สวัสดีปีใหม่แบบไทยแท้ค่ะพี่ๆน้องๆทุกท่าน เทศกาลปีใหม่ไทยในปีนี้คึกคักไม่แพ้ปีที่ผ่านมานะคะ เดือนเมษายนตลอดทั้งเดือนถือว่าเป็นเทศกาลปีใหม่ของไทยเรา หลายที่หลายแห่งถือโอกาสปีใหม่นี้เป็นฤกษ์ดีเริ่มต้นสิ่งใหม่ๆเพื่อเป็นศิริมงคลกับชีวิต

     และปีนี้ก็ถือว่าเป็นปีที่พิเศษที่สุดในรอบหลายๆปีของดิฉันเช่นกันค่ะ เพราะในวันที่ 9 เมษายน 2554 ที่ผ่านมา พวกเราชาว 3/1 ได้รวมตัวกันเพื่อจัดงาน    "มุทิตาจิต" และรดน้ำดำหัวเพื่อขอพรจากคุณครูที่เป็น"ครูประจำชั้น"และคุณครูท่านอื่นๆที่ได้อบรมสั่งสอนพวกเราสมัยมัธยมศึกษาระดับต้นค่ะ (ปีพศ.?..นานแล้วค่ะ)

    ดิฉันได้เจอคุณครูในดวงใจ คุณครูผู้มีแต่ "ให้" คงไม่มีใครปฏิเสธนะคะว่าในช่วงชีวิตหนึ่งของเรานั้น" ครู " ถือว่าเป็นผู้ที่มีบทบาทสำคัญมาก เพราะถ้าไม่มี "ครู" พวกเราคงไม่มีอาชีพที่มั่นคงแบบนี้ เพราะฉะนั้นคุณครูที่อบรมสั่งสอนพวกเรามาทุกระดับชั้นล้วนแล้วแต่เป็นผู้ที่มีพระคุณทั้งนั้น แต่ความรัก ความผูกพันที่มีต่อคุณครูที่มีในแต่ละช่วงอายุอาจจะแตกต่างกันไป อาจขึ้นอยู่กับช่วงเวลาที่มาก/น้อยหรือเหตุการณ์สำคัญๆที่เกิดขึ้นในช่วงเวลานั้นที่ทำให้เราประทับใจและจดจำแบบที่เรียกว่า "ตราไว้ในดวงจิต" ก็คงมีมากเช่นเดียวกัน

       ในชีวิตของดิฉันผูกพันกับคุณครูมาตั้งแต่เล็กจนปัจจุบัน ที่ได้มีโอกาสมาทำงานและมีอาชีพติดตัวอยู่ทุกวันนี้ก็เพราะ"ครู"ค่ะ ส่วนความผูกพันกับเพื่อนๆนั้นช่วงที่พิเศษสุดๆคือช่วงที่เรียน"มัธยมฯต้น" เพราะช่วงนี้เป็นช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อ เป็นช่วงของการเปลี่ยนแปลง เป็นช่วงที่พวกเราได้แสดงออกถึงความเป็นตัวตน และจุดยืน  บางอย่างอาจจะเรียกได้ว่าเป็น  "วีรกรรม" ก็ว่าได้

     ปัญหาและอุปสรรคต่างๆที่พวกเราได้ฝ่าฟันร่วมกันมา ทำให้เพิ่มความรักความผูกพันมากขึ้นเป็นทวีคูณ อีกอย่างห้องของเราเป็นที่รวมของ  "หัวกะทิ"เป็น"ห้องคิงส์" เพื่อนแต่ละคนจึงมีความเชื่อมั่นในตัวเองสูง มีการแข่งขันในเรื่องการเรียนสูงมาก จนบางครั้งพวกเราก็ทำให้คุณครูต้องปวดหัวมากเช่นกัน

      พวกเราเป็นตัวแทนของเพื่อนๆในการที่จะสร้างชื่อเสียงให้กับสถาบัน รายละเอียดต่างๆคงต้องติดตามในเรื่องเล่า"น้องนางบ้านนา"นะคะ

       ดิฉันขอนำภาพแห่งความประทับใจบางส่วนมาให้ชมก่อนนะคะ อยากบอกว่าวันนั้นเป็นวันแห่งความทรงจำวันหนึ่งของชีวิตเพราะอาจารย์อยู่ไกลถึง "เชียงราย" ยังอุตส่าห์นั่งรถมา เพื่อนบางคนอยู่ ชลบุรี อยู่กรุงเทพฯ และไม่ได้เจอกันเลยตั้งแต่เรียนจบก็มี

 

    วันนั้นเสียงเจี๊ยวจ๊าวยิ่งกว่านกกระจอกแตกรังเสียอีก คุณครูถึงกับน้ำตาคลอ ตื้นตันใจที่พวกเรารวมกันได้และระลึกถึง "พระคุณครู" ท่านบอกว่า "ผู้ที่มีความกตัญญูรู้คุณต่อครูบาอาจารย์ คือผู้ที่เจริญแล้ว พวกเธอเป็นรุ่นแรกที่แสดงออกให้ครูเห็น ครูดีใจมาก" พวกเราหลายคนก็น้ำตาไหล ทราบซึ้งใจไม่ต่างจากคุณครูค่ะ

 

    โรงเรียนของเราได้สร้างบุคลากรที่ได้ทำคุณประโยชน์ให้กับแผ่นดินมาแล้วมากมาย หลายรุ่น ค่ะ

 

 

      คุณครู"ในดวงใจ" ของพวกเราค่ะ ท่านอาจารย์จีรพรรณ อุดมลาภ อาจารย์ประจำชั้นม. 3/1 ค่ะ ปัจจุบันท่านดำรงตำแหน่ง ผู้อำนวยการระดับ9โรงเรียนจุฬาภรณ์ราชวิทยาลัย จังหวัดเชียงราย "อาจารย์แม่"ของดิฉันค่ะ อีกท่านหนึ่งคือ ท่านอาจารย์ประกิจ แมนประโคน อาจารย์ประจำชั้นม.1/1 และม.2/1 ค่ะ ปัจจุบันท่านเกษียณราชการแล้ว อดีตท่านดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการโรงเรียนที่จังหวัดบุรีรัมย์ หลายแห่งค่ะ

 

 

     นี่คือท่าประจำตัวของอาจารย์ค่ะ ท่านเล่าว่า  " เดี๋ยวนี้ครูก็ยังติดการทำมือแบบนี้ทุกครั้งเวลาสอนนักเรียน " ฮา

 

ท่านอาจารย์ลัดดาวัลย์ เล่าเรื่องประทับใจที่มีต่อลูกศิษย์ห้องนี้( บอกไม่ได้ค่ะ เป็นความลับ) ฮา

 

ท่านอาจารย์พรรณี "ครูดีใจที่ได้รับเชิญมาในวันนี้ และที่สำคัญที่ครูมาวันนี้นอกจากอยากเจอพวกเธอแล้ว ครูมาเพราะอยากเจออาจารย์ท่านหนึ่งที่เป็น Idol ของครูด้วย" wow ! อาจารย์แม่ของดิฉันเองค่ะ

 

ท่านอาจารย์สุนทร อาจารย์บุญเรือง และอีกหลายๆท่านค่ะ

 

อาหาร 10 อย่าง เหลือเพียบ เพราะไม่มีใครสนใจ พอเจอกันก็ คุย คุย แล้วก็ คุย เหมือนผีเจอะปากมา

 

 ดิฉันไม่ได้ร้องเพลงเลยค่ะ เพราะกดเพลงไหนขึ้นมา" ยัยแหม่มม้า" แย่งไปร้องหมดฮือๆ หันไปฟ้องอาจารย์ซะเลย

 

หนูจุ๋ม (กาญจนาวัฒฯ) หัวหน้าห้องตลอดชีพ  ผู้เป็นหัวเรือใหญ่ในการจัดงานและประสานกับเพื่อนๆจนมารวมกันได้ในวันนี้ อาจารย์มอบประกาศเกียรติคุณ และเพื่อนๆมอบเสื้อประจำจังหวัดให้เป็นที่ระลึกด้วยค่ะ

 

หนูตุ๊ก บึ่งรถมาจากชลบุรีแน่ะ ด้านหลัง ศรีประไพ เป็นผู้ประสานงานอีกคนหนึ่ง ขอปรบมือให้ค่ะ

 

 

เชิญท่านอาจารย์นั่งเก้าอี้เพื่อเตรียมขอพร ส่วนนักเรียนอยากถ่ายรูปก่อน ก็เลยมีทั้งนั่งและยืนแต่กว่าจะได้ทำพิธีเล่นเอาเหนื่อยค่ะ เพราะไม่ได้ยินเสียงผู้ดำเนินรายการ ก็เหล่าทะโมนทั้งหลายมัวแต่คุยกันนี่คะ เฮ้อ

 

 

น้ำหอมและดอกไม้ที่พวกเราเติม"ความรัก"ลงไปจนล้น ก่อนจะนำไปรดน้ำดำหัว เพื่อขอพรจากอาจารย์ค่ะ 

 

       เวลาแห่งความสุขมีไม่มากนักเพราะดิฉันต้องรีบกลับเพื่อมาเข้าห้องเรียน R2R ต่อที่โรงพยาบาล แต่ ความสุขในวันนี้จะประทับอยู่ในความทรงจำของดิฉันไปตราบนานเท่านาน เลือดสี " กรมท่าฟ้า " ยังเข้มข้นอยู่เสมอค่ะ