สมัยตั้งแต่เริ่มจำความได้ พวกเราล้วนถูกสอนให้บวกเลข 1+1 = 2 เป็นสมการง่ายๆ ที่ใครๆ ก็บวกถูก ข้าพเจ้าเคยคิดเสมอว่า ทำไมต้องเป็นเช่นนั้นนะ...เมื่อหลักเกณฑ์นี้เป็นกฎที่สร้างขึ้น นั่นก็แปลว่า เราสามารถสร้างกฎบางอย่างขึ้นมาใหม่ได้ และแน่นอนว่า กฎเกณฑ์บางอย่างย่อมมีข้อยกเว้น
เครื่องดนตรี 1 ชิ้น...
คนหนึ่งคน...
หากแต่สร้างความสุขให้กับคนได้อีกมากมาย
...................................
ในเมืองหลวงอันมีตึกสูงระฟ้าเต็มไปหมด ผู้คนต่างเร่งรีบในการดำเนินชีวิตจนบางครั้งหลงลืมที่จะยิ้มทักทายกันในยามเช้า...
บนสะพานลอยแห่งหนึ่ง ยังมีชายชราตาบอดนั่งสีซอซึ่งทำจากกระป๋องดูแปลกตา...เสียงซอที่บรรเลงมานั้นอาจไม่ได้ไพเราะเหมือนที่เล่นในวงดนตรีไทย หากแต่ก็สะกดให้ข้าพเจ้ายืนหยุดฟัง... รู้สึกราวกับอยู่ต่อหน้าศิลปิน (แน่นอนว่าคุณลุงไม่ใช่ขอทาน เพราะคุณลุงไม่เคยนั่งขอ)
ข้าพเจ้าชอบใบหน้าที่อมยิ้มและเปี่ยมไปด้วยความสุขขณะที่สร้างสรรค์เสียงเพลงให้กับผู้คนที่เดินผ่านไปมา ข้าพเจ้าอดใจไม่ได้ที่จะนั่งลงทักทายกับคุณลุงศิลปิน หลังจากพูดคุยกันสักระยะได้ความว่าคุณลุงเป็นคนขอนแก่น เล่นตามที่ต่างๆ ไปเรื่อยๆ นานๆ จึงจะกลับไปเยี่ยมบ้านที่ขอนแก่นสักที ซอกระป๋องนี้ก็ประดิษฐ์ขึ้นเองด้วยความที่เป็นคนชอบดนตรีและอยากจะนำวัสดุเหลือใช้มาทำประโยชน์...นั่งสนทนาได้สักพัก ข้าพเจ้าจึงขอให้คุณลุงเล่นเพลงให้ฟัง...ชวนให้นึกถึงบรรยากาศของ “street show” หรือพวกศิลปินเปิดหมวก เพียงแต่ครั้งนี้ เป็นศิลปินเปิดกล่อง บนสะพานลอย ^o^
....................................................................................
ที่ลานแคบๆ บริเวณโอพีดีของ รพ.รามาธิบดี มักจะมีการแสดงดนตรีในตอนเที่ยง....

วันนั้นมีน้องๆ มาร่วมร้องเพลง สร้างความสุขให้กับบรรดาผู้ป่วย ความน่ารักและความมสามารถเกินวัย สร้างรอยยิ้มให้กับผู้ชม...ข้าพเจ้าเองก็อดยิ้มไปกับภาพความน่ารักนั้นไม่ได้ และก็ดูเหมือนกับว่า ความสุขและรอยยิ้มในจะเป็นเหมือนไวรัสที่แพร่ระบาดให้ช่วงระยะเวลาสั้นๆ
แม้จะเป็นพื้นที่แคบๆ หากลานดนตรีแห่งนี้กลับแต่บรรจุไว้ด้วยรอยยิ้มและความสุข หลายครั้งที่เดินผ่าน เสียงบทเพลงสะกดให้ต้องหยุดยืน ชื่นชมกับความไพเราะ และความสุขสนุกสนานที่คนร้องพยายามจะถ่ายทอดให้กับบรรดาผู้ป่วยและญาติที่มารับบริการของทางโรงพยาบาล โครงการลานดนตรีนี้เป็นจิตอาสา นั่นหมายความว่าคนที่มาร่วมให้ความสุขนั้น มาทำด้วยความจริงใจเป็นอย่างยิ่ง นั่นคือเหตุผลว่าทำไม บรรยากาศรอบๆ จึงแวดล้อมไปด้วยความสุข
..........................................................................

โลกของเรายังสวยงามอยู่ใช่ไหมครับ คุณหมอดาว ;)...
สวัสดีครับ อ่านเรื่องดีๆอย่างนี้แล้วมีความสุขครับ
ชวนให้คิดถึงสิ่งดีงามรอบๆตัว ขอบคุณมากๆ
น้องดาวครับ ทุกครั้งที่พบวณิพก ชอบนั่งฟัง จนเพื่อนๆๆชอบว่าแปลก วันก่อนพบสองคนพี่น้องเป่าแคนด้วย
ขอให้มีความสุขกับการทำงานและวันปีใหม่ไทยครับ
แวะมาอ่านบันทึกค่ะ
อ่านแล้วยิ้มได้ ความสุขอยู่ที่ใจ...
มารับสมการแห่งความสุขด้วยคนค่ะ
การแบ่งปันความสุขให้คนอื่นทำได้ไม่ยากเลยเมื่ออ่านบันทึกนี้
ต่อไปต้องมองหาสมการแบบนี้ให้มากขึ้นนะคะ
สุขสันต์วันครอบครัวค่ะ
โลกของเราก็ยังสวยงามอยู่เสมอ...เพียงแต่จะต้องเปิดตามอง ใช้ใจสัมผัส และที่สำคัญ เราก็สามารถเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้โลกนี้สวยงามเพิ่มขึ้น จริงมั้ยคะ?
เห็นมั้ยคะ ว่าความสุขติดเชื้อกันได้จริง อิอิ
ขอบคุณที่เข้ามาอ่านนะคะ
เรื่องราวดีๆ เกิดขึ้นรอบตัวเรามากมายในแต่ละวัน เพียงแต่ไม่ค่อยจะมีใครนำเสนอ ข่าวคราวตามหน้าหนังสือพิมพ์จึงมีแต่เรื่องแย่ๆ ทำให้โลกเราดูโหดร้าย...แต่ถ้าเรามองให้ดีแล้วก็จะรู้ว่า ยังมีสิ่งดีๆ ที่แอบซ่อนอยู่ ^o^
สวัสดีค่ะ...
- อ่านแล้วมีความสุขใจค่ะ
หากมีเวลา การได้นั่งสนทนากับศิลปินข้างถนน ก็ถือเป็นโชคที่ได้เรียนรู้ชีวิตในอีกแง่มุมหนึ่งนะคะ...ดาวเองก็ชอบฟังเค้าเล่นดนตรีเหมือนกัน คงเพราะตัวเองไม่มีความสามารถทางด้านดนตรี ก็เลยทึ่งในความสามารถแล้วก็ชอบฟังคนอื่นเค้าเล่นมั้งคะ 555
ถ้าใจเราเป็นสุข...บรรยากาศรอบกายก็จะพลอยเบิกบานสดใส
คนรอบข้างก็จะพลอยมีความสุขไปด้วยนะคะ
ปีนี้ดาวอดกลับบ้านไปรดน้ำดำหัวคุณแม่เลย...T-T
เอ...โทรไปรดน้ำดำหัว ขอพรคุณแม่ทางโทรศัพท์ดีกว่าค่ะ อิอิ
ขอบคุณสำหรับภาพบรรยากาศความสุขในวันปีใหม่ไทยนะคะ
ขอบคุณที่เข้ามาอ่านนะคะ...ดีใจที่บันทึกนี้ทำให้คนอ่านสุขใจ อิอิ
สวัสดีครับ
ตามมาขอบคุณอีกรอบ มาบอกว่ารู้จักเห็ดไค 555
อุตส่าห์แวะมารดน้ำดำหัว 555
ต้องลองชิมค่ะ แล้วจะติดใจ ป่นเห็ดไคอร่อยมาก อิอิ