ตำนานผีล้านนาตอน "วิญญาณบอกเหตุ"

NIKHOM
ติดตาม ผู้ติดตาม 
ติดต่อ
วิญญาณแปลงร่างมาบอกเหตุก่อนรถชนเสาไฟฟ้า

เสียงหมาเห่าหอนยามค่ำคืน  ทำให้นายหมูต้องลุกขึ้นมาดูว่าไอ้พวกหมาๆมันพากันเห่าอะไรกันนักหนา...

บ้านนายหมูอยู่ริมถนนมุมโค้ง ริมถนนตรงกันข้ามอีกฟาก มีเสาไฟฟ้าฉายแสงส่องสว่างอยู่   เมื่อมีเสียงหมาเห่านายหมูต้องออกมาดูว่ามีอะไรเกิดขึ้น บางวันเห็นชายหนุ่มร่างใหญ่เดินไปมาที่โคนเสาไฟฟ้า  บางคืนดึกดื่นหมาเห่าก็เห็นนายคนนี้นี่แหละมาด้อมๆมองๆที่โคนเสาไฟฟ้า

รออีกวันหากชายหนุ่มนี้มาอีกนายหมูต้องการออกมาถามชายหนุ่มว่าเขามาทำอะไรหรือว่าจะมาหาทางเข้าขโมยของในบ้าน  ....

หรือหากว่าเขาไม่มาให้เห็น  เขาอาจแอบย่องเข้าบ้าน  นายหมูก็จะยิงให้มันรู้แล้วรู้รอด ไม่ต้องมากังวลฟังเสียงบรรดาหมาๆพากันเห่าหอนให้รำคาญหู และไม่ได้หลับไม่ได้นอน แทบทุกเมื่อคืนวัน

เหตุการณ์เป็นไปดังนายหมูคาดเดา คืนนี้ราวห้าทุ่ม  บรรดาคุณหมาๆพากันเห่าอีกแล้ว  นายหมูหยิบปืนพกประจำตัวออกมาถือพร้อมจะยิงผู้มารังควาญความสุขยามค่ำคืน  อีกแล้วก็ชายหนุ่มตัวดีนั่นแหละ ใส่ชุดสีน้ำเงินคล้ำเดินไปมาแถวเสาไฟฟ้า

นายหมูตัดสินใจเดินออกมาจากรั้วประตูบ้านเดินเข้าไปหา  แต่จู่ๆชายหนุ่มก็เดินรีบหายไปที่มุมถนนโค้ง..

นายหมูขนลุกซู่..ซู่....หรือว่าไอ้หนุ่มนี่เป็นผีมาหลอกหลอน   คิดๆดูก็ไม่น่าจะเป็นผีเพราะเห็นเป็นตัวตนชัดๆ.....เพื่อมิให้เสียเวลาจึงยิงปืนขึ้นฟ้าแก้เซ็ง.....

เสียงบรรดาคุณหมาๆเงียบลง   เออ....ได้ผลหว่ะ   นายหมูคิดในใจหากพวกหมาๆเห่าอีกละก็ต้องยิงปืนขู่มันให้เข็ด อาจเป็นการไล่คนร้ายได้ในเวลาเดียวกัน

ชายหนุ่มลึกลับหายหน้าไปหลายวัน...

จู่ๆราวหนึ่งทุ่ม...โครม..ตึ้ง...

เสียงรถเครื่องหรือรถจักรยานยนต์ฃนเสาไฟฟ้า นายหมูรีบออกมาดู เขาต้องตกใจก็ไอ้ชายหนุ่มที่มาวนเวียนเมื่อวันก่อนๆนั่นเอง ขับรถเครื่องมาชนเสาไฟฟ้านอนร้องครวญครางขอความช่วยเหลือ

นายหมูต้องรีบโทรบอกสาย  191..ให้รีบมาช่วยเอาตัวคนเจ็บส่งโรงพยาบาลและรุ่งขึ้นเขาเสียชีวิต....

ตั้งแต่นั้นมา  บรรดาคุณหมาๆหยุดเห่าหอนเพราะมีผีตัวจริงมาอยู่ที่โคนเสาไฟฟ้าแล้ว...นายหมูไม่ต้องเสียอารมณ์จากเสียงหมาเห่าหอน เพียงแต่นึกแล้วขนลุกทุกทีที่เห็นแสงไฟฟ้าจากเสาข้างบ้าน

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน ผะหญาล้านนา PHAYHA LANNA



ความเห็น (6)

กระผมสนใจเรื่องนี้ครับ ขอติดตามเรื่อย ๆ ไปครับ และขอขอบพระคุณมากครับที่ให้ความรู้กับทุก ๆ คนครับ

เขียนเมื่อ 

ไหว้สาท่านเนิ่มครับ...

เรื่องในชีวิตจริงหลายๆอย่างไม่อาจพิสูจน์ได้ด้วยวิธีการทางวิทยาศาตร์  หากเราไม่บันทึกไว้เป็นข้อมูล  คนรุ่นหลังที่สนใจอาจไม่มีข้อมูลศึกษา เราบันทึกไว้อย่างนี้ หากคนรุ่นหลังอ่านพวกเขาอาจนำไปต่อยอดความรู้  นั่นแหละเป็นบุญบารมีเราได้สร้างเป็นมรดกไว้ครับ..

ขอบคุณที่สนใจและให้กำลังใจ.....

ด้วยความปรารถนาดีจากลุงหนาน... พรหมมา

เขียนเมื่อ 

เรียน ลุงหนานพรหมมา

หลังสังขารล่องแล้ววั  นนี้เจอเรื่องผีบอก แถมแล้ว

ผมเคยอ่านกลอนที่พุทธทาสภิกขุประพันธ์ว่า ในโลกมนุษย์นี้มีผี ๖ ชนิดนี้ (คือ อบายมุข ๖ ครับ) ลุงหนานพอจะอธิบายได้ไหมครับ? มีอะหยังพ่องครับ?

เขียนเมื่อ 

สวัสดีครับคุณสนั่น......ยินดีที่เข้ามาแอ่ว

ผีหกตัวของท่านพุทธทาสเท่าที่จำได้ว่าดั่งนี้.....

ผีที่หนึ่ง  ชอบสุราเป็นอาจิณต์   ไม่ชอบกินข้าวปลาเป็นอาหาร

ผีที่สอง    ชอบเที่ยวยามวิกาล   ไม่รักบ้านรักลูกรักเมียตน

ผีที่สาม  ชอบดูการละเล่น     ไม่ละเว้นบาร์คลับละครโขน

ผีที่สี่  คบคนชั่วมั่วกับโจร    หนีไม่พ้นอาญาตราแผ่นดิน

ผีที่ห้า  ชอบเล่นม้ากีฬาบัตร      สารพัดถั่วโปไฮโลสิ้น

ผีที่หก  เกียจคร้านการทำกิน    มีทั้งสิ้นหกผีอัปรีย์เอย

เท่าที่จำได้ก็เท่านี้  หากผิดพลาดขอสุมาอภัยเน้อเพราะผะหญาปัญญาหน่อมแน้มไปหน่อย

ด้วยความปรารถนาดีจากลุงหนาน....พรหมมา

เขียนเมื่อ 

สวัสดีครับ ลุงหนานพรหมมา

บ่ได้แกล้งถาม ลองภูมินะครับ นับว่าโชคดี จะท่องหื้อจ่ำครับ ขอบคุณนัก ๆ ครับ

เขียนเมื่อ 

สวัสดีครับคุณสนั่น...

ที่จริงลุงลืมไปสองบท แต่พยายามนึกเกือบชั่วโมงทวนไปทวนมา ก็เลยแจ้งสว่างได้หมดต๋าที่หัน....กั๋วว่ามันผิดพลาดไปซะหน่อย..แต่ถ้ามันดีก็เอาไปได้เลยเน้อหมู่เฮา...

ด้วยความปรารถนาดีจากลุงหนาน.....พรหมมา