่องเหมือนนักเรียนเหมือนกัน และการเรียนรู้ได้มิได้ ก็ไม่ได้จากตัวเราเพียงผู้เดียว แต่เกิดจากอัลลอฮฺที่ให้โอกาสเราในครั้งนี้ การดลใจให้นักเรียนเกิดการบรรลุผลของวิชา

          เมื่อเราสังเกตดูแล้วสอนไม่ได้แบบเดิมแล้ว จึงจำเป็นต้องปรับกลยุทธ์ ต้องขอออกตัวก่อนเลยว่าเราไม่ได้เรียนครูมา แต่เราเอาหลักสูตร แนวคิด ของเพื่อนที่เป็นครูมาใช้ ที่เขาเคยบอกเราไว้ และเราก็มั่นใจอย่างหนึ่งว่าความเป็นครูมิได้มีมาแต่กำเนิด แต่เกิดจากการเรียนรู้ในตัวเราเอง และความรักในวิชาความรู้ รักในความเป็นครู และรักนักเรียนเหมือนที่นักเรียนรักเราในความเป็นครูที่สอนพวกเขาไม่อิงค่าจ้าง ค่าตำแหน่ง ค่าล่วงเวลา อื่นๆใด

          การเรียนรู้เกิดขึ้นอีกครั้ง นักเรียนได้ท่องอัลกุรอานพร้อมกัน เพราะคงจะเป็นวิธีเดียวนี้ก่อนที่เราจะต้องใช้ มันทำให้ทุกคนได้ออกเสียง ได้ฟังการอ่านจากเพื่อนลดความประหม่าลงได้ เพราะร้อยพ่อพันแม่ นิสัยต่างกัน อายุต่างกัน พื้นฐานครอบครัวก็ต่างกัน ก็ต้องมาอยู่ที่เดียวกัน เรียนวิชาเดียวกัน ทั้งห้อง ต้องบอกก่อนอีกอย่างว่ารอบนี้ ครบสูตรเลย ตั้งแต่อนุบาล ๒ ยัน ม.๔ ในห้องเดียว หลังจากเลิกเรียนแล้วก็มีผู้ใหญ่ต่อ เพราะมันจะบอกว่าค่ายก็ไม่ใช่ เพราะค่ายจบแล้ว จะบอกว่าโรงเรียนภาคปกติก็ไม่เชิง แต่มันก็สอนแค่เย็นวันศุกร์ไปจนถึงเย็นวันเสาร์ เฉพาะที่มัสยิดเท่านั้น

          เมื่อนักเรียนทุกคนได้ท่องอัลกุรอานตามๆกันมาจนหมดแล้ว ก็พักเพื่อให้ได้ฟังการอธิบาย แรกเริ่มการท่องนั้น นักเรียนทุกคนยังอ่านไม่ได้ เพราะอ่านไม่ออก แน่นอนอยู่แล้วเราก็ต้องอ่านให้ก่อน แรกๆจะอ่านพร้อมความหมาย แต่ดูแล้วคงจะไม่ไหว ลักษณะของเด็กวัยนี้คงยังไม่พร้อมจะรับความหมายทันที ในหลายๆซูเราะห์ที่อ่านไป จึงกลับมาจุดเดิมแบบง่ายๆที่สุด คือ อ่านประโยคหนึ่ง แล้วให้นักเรียนอ่านตาม ชี้ไปด้วย อ่านไปด้วย ให้สายตาคุ้นชินกับตัวอักษรอัลกุรอาน (ภาษาอาหรับ) จากนั้นก็นึกได้ว่าเยอะไปแล้ว จึงได้กำหนดไว้ที่ ๓ ซูเราะห์ จะมีก็นักเรียนบางคนที่อึดหน่อย ขอท่องล่วงหน้าไปก่อนอีก ๒ ซูเราะห์ ก็จัดไปจะได้สอนคนอื่นได้ เมื่อให้อ่านครบ ๓-๕ ซูเราะห์แล้ว ก็จะวนกลับมาอีกสัก ๓ รอบ เพื่อทบทวนความจำในบทดังกล่าว ต้องยอมรับว่าให้จำก่อน เพราะเราต้องฝึกให้นักเรียนได้ใช้ในการละหมาด ในการดำรงชีวิตบนวิถีแห่งอิสลาม นั้นละคือ การเรียนการสอนอิสลามศึกษาในภาคอิสลาม ที่มีมุสลิมอยู่จำนวนไม่มากและอยู่ห่างไกลกัน เจอกันก็แค่อาทิตย์ละครั้ง

          หมดไปแล้วหนึ่งวิชากับอัลกุรอานในความจริงยังมีเคล็ดลับในการสอนกุรอานอีกมาก แต่คงจะลงลึกในรายละเอียดเชิงวิชาการมากไปไม่ได้ เพราะเราไม่ได้เน้นวิชาการเลย มันแต่จะเป็นวิชาเกินสักส่วนใหญ่ พวกเราได้เตรียมวิชาการมาเต็มขบวนรถไฟจากที่เรียนมา เพื่อที่จะนำมาใช้ในสังคมมุสลิมที่นี้ แต่สุดท้าย เมื่อมาดูสังคมที่นี้ มันไม่สามารถนำหลักสูตรทั้งมาใช้โดยตรง ไม่มีอะไรแน่นอนเสมอ ความตั้งใจของมุสลิมอีสานที่นี้ มันมีค่ามากกว่าหลักสูตรที่เราเตรียมไป เพราะพวกเขามีความกระหายในความรู้ของอิสลามมาก แต่พื้นฐานอิสลามยังไม่มากพอที่จะเป็นจุดยืนในชีวิตได้ และสามารถดำรงตนในกรอบอิสลามด้วยตนเอง

          ดังนั้นแล้วการสอนตามหลักสูตรอิสลามศึกษาในภาคอีสานนี้ ควรจะเป็นการสอนในรูปแบบของการปรับตัว การให้แนวคิดที่ถูกต้อง ความเข้าใจประวัติศาสตร์อิสลาม ความเป็นมาของมนุษย์ และความยิ่งใหญ่ของอัลลอฮฺที่ทรงให้ชีวิตกับเรามากกว่าสิ่งอื่นใดจะเทียบได้ และไม่มีทางเทียบได้แน่นอน

          ตรงนี้จะเป็นสิ่งสำคัญที่สุดในการใช้ชีวิตไม่ว่าท่านจะอยู่ที่ไหนของอีสานหรือของซีกใดของโลก ความเป็นมุสลิม อีหม่านหรือศรัทธาจะคงเข้มแข็งต่อไป

          หมดไปจานหนึ่งกับอิสลามศึกษารสชาติอีสาน แซ่บอีหลี