ชีวิตคือธรรมชาติ ธรรมชาติคือชีวิต

ตลิ่งสูงน้ำใสใกล้ลำแควใหญ่

โสภณ เปียสนิท

...................................

 

หากกล่าว่า "ชีวิตคือธรรมชาติ ธรรมชาติคือชีวิต" หลายคนอาจมีแง่มุมคัดค้านมากมายหลายประเด็น แต่ว่า มนุษย์พยายามหาทางเอาชนะธรรมชาติต่างๆ นานา สุดท้ายธรรมชาติกลับมาเอาคืน จนต้องสูญเสียมหาศาลทั้งชีวิตและทรัพย์สิน หลายคนมุ่งมั่นหาทางเอาชนะธรรมชาติต่อไป หลายคนหันกลับใช้ชีวิตอยู่กับธรรมชาติ ปรับตัวเข้ากับธรรมชาติอย่างกลมกลืน ชีวิตดำเนินไปเรื่อยๆ เหมือนสายน้ำแควใหญ่ที่ไหลรินหล่อเลี้ยงสรรพชีวิตสองฝั่งแควตลอดระยะเวลายาวนาน

ชีวิตของผมเกี่ยวข้องกับสายตั้งแต่เกิด คือเกิดบนเรือต่อลำใหญ่ริมลำแม่น้ำแควใหญ่ กาญจนบุรี จบปอ4 แล้วไปบวชเณรอยู่ระยะหนึ่งที่ วัดถ้ำเขาปูน ใกล้ลำแควน้อย เมืองกาญจนบุรี เพื่อการศึกษาชีวิตแบบอนาคาริก จากบ้านไปอยู่วัด พ้นร่มใบบุญของพ่อแม่เป็นครั้งแรก มีถ้ำให้เดินท่องเที่ยว มีท่าน้ำให้อาบเล่น มีแพให้นั่งพักเย็นสบายเนื้อสายน้ำลึก จนน้ำสีเขียวเข้มจนเกิดตำนานจระเข้ใต้บาดาล

โตแล้วเดินทางเข้าไปศึกษาเล่าเรียนที่กรุงเทพมหานคร เพื่อการศึกษาแถวท่าเตียน ปากคลองตลาด ใกล้ลำน้ำเจ้าพระยา ข้ามน้ำไปศึกษาที่โรงเรียนแถวคลองบางกอกน้อย จบแล้วจึงเดินเลาะลำน้ำเจ้าพระยา ผ่านวัดพระแก้วด้านหลัง ไปเรียนใกล้ท่าพระจันทร์ เผลอไม่นานสิบปีผ่านไปอย่างรวดเร็ว

วัยทำงานมาอยู่ริมทะเล "หัวหิน" เหมือนว่าจะเป็นสายน้ำเช่นกัน แต่เป็นน้ำเค็ม เอาน่า ถือว่า เป็นน้ำอีกประเภทหนึ่งก็แล้วกัน

เกษียณแล้วคาดว่าจะกลับไปใช้ชีวิตอยู่ที่เมืองกาญจน์ ริมลำน้ำแควใหญ่ บ้านเกิดเมืองนอน อยากนำชีวิตคือร่างกายนี้ไปชดใช้กลับคืนสู่ธรรมชาติ ที่เมืองกาญจน์ เพื่อให้เกิดความสมดุลว่า เอาของเขามาใช้ แล้วก็คืนกลับเขาไป มาทางใดไปทางนั้น

บันทึกจากความทรงจำว่า "ว่านนางคุ้ม" วานผู้เชี่ยวชาญช่วยแก้ไขด้วยหากเกิดการผิดพลาด เพราะไม่ค่อยจะสนิทสนมกับชื่อต้นไม้เท่าไร ทั้งที่เดินผ่านทักทายกันเป็นประจำ

และคุณแม่ หรือ คุณย่าของน้องกาญจน์ นั่งผักผ่อนใช้ชีวิตวัยชราอยู่กับธรรมชาติ ทุกวันนี้ทำหน้าที่ 2 อย่าง คือ "คิดถึงลูกหลาน และ สวดมนต์" หากว่านานเกินควร ไม่ค่อยจะมีลูกหลานแวะเวียนกันมาเยี่ยมก็จะเพิ่มอีกหน้าที่หนึ่ง คือ "บ่น" เล็กน้อยว่า "กำพร้าลูกหลาน"