หลังจากงานศพยายกลัวว่าครอบครัวเราจะมีปัญหา.....
“ถ้ารู้ธรรมะพระพุทธเจ้าอาตมาคงไม่ติดคุก5”
โสภณ เปียสนิท
...................................................
ดูวิสัยทัศน์การเลือกคู่ครองให้ลูกสาว และการดูแลครอบครัวของญาติพี่น้องของคนรุ่นนั้น “หลังจากงานศพ ยายกลัวว่าครอบครัวเราจะมีปัญหา จึงยกคุณน้าวิไล งามศิริสมสกุล ลูกสาวคนเล็ก น้องแท้ๆของแม่ให้เป็นภรรยาพ่อ” เพื่อป้องกันครอบครัวของลูกหลานแตกแยก ผู้ใหญ่ของตระกูลยื่นมือเข้าช่วยเหลือให้ครอบครัวสงบสุขต่อไป

บิดาต้องการให้คุณรักเกียรติเป็นพ่อค้าสืบต่อธุรกิจของตระกูลไว้ แต่คุณรักเกียรติกลับต้องการเป็นนักการเมือง“ท่านก็อยากให้กลับไปช่วยทางบ้านค้าขาย แต่อาตมารู้ตัวดีว่าไม่มีหัวเรื่องการค้า หัวจิตหัวใจชื่นชอบและสนใจการเมืองเสียแล้ว” เห็นได้ว่า การเลือกอาชีพเป็นสิทธิและเสรีภาพของแต่ละคน เพราะโดยแท้แล้ว อาชีพนั้นต้องมาจากความพึงพอใจของแต่ละคน เป็นเพราะเคยช่วยนักการเมืองหาเสียงจึงสั่งสมประสบการ “ช่วงปิดเทอมอาตมาได้มีโอกาสออกไปช่วยช่วยนักการเมืองหาเสียงความนิยมชมชอบการเมืองจึงซึมซับเข้าไปในตัว”

ความรักความห่วงใยของพ่อเป็นปกติของทุกครอบครัว พ่อของคุณรักเกียรติก็เช่นกัน เมื่อรู้ว่าลูกชอบการเมืองจนเกินขอบเขต และอาจตกอยู่ในอันตราย จึงยื่นมือเข้าจัดการ “พ่ออ่านหนังสือพิมพ์เห็นมีรูปนักศึกษาปะทะกับเจ้าหน้าที่ ปรากฏว่ามีรูปอาตมายืนอยู่แถวหน้าพ่อขับรถเข้ากรุงเทพฯ ตามตัวอาตมากลับทันที” ดีแต่ว่า คุณรักเกียรติเป็นคนเชื่อฟังพ่อ เชื่อฟังผู้ใหญ่ ด้วยความกตัญญูเช่นนี้ทำให้รอดพ้นอันตรายมาได้อีกครั้ง

และความเป็นคนกตัญญู เชื่อฟังผู้ใหญ่นี่เอง ทำให้คุณรักเกียรติก้าวสู่ความสำเร็จทางการศึกษาตามเวลาที่กำหนดชนิดที่ หากไม่มีหัวใจที่เข้มแข็งย่อมไม่อาจทำได้ “อาตมาเกรงใจทางบ้าน เพราะเราเป็นความหวังของพ่อ จึงตัดสินใจว่าจะต้องตั้งใจเรียนให้จบ” เมื่อตั้งใจแล้ว จึงปฏิบัติตาม “สัจจะ” อย่างจริงจัง “กลับจากเรียนปิดห้องอ่านหนังสือ บางทีใส่กุญแจห้องแล้วปีนเข้าทางหน้าต่าง พวกเพื่อนที่มาหาเห็นประตูห้องล็อกนึกว่าไม่อยู่ก็กลับไป” และเมื่อดำเนินการตามความตั้งใจอย่างมุ่งมั่น ความสำเร็จย่อมเกิดขึ้นจริง “ผลจาการตั้งหน้าตั้งตาเรียนและอ่านหนังสือ อาตมาจึงเรียนจบคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแห่ง ภายในเวลา 4 ปีตามที่ตั้งใจ” (โปรดติดตามตอนต่อไป)

กลับมาจากเมืองกาญจน์ถึงบ้านหัวหิน
อาบน้ำเสร็จแล้ว เข้ามาเยี่ยม G2K ทันที
ด้วยความคิดถึงมวลมิตร
พร้อมนำภาพสายน้ำแควใหญ่ถ่ายจากหลังบ้านพัก
ขอบคุณที่เข้ามาทักทายเป็นท่านแรกเลย
ดีใจจัง ขอให้สุขีวันสงกรานต์นะครับ
ถ่ายมาหลายภาพครับแต่ว่าสวยภาพเดียวเอง
ถ่ายจากหลังบ้านพักรับรองของพี่สาว
ที่เมืองกาญจน์ กลางคืนนอนฟังเสียงน้ำแควใหญ่
ไหลรินเซาะหินริมตลิ่ง เช้ามืดนกโกกิลา (เรียกให้เท่หน่อย แท้จริงแล้วคือกาเหว่านั่นเอง)
ร้องกันดังลั่น หลายตัวเชียว กลางวันร้องเสียงแปลก ไม่ "กาเว้า" เหมือนเดิม
นกอื่นแย่งกันมาร้องให้ฟัง เพราะเชียว
เรียนท่านอาจารย์
ขนาดพรมน้ำมนต์ถึงกับมะลอกมะแลก ถ้าสาดน้ำกันคงจะหนักกว่านี้นะครับ
แต่ไม่ได้บอกว่าวัดไหน แสดงว่าคนคงจะมากมาย
ทราบว่าชอบ และอยากเป็นนักกลอน
ว่างก็แวะมาเยี่ยมกันบ้างนะครับ
ที่นี่ http://gotoknow.org/blog/ruamrosbotkawi
ภาพเด็กๆ ที่บ้านเมืองกาญจน์ หน้าบ้านพี่สาวครับ
มาเป็นครอบครัวใหญ่เชียวน่าอบอุ่นดีจัง
สุขีๆ ปีใหม่ไทยนะครับ
ดูโอยั๊ว เอ้ย กาแฟแล้ว แพงยังกับทองคำเชียว
แล้วไปวางขายแถวเมืองกาญจน์เสียด้วย
คงต้องแบ่งเป็นถ้วยเล็กๆ เสียก่อน
ลดทอนราคาครับ แล้วค่อยๆ ขยับกระเดือก ลงลำคอทีละน้อย
ให้สมกับราคานะครับ
รู้สึกว่าคุณรักเกียรติมีความมุ่งมั่นดีมาก
ไม่ว่างานนั้นจะเป็นงานการเมือง
หรือการพระศาสนา
คาดว่าจะสำเร็จทั้งสองด้าน
ทางโน้นบรรยากาศทางโน้นเป็นอย่างไรบ้าง
เอาภาพแบบสาดน้ำมาให้บ้างนะครับ