เรื่องดีดี นอกจุดหมาย แต่มีปลายทาง

ดิฉันได้รับการติดต่อไปร่วมงานวันอนุรักษ์มรดกไทย และเป็นวิทยากร “โครงการยุวกวีศรีเมืองบางขลัง” และร่วมชม “การแสดง แสง เสียง เมืองบางขลัง” จาก “องค์การบริหารส่วนตำบลบางขลัง” ดิฉันอยากรู้จักบางขลังให้มากขึ้นเพื่อเตรียมตัวก่อนไปที่นั่น จึงไปหาคำตอบจากเว็บยอดนิยม และนี่คือ คำตอบที่ค้นพบจากเว็บไซต์ว่า

“ไม่มีบางขลัง ไม่มีสุโขทัย ไม่มีกรุงศรีอยุธยา ไม่มีกรุงธนบุรี ไม่มีรัตนโกสินทร์ ไม่มีประเทศไทย” และ

บางขลัง...จุดกำเนิดประเทศไทย (ปฐมบทแห่งการสร้างบ้านแปลงเมือง)

นี่คือข้อความก่อนการรู้จักเมืองบางขลังของดิฉัน เป็นข้อความที่ท้าทายของทุกคนที่ได้อ่านข้อความอย่างแน่นอน ทำไมบางขลังช่างหาญกล้านัก บางขลังมีอะไรดี เรามาค้นหาคำตอบร่วมกันกับการไปสุโขทัยทริปนี้ค่ะ

        ปีนี้ อบต.บางขลัง นำโดยนายกฯ สุวิทย์ ทองสงค์ และปลัด อบต.สิบตำรวจโท วิทยา เกษรพรหม เห็นชอบให้มีการจัดกิจกรรมอบรมการเขียนบทกวีให้แก่นักเรียนในเขตพื้นที่ของตนในวันที่ ๑ เมษายน ๒๕๕๔ เป็นการนำร่องก่อนวันอนุรักษ์มรดกไทยหนึ่งวัน เพื่อเติมเต็มพันธกิจด้านศิลปวัฒนธรรมของ อบต.ให้ครบต่อเนื่องและต่อยอดจากปีก่อน ดิฉันได้มีโอกาสไปร่วมทีมเนื่องจากมีประสบการณ์ทางด้านนี้มาบ้าง รักษ์ในด้านศิลปวัฒนธรรมไทย และมีเครือข่ายที่ดีอย่าง “อาจารย์โชคชัย บัณฑิต”  กวีซีไรท์ ปี ๒๕๔๔ ทีมวิทยากรในครั้งนี้ ประกอบด้วย ๑. อ.โชคชัย  บัณฑิตศิละศักดิ์ กวีซีไรท์ ปี ๒๕๔๔ ๒. อ.ดวงใจ ดำรงสุทธิพงศ์ จากเทพศรีกวีศิลป์ ๓. อ.เทพฤทธิ์  วงศ์ภูมิ จากศูนย์ฝึกพาณิชย์นาวี  ๔. อ.ศุภิสรา  เจริญไพฑูรย์ จากวิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี กรุงเทพ

        วันแรกของการเดินทางคณะเราเดินทางกันอย่างทรหดมากตั้งแต่ ๑๐ นาฬิกา จากกรุงเทพฯรถติดมากจนได้ทานอาหารเที่ยงที่ “ร้านก๋วยเตี๋ยวผักหวาน” ที่ จ.พระนครศรีอยุธยา หลังจากนั้นแวะนครสวรรค์บ้านอาจารย์โชคชัย ชิมส้มโอและละมุดหวานๆ ที่คุณแม่อาจารย์โชคชัย จัดไว้ต้อนรับหวานชื่นใจมาก

 

          หลังจากนั้นมุ่งหน้าสุโขทัยถึงประมาณเกือบ ๑ ทุ่ม เราเดินทางกันเกือบ ๗ ชั่วโมง หลงทางบ้าง แวะทานอาหารบ้าง ชมวิวเพลินบ้าง แต่ก็ถึงจนได้  เราแวะทานอาหาร “ร้านครัวปักษ์ใต้” ซึ่งอบต.จัดไว้เพื่อรอพวกเรา  รสชาติจัดจ้าน อร่อยมาก ทำเอาพวกเราหนังท้องตึงหนังตาหย่อน พร้อมแล้วกับการนอนพักผ่อนสำหรับวันต่อไป ไปพักโรงแรมวันแรก โรงแรมนี้เก่าน่ากลัวมาก อะไรต่ออะไรมันจะพังแหล่มิพังแหล่ แต่คืนนี้พวกเราหลับได้ง่ายดาย อาจเป็นเพราะเราคงเหนื่อยกับการเดินทางที่แสนยาวนาน

          เช้าวันที่สองคณะเราเดินทางจากที่พักไปอบต.บางขลัง สอนเขียนกลอนเด็กนักเรียนซึ่งมามาจาก ๔ โรงเรียนในเขตพื้นที่ประมาณ ๗๐ คน มีตั้งแต่ชั้น ป.๔ ถึงชั้น ม.๓ อ.โชคชัย หัวหน้าทีมวิทยากรเล่าประสบการณ์การเขียนกลอน โดยมีอ.เทพฤทธิ์ เป็นผู้ดำเนินรายการและทำกิจกรรมนันทนาการหลอกเด็ก คุณดวงใจสอนฉันทลักษณ์การเขียนกลอนทั้งกลอน ๔ กลอน ๖ และกลอน ๘ โดยมีคณะวิทยากรคอยแนะนำการเขียนกลอนให้เด็กๆ สนุกสนานกันมาก ช่วงบ่ายอ.โชคชัยให้โจทย์เด็กเขียนกลอนอย่างน้อย ๑ บท เกี่ยวกับเรื่องเมืองบางขลัง โดยที่คณะเรายังไม่แน่ใจว่าการสอนภาคเช้าเด็กเข้าใจกันบ้างหรือไม่ และรอลุ้นผลงานเด็กๆจะออกมาเป็นอย่างไร   ไม่น่าเชื่อผลงานของเด็กๆ ที่เราได้ฟังจากการตรวจของอ.โชคชัยนั้น  ได้ผลดีเกินคาดเพราะเด็กๆแต่งได้เก่งมากเลยค่ะ นี่คือคำกลอนของเด็กที่ได้รางวัลและถูกใจคนฟังค่ะ งานของเด็กๆเหล่านี้จะได้นำไปลงวารสารบางขลังค่ะ

                      

                                

             วันที่สามวันนี้เป็นวันที่คณะเราได้ตื่นสายกันกว่าปกติ แผนของเราคือไปเที่ยว "พิพิธภัณฑ์สวรรคนายก" พิพิธภัณฑ์ประจำอำเภอสวรรคโลก และตั้งใจจะไป “โรงนาบ้านไร่” ทานข้าวกลางวัน บ้าน คุณสัญญา พาณิชการ” นักเขียนชาวยโสธรที่มาตั้งรกรากอยู่ที่สวรรคโลกเป็นเวลาหลายปี แต่ระหว่างทางที่เราเดินทางไปนั้นสมาชิกในรถสองคนคืออ.โชคชัย และดิฉัน เกิดความต้องการเพิ่มคาเฟอีนในกระแสเลือด ขับรถผ่านไปร้านสองร้านก็ไม่ทันได้จอดสักที จนกระทั่งไปเจอของดีร้านนี้ ชื่อว่าร้าน “Bew CoffeeBicycle” ร้านนี้จัดได้แบบน่ารักดี เจ้าของชอบขี่จักรยาน ชอบถ่ายภาพ ชอบศิลปะ และที่สำคัญชอบดื่มกาแฟจึงอยากให้คนที่ดื่มกาแฟได้ดื่มเหมือนที่ตัวเองดื่มบ้าง เขาชอบถ่ายภาพเพราะรักในการถ่ายภาพ  เขาชอบขี่จักรยานเพราะเขาชอบแสวงหาสิ่งใหม่ๆ เก็บเกี่ยวสิ่งที่ได้จากทางเดินระหว่างทางตามใจต้องการ โดยที่มีจักรยานเป็นเครื่องจักรในการขับเคลื่อน  นอกจากนี้คุณบิวยังใจดีเปิดบ้านให้เด็กๆได้เรียนศิลปะอีกด้วยนะคะ  เพราะเขาอยากให้เด็กๆได้มีพื้นที่เล่นๆเป็นสาระบ้าง จึงหาคนที่มีจิตอาสามาสอนเด็กๆในช่วงวันเสาร์อาทิตย์   ทำให้เด็กๆมีความสุขกันมาก  มาร้านนี้แล้วเราได้เจอคนดีดีที่สร้างสรรค์พื้นที่เล็กให้สวยงามที่สวรรคโลกแล้วค่ะ พวกเราชาวคณะบอกว่ารู้สึกดีจังเลยเช้านี้ ดีนะที่เราไม่ได้จอดร้านกาแฟอื่นก่อนหน้านี้

            

                และแล้วเราก็ถึงเป้าหมายแห่งที่สองคือพิพิธภัณฑ์สวรรคนายก แต่ก่อนที่จะเข้าไปด้านในนั้นเสียงของการทำขวัญนาคได้เชิญชวนให้พวกเราได้เข้าไปเยี่ยมชมเสียจริง นึกว่าทศพลหิมพานต์มาเองซะอีก เพราะเป็นการแหล่กันสดๆเลยค่ะ คณะเราต้องมนต์เสน่ห์ของเสียงแหล่ตามไปดูจนได้เห็นพิธีการบวชนาคของชาวสรรคโลก  หลังจากนั้นเราเข้าไปในตัวอาคารพิพิธภัณฑ์อาทิตย์นี้ไม่ต้องเสียเงินเพราะเป็นสัปดาห์แห่งการอนุรักษ์มรดกไทย  ที่นี่มีโบราณวัตถุมากมายมีอายุประมาณพุทธศตวรรษที่ ๑๖-๑๗ ดิฉันนึกประหลาดใจถึงพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ซึ่งเป็นเพียงพิพิธภัณฑ์ในอำเภอเล็กๆแต่ของที่อยู่ในพิพิธภัณฑ์แสดงให้เห็นถึงความรุ่งเรืองในอดีต ซึ่งทราบภายหลังว่าที่นี่เคยเป็นจังหวัดมาก่อน มิน่าล่ะ ไม่ธรรมดาเลย อำเภอสวรรคโลก

              

               หลังจากนั้นเราก็ได้ไปเยือนโรงนา บ้านไร่ ของ คุณสัญญา พานิชการ”ตามที่ได้ตั้งใจไว้ว่าจะไปฝากท้องมื้อกลางวันที่นั่น โดยมีครูหน่อยและน้องผักกาดมารับพร้อมกับเพื่อนร่วมทางที่มาพบกันโดยไม่ได้นัดหมาย คือ “อ. เอนก พุ่มหมัน”  และ “อ.สมถวิล สมแจ่ม”บรรยากาศพูดคุยแลกเปลี่ยนกันในวงข้าวผ่านไปอย่างรวดเร็วมีหลายสิ่งหลายอย่างที่ได้ข้อคิดจากครูเอนกในเรื่องความเป็นครู ข้อแรก “ครูที่ดีสอนเด็กอย่าแสวงหาผลกำไรจากเด็กเพราะคุณจะได้แค่ลูกค้า แต่ถ้าคุณสอนเด็กด้วยความเมตตานั้นคุณจะได้ลูกศิษย์ที่จดจำครูได้และแวะเวียนมาหาครูแม้จะจบกันออกไปแล้ว” ข้อสอง ครูในปัจจุบันมักจะพบเด็กที่เก่ง ก้าวทันเทคโนโลยี ซึ่งเด็กเก่งเหล่านี้ดูถูกครู ครูเอนกเล่าว่า มีนักศึกษามาถามครูเอนกว่า “ครูเมื่อไหร่โรงเรียนจะจ้างครูสอนคอมพิวเตอร์ที่เก่งๆมาสอน สิ่งที่อาจารย์สอนผมรู้หมดแล้ว” ครูเอนกจึงให้คำตอบที่น่าสนใจกลับไปว่า “ไอ้หนูฟังครูนะลูก หนูจงทำความเข้าใจ ครูในปัจจุบันนั้น เป็นผู้ชี้แนะแนวทางที่ทำให้ลูกศิษย์สวยและหล่อขึ้น ส่วนเขาจะสวยหล่ออย่างไรนั้นขึ้นอยู่กับตัวของเขาเอง” และข้อสุดท้าย “ขอให้ครูจงเข้าใจถึงความแตกต่างระหว่างบุคคลของเด็กว่าแต่ละคนมีความแตกต่างกัน ครูมีหน้าที่สอนให้เด็กรู้ทุกเรื่องถึงแม้ว่าเขาจะรับหรือไม่รับนั้นขึ้นอยู่กับนักเรียน ว่าเขาจะนำความรู้ด้านใดไปใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อตัวเขามากที่สุด” ดิฉันรับฟังด้วยความประทับใจความเป็นครูด้วยหัวใจของครูเอนกอย่างเต็มตื้น และถ่ายภาพความประทับใจร่วมกัน

 

           ภารกิจของเรายังไม่เสร็จสิ้นเราออกเดินทางกันต่อที่หมายต่อไปค่ำนี้เราไปร่วมชมงานแสง เสียง ที่เมืองบางขลังตามกำหนดนัด ในงานมีละครประกอบบทเพลงของ อบต.ให้ชมก่อนประมาณครึ่งชั่วโมง ซึ่งเป็นเพลงประจำตำบลที่ปลัดอบต.วิทยา คุณดวงใจ นักเขียนแถวสุโขทัย คุณชินกร ไกรลาศ และอ.โชคชัย บัณฑิต ร่วมกันแต่งไว้ หลังจากนั้นเป็นการเริ่มต้นการแสดงซึ่งตามคิว อ.โชคชัย บัณฑิตจะต้องไปอ่านบทกวีที่เตรียมมาก่อนการแสดง แสง เสียง จะเริ่มขึ้น  แต่ปีนี้เปลี่ยนไปอ่านปิดท้ายการแสดงแทน การแสดงแสงเสียงเมืองบางขลังจบไปด้วยดี  ซึ่งต้องขอชื่นชมฝ่ายจัดงานทำออกมาได้สวยงามมากทั้งการจัดองค์ ในแต่ละช่วง  ฉาก แสง เสียง เสื้อผ้า และตัวผู้แสดง ทุกอย่างสมบูรณ์แทบจะหาที่ติไม่ได้ การแสดงจบลงไปอย่างน่าประทับใจคนดู

                วันสุดท้าย เราออกเดินทางแวะเที่ยวเก็บเกี่ยวสถานที่ตามรายทางเช่น อุทยานประวัติศาสตร์กำแพงเพชร  พิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติกำแพงเพชร ถึงกรุงเทพฯโดยสวัสดิภาพอย่างประทับใจกันทุกคน ก่อนลงจากรถแยกย้ายกัน อ.โชคชัยบอกว่าปีนี้จะให้ไปแสดงแสง เสียง เล่นมิวสิค ร้องเพลงบางขลัง!!! อะจึ๋ย งานเข้าแล้วเรา!!!

สิ่งที่ได้เรียนรู้จากการทำงานในทริปนี้

-  พลังของความเข้มแข็งของคนในชุมชนทำให้เราเชื่อได้ว่า ที่นี่คือจุดกำเนิดประเทศไทย

-  ความสำเร็จของอบต.บางขลัง ในการบริหารงานสร้างความเข้มแข็งของคนในชุมชนด้าน

ศิลปวัฒนธรรมนั้น เกิดจากการใช้จุดแข็งของพื้นที่ในเรื่องประวัติศาสตร์เป็นตัวนำในการหาประวัติศาสตร์ หาตัวตนของชุมชน โดยมีผู้นำชุมชนที่เข้มแข็ง มีเครือข่ายที่ดี และคนในชุมชนให้ความร่วมมือซึ่งกันและกัน

- การสอนเด็กๆเขียนกลอนแม้จะดูเป็นเรื่องยากแม้ฉันทลักษณ์ที่ได้จะไม่ได้ถูกเต็มร้อย แต่ผลออกมา

เป็นที่น่าพอใจแสดงให้เห็นถึงความรู้ในด้านประวัติศาสตร์ท้องถิ่น ความพยายามและความตั้งใจของเด็กๆ ที่จะสร้างสรรค์ผลงานออกมาให้สมกับเป็นยุวกวีน้อย โดยมีพื้นที่ให้แสดงบทกลอนที่เด็กๆแต่งมาคือวารสารของอบต.บางขลัง

- การเดินทางนอกเส้นทาง บางครั้งเราอาจพบสิ่งดีๆรายทางที่รอให้เราได้สัมผัสอยู่

- การเรียนรู้นอกห้องเรียนทำให้เราได้รู้เรื่องที่ไม่มีเขียนในตำรา ทำให้รู้คุณค่ากับสิ่งที่อยู่รอบตัว

- ได้เรียนรู้แง่คิดประสบการณ์จากครูอาวุโส ครูต้นแบบของโรงเรียนสวรรคาลัย

-  เติมเต็มการไปสุโขทัยครั้งแรกที่ไม่ได้ไปแต่บ่นว่าอยากไปอุทยานประวัติศาสตร์ศรีสัชนาลัยและอุทยานประวัติศาสตร์กำแพงเพชร  การมาครั้งนี้ถือว่าเป็นโชคดีที่ได้ไปเยือนอุทยานประวัติศาสตร์ศรีสัชนาลัยและอุทยานประวัติศาสตร์กำแพงเพชรดังที่เคยปรารภไว้

 

                                                                                           ครูเดียร์ ^^

                                                                       บางขลัง สวรรคโลก สุโขทัย

                                                                ๓๑ มีนาคม – ๓ เมษายน ๒๕๕๔