การประชุม core team ของ R2R ศิริราช เมื่อวันที่ ๒๓ มี.ค. ๕๔ ให้ความสุขใจแก่ผม อย่างยิ่ง   เพราะได้เห็นผลการจัดการ R2R แบบ เคออร์ดิค  ที่เกิด emergence (ผุดบังเกิด) ของสิ่งที่เราไม่ได้คาดคิดมาก่อน  อย่างน้อยก็ ๒ ด้าน  คือด้านการเปลี่ยนวัฒนธรรมในการทำงาน ประจำ   กับด้านการมีผลงานของ R2R ระดับ meta-analysis 

 

          จากคำบอกเล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในหอผู้ป่วย   ที่พยาบาลประจำหอผู้ป่วยไม่ใช่แค่ทำงานตามวิธีมาตรฐานที่กำหนดต่อๆ กันมา   แต่มีการตั้งคำถามถึงความเหมาะสม ความสมเหตุสมผลของวิธีการนั้น ๆ   การพูดคุยลามกว้างออกไปสู่อาจารย์แพทย์   นำไปสู่การชักชวนกันมาหารือ  การค้นหาหลักฐานที่สนับสนุนหรือคัดค้านวิธีการนั้น   และนำไปสู่การตั้งโจทย์วิจัยเพื่อหาทางปรับปรุงวิธีทำงานเรื่องนั้น   และผลงานวิจัยตีพิมพ์ในวารสารวิชาการได้   ดังตัวอย่างผลงานตีพิมพ์เรื่อง “การใช้แบบติดตามของการได้รับยาและการให้คำแนะนำด้านสุขภาพ ตามมาตรฐานการรักษาในผู้ป่วยโรคหลอดเลือดหัวใจที่ได้รับการใส่ขดลวดเพื่อรักษาหลอดเลือดหัวใจตีบ” ลงพิมพ์ใน จพสท. Vol 94, Suppl. 1 2011  

 

          ผลงานในรายงานตีพิมพ์ข้างบน เริ่มจากการตรวจสอบหาข้อมูลว่าผู้ป่วยได้รับประทานยาครบถ้วนแค่ไหน  พบว่าได้รับยาบางชนิดเพียงร้อยละ ๖๐  จึงมีการคิดหาวิธีให้ผู้ป่วยได้กินยาครบถ้วน   นำไปสู่การใช้ check list ช่วยกำกับการกินยาของผู้ป่วย 

 

          นี่คือภาพของการเปลี่ยนวัฒนธรรมในการทำงาน

 

          ส่วนด้านผลงาน R2R ระดับ meta-analysis เป็นสิ่งที่กำลังก่อตัว   จากผลงานของสำนักงาน R2R ทำให้เราเห็นว่า การจัดการ R2R นอกจากเป็นการจัดการงานวิจัยในงานประจำแล้ว  ยังมีลักษณะเป็นการจัดการ “การเรียนรู้”   เป็นการทำให้การเรียนรู้ฝังตัวเป็นวัฒนธรรมองค์กร (เป็นการ institutionalize learning)   หรืออาจกล่าวว่าเป็นการจัดการให้การเรียนรู้เกิดขึ้นอย่างเป็นระบบ  จากการมีวัฒนธรรมตั้งคำถาม   ในลักษณะของ Inquiring Culture   ทำให้องค์การก้าวสู่ Inquiring Organization 

          เราคุยกันว่า ทีมบริหาร R2R น่าจะรวบรวมข้อมูลของการเปลี่ยนแปลงระดับวัฒนธรรมองค์กร เป็นข้อมูลเชิงอนุกรมเวลา   ที่เป็นหลักฐานที่แม่นยำแสดงการเปลี่ยนแปลง   นำมาวิเคราะห์ และสังเคราะห์เป็นความรู้ใหม่เชิงการเปลี่ยนแปลงระดับสถาบัน  เขียนรายงานทางวิชาการ ที่เป็น meta-analysis ของข้อมูลหลักฐานการเปลี่ยนแปลงระดับองค์กร  ส่งไปตีพิมพ์เผยแพร่

 

 

 

วิจารณ์ พานิช
๓๐ มี.ค. ๕๔