ในตอนก่อนๆได้กล่าวถึงการดูพระสมเด็จโดยรวม ที่เริ่มจากพระสมเด็จวัดพลับ แต่ก็เน้นไปที่การดูพระสมเด็จวัดระฆังของท่านสมเด็จพุฒาจารย์โต พรหมรังษี  ที่มีระดับความนิยมสูงสุดในจำนวนพระสมเด็จทั้งหมดกว่า ๒๐ วัด ที่รวมถึงระดับพระอาจารย์ของท่าน และรุ่นศิษย์ของท่าน

ที่มีทั้งพิมพ์ที่ส่วนใหญ่จะแตกต่างกัน แต่เนื้อ โดยเฉพาะมวลสารแตกต่างกัน

โดยเฉพาะพระสมเด็จบางขุนพรหม ที่เป็นพระสมเด็จที่มีการสร้างอย่างรวดเร็ว หลายพิมพ์ งานฝีมือทั้งพิมพ์และการกดพิมพ์แบบรีบเร่ง ทำให้ด้อยความงดงามไปบ้าง 

และมีการบรรจุกรุไว้ประมาณ ๘๐ กว่าปี ก่อนหน้านี้ ยังมีคนไปลักลอบ "ตกเบ็ด" นำพระออกไปจำนวนหนึ่ง และมีการลักลอบขุดกรุแล้วนำออกไปอีกก่อนการเปิดกรุอย่างเป็นทางการในปี ๒๕๐๐ โดย พณฯ จอมพลประพาส จารุเสถียร

ที่ทำให้มีการแบ่งเป็นพระกรุเก่า ก่อนการเปิดกรุปี ๒๕๐๐ และ พระกรุใหม่ ที่ได้จากการเปิดกรุและประทับตราวัด (รูปเจดีย์ พระสวย จัดจำหน่าย ตราวงกลม พระไม่สวยแจกกรรมการ) ไว้เป็นหลักฐาน

ดังนั้นแม้เนื้อจะมีอายุใกล้เคียงกัน แต่ก็ผ่านสภาพแวดล้อมมาต่างกันอย่างมากมาย รวมทั้งสภาพการถูกน้ำท่วมขังกรุในปี ๒๔๘๕ ที่ทำให้เกิดคราบกรุหนาขึ้นไปอีก กับพระที่อยู่ส่วนล่างของกรุ

ความแตกต่างเหล่านี้ ได้สร้างความหลากหลายให้กับพระสมเด็จบางขุนพรหม

โดยเฉพาะในประเด็นของลักษณะคราบกรุ ที่มีปะปนอยู่กับฟองเต้าหู้

การเกิดเนื้อปูดก็จะมากกว่าของวัดระฆัง

ดังนั้นจึงต้อง

  • สังเกตฟองเต้าหู้ที่ปูดออกมาจากในเนื้อ ที่มีลักษณะ "หลากอายุ" ในก้อนเดียวกัน ก้อนเกิดใหม่จะมีสีอ่อน (สีขาวสะอาด หรืออ่อนกว่า) ที่ปลาย อายุมากที่ฐาน (สีเข้มขึ้นเรื่อย)
  • มีเนื้อใน (ถ้ามองเห็น)ออกสีน้ำตาลเหลือง
  • คราบฟองเต้าหู้ติดแน่่นกับเนื้อ และคราบกรุ อันเกิดจากการงอกแบบหินอ่อนงอกมาคลุมผิวของปูนเปลือกหอย
  • ความหนาของคราบจะขึ้นอยู่กับระยะเวลาที่อยู่ในกรุ และที่ตั้งของพระในกรุ
  • ถ้าเป็นกรุใหม่ มีตราด้านหลังจะช่วยให้ดูได้ง่ายขึ้น
  • เมื่อเนื้อ คราบกรุ ผิวเคลือบ และเนื้อปูดงอก ผ่านชัดเจนแล้วจึงค่อยมาพิจารณาความถูกต้องของพิมพ์

 

การดูพิมพ์สำหรับมือใหม่จะทำได้ค่อนข้างยาก เพราะพิมพ์หลากหลายมาก แต่ละพิมพ์ก็ยังมีหลายบล็อก

บล็อกหนึ่งยังมีการกดเพี้ยน (แบบรีบเร่ง) ได้อีกมาก

ลักษณะคราบกรุและฟองเต้าหู้ในสมเด็จบางขุนพรหมพิมพ์ใหญ่ กรุเก่า
ที่เป็นหลักฐานว่าไม่น่าจะใช่พระโรงงาน
 
 
 

ที่จำเป็นต้องฝึกความเคยชินเล็กน้อยก็จะสามารถแยกพระสมเด็จบางขุนพรหมออกจากพระโรงงานได้โดยไม่ยากนัก

เพราะพระโรงงานจะใช้วิธีชุบกาวทอด ให้มีลักษณะคล้ายคราบกรุ

แต่จะเป็นสีเดียว หรืออายุเดียว

ไม่มีเนื้อหลากอายุ ไม่มีคราบกรุ มีแต่สารเคมีโปะ

อะไรที่ก้ำๆกึ่งๆ วางไว้ก่อน อย่าเสี่ยงหยิบครับ

ขอให้โชคดีครับ