วันวานที่แม่ฮ่องสอนกับช่วงเวลาประทับใจ..


"หมอกสามฤดุ กองมูเสียดฟ้า ป่าเขียวขจี ผู้คนดี ประเพณีงาม ลือนามถิ่นบัวตอง"

๙ เมษายน ๒๕๕๔

วันที่อากาศกลับมาร้อนมากอีกครั้งในเดือนเมษายน ย้อนกลับไปเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ได้มีโอกาสไปศึกษาดูงานทางภาคเหนือ ไปไกลถึงแม่ฮ่องสอนเมือง สามหมอก ที่แสนเงียบสงบ เก็บเรื่องมาเล่าให้ฟัง

            ไปถึงแม่ฮ่องสอนเราแวะไปเยี่ยมหมู่บ้านชาวกระเหรี่ยงคอยาว ที่ห้วยเสือเฒ่า ได้ไปนั่งฟังศิลปินชาวกระเหรี่ยงร้องเพลงให้ฟังด้วยนะค่ะ อุดหนุนสิินค้าท้องถิ่นพอประมาณมีข้อน่าสังเกตุว่าเดี๋ยวนี้ไม่มีชาวกระเหรี่ยงที่คอยาวมากๆจริงๆเหมือนที่ดูในโทรทัศน์ตอนเด็กๆแล้วนะค่ะ คงเป็นที่สมัยแห่งการเปลี่ยนแปลง

             ออกจากห้วยเสือเฒ่า ก็ไปนมัสการพระธาตุดอยกองมู โอ๋ชอบที่นี่มากเลยค่ะ น่าจะอยู่สูงที่สุดของเมืองนี้ มองลงไปเห็นเมืองแม่ฮ่องสอนทั้งเมือง จากนั้นเรากลับเข้าที่พักเป็นโรงแรมที่อยู่ตรงข้าง หอการค้าแม่ฮ่องสอน ด้านหน้าโรงแรมมีถนนคนเดินตอนกลางคืน ไปเดินซื้อของ สนุกดีค่ะ เดินไปจนสุดถนนจะพบวัดจองคำ กับ วัดจองกลางอยู่ติดกัน ด้านหน้าวัด เป็นบ่อน้ำขนาดใหญ่ เป็นจุดปล่อยโคมลอย ตอนกลางคืน สวยดีค่ะ

             ตอนเช้าโอ๋ไปเดินเล่น ใส่บาตร และเดินวนมาวัดจองคำ วัดจองกลางอีกครั้ง อากาศเย็นสบาย และ มีหมอกลอยปริมๆอยู่เหนือน้ำด้านหน้าวัด บรรยากาศเงียบมากผู้คนแทบไม่มี เป็นเมืองที่สงบ คนน้อย รถน้อย สบายดีจังเลยค่ะ ลองมากันนะแล้วจะชอบ

 

 ขอแนะนำข้อมูลการท่องเที่ยวนิดหน่อยนะค่ะ    

วัดพระธาตุดอยกองมู   แม่ฮ่องสอน

            วัดพระธาตุดอยกองมู     เป็นวัดที่มีความสำคัญอย่างยิ่งประจำเมืองแม่ฮ่องสอน วัดนี้เดิมมีชื่อเรียกว่า วัดปลายดอย  และต่อมาได้เปลี่ยนชื่อเป็นวัดพระธาตุดอยกองมู     ตามชื่อของดอยกองมู   อันเป็นภาษาไทยใหญ่ที่มีความหมายถึงพระเจดีย์   โดยวัดแห่งนี้เป็นที่ประดิษฐานพระธาตุ   อันเป็นศูนย์รวมจิตใจ และที่เคารพสักการะอย่างสูงของชาวเมือง และผู้ที่เดินทางมายังดินแดนสามหมอกแห่งนี้

               ตามประวัตินั้นกล่าว่า  วัดพระธาตุดอยกองมู   ได้สร้างขึ้นในปีพ.ศ.2403   โดยนายจองต่องสู่ และภรรยาชื่อนางเหล็ก    ซึ่งได้จัดสร้างกุฏิ และพระเจดีย์องค์ใหญ่ขึ้น เพื่อบรรจุพระธาตุของพระมหาโมคคัลลานะเถระ  ที่พระอูปั่นเต็กต๊ะชาวเมืองตองกี่ได้นำมาจากเมืองมะละแหม่งประเทศพม่า   โดยพระอู่ปั่นเต๊กต๊ะยังดำรงเจ้าอาวาสรูปแรกของวัดดอยกองมู   นี้เรื่อยมาจนกระทั่งนายจองต่องสู่ได้สิ้นชีวิตลง  พระอู่ปั่นเต๊กต๊ะจึงกลับคืนไปจำพรรษาที่เมืองตองกี่ดังเดิม

               ต่อมาในปี  พ.ศ.2417  เพื่อพญาสิงปนาทราชาได้รับการสถาปนาให้เป็นเจ้าเมืองแม่ฮ่องสอนคนแรกนั้น   จึงให้สร้างพระเจดีย์ขึ้นอีกองค์หนึ่งซึ่งมีชนาดย่อมกว่าองค์ที่มีอยู่เดิม  เพื่อเป็นอนุสรณ์ และได้ให้บรรจุพระธาตุของพระสารีบุตรเถระที่พระอูเอ่งต๊ะก๊ะ  นำมาจากเมืองมัณฑเลย์ประเทศพม่า   พร้อมทั้งนิมนต์พระอู่เอ่งต๊ะก๊ะเป็นเจ้าอาวาสวัดพระธาตุดอยกองมู   รูปต่อไป

                วัดพระธาตุดอยกองมู   ถือได้ว่าเป็นวัดที่มีสถาปัตยกรรมที่โดดเด่นด้วยศิลปกรรมแบบไทยใหญ่และพม่า  วัดแห่งนี้ได้รับการทำนุบำรุงเรื่อยมา  และเป็นเสมือนศูนย์กลางแห่งศรัทธา ของชาวเมืองแม่ฮ่องสอนจวบจนถึงปัจจุบัน  ซึ่งผู้ที่มาไหว้พระธาตุดอยกองมูนี้ จะสามารถมองเห็นความงามของตัวเมืองแม่ฮ่องสอนได้อย่างชัดเจน

 สถานที่ตั้ง

 

                บนยอดดอยกองมูทางทิศตะวันตกของตัวเมืองแม่ฮ่องสอน

 ความเชื่อและวิธีการบูชา

                การไหว้พระธาตุดอยกองมู     สามารถใช้เครื่องสักการะที่ทางวัดจัดให้ด้วยความหมายอันเป็นมงคล  โดยทำบุญเข้าวัดตามศรัทธา  จากนั้นให้เดินเวียนขวารอบพระธาตุ 3  รอบ เสร็จแล้วนำพานดอกไม้ธูปเทียนบูชาไปวางไว้ ไหว้พระประจำวันเกิดซึ่งประดิษฐานอยู่รอบพระเจดีย์  โดยเชื่อกันว่าจะช่วยให้เกิดความเป็นสิริมงคลแก่ชีวิตที่รุ่งเรืองในภายหน้า

เทศกาล งานประเพณี

            ในช่วงงานลอยกระทงจะมีงานนมัสการพระธาตุดอยกองมู    จัดขึ้นเป็นประจำทุกปี  โดยมีการลอยกระทงสวรรค์ที่สวยงามเพื่อเป็นพุทธบูชา  และในช่วงวันออกพรรษาจะมีการตัดบาตรดาวดึงส์หรือตักบาตรเทโวด้วย

 

วัดจองคำและวัดจองกลา
 เปรียบเสมือนวัดแฝด ด้วยตั้งอยู่ในกำแพงเดียวกัน เมื่อมองจากด้านหน้า วัดจองคำ จะอยู่ด้านซ้ายมือ ส่วนวัดจองกลางจะอยู่ทางขวามือ วัดจองคำและวัดจองกลางตั้งอยู่กลางเมืองแม่ฮ่องสอน และ เป็นเสมือนสัญลักษณ์ทางวัฒนธรรมของเมืองไทใหญ่แห่งนี้ เพราะนอกจากความงดงามทางศิลปะแล้ว วัดทั้งสอง ยังเป็น ศูนย์กลางของกิจกรรมทางวัฒนธรรม และประเพณีของชาวแม่ฮ่องสอน พื้นที่ด้านหน้าของวัดซึ่งเป็น สวนสาธารณะหนองจองคำยังเอื้อให้ใช้เป็นสถานที่ประกอบพิธีตามประเพณีต่าง ๆ ในรอบปีอีกด้วย
วัดจองคำ 
หรือพระอารามหลวงวัดจองคำ วัดจองคำ ตั้งอยู่ข้างหนองน้ำ ซึ่งชาวแม่ฮ่องสอนเรียกว่า"หนองจองคำ"เป็น วัดที่สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2340 เป็นวัดแรกของเมืองแม่ฮ่องสอน เป็นวัดเก่าแก่สร้างตามแบบอย่างศิลปไทย ใหญสิ่งที่โดดเด่นหลังคาทรงประสาท 9 ชั้น และมีศาสนสถานที่สำคัญคือ วิหารหลวงพ่อโต ซึ่งเป็นพระพุทธรูป องค์ใหญ่ที่ ่ี่สุดของแม่ฮ่องสอน สร้างเมื่อ พ.ศ.2477 โดยช่างชาวพม่าในวิหารเป็นที่ประดิษฐาน ของหลวงพ่อโต ซึ่งเป็นพระประธาน มีขนาดหน้าตักกว้าง 4.85 เมตร สร้างเมื่อ พ.ศ. 2469 โดยช่างฝีมือชาวพม่า และมีพระพุทธรูป ขนาดใหญ่ซึ่งจำลองมาจากพระศรีศากยมุนีที่วิหารวัดสุทัศน์ เหตุที่เรียกชื่อวัดจองคำ เนื่องจาก เสาวัดประดับ ด้วยทองคำเปลว

 

หมายเลขบันทึก: 434738เขียนเมื่อ 9 เมษายน 2011 15:07 น. ()แก้ไขเมื่อ 11 ธันวาคม 2012 13:40 น. ()สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการจำนวนที่อ่านจำนวนที่อ่าน:


ความเห็น (8)

พักที่โรงแรมใบหยกฯ หรือครับ ;)...

แอบมาเยี่ยมเงียบ ๆ ครับ

ขอบคุณมากครับ

เข้ามาหาข้อมูลก่อนครับ...

..แล้วค่อยหาวันเวลาไปเที่ยวจริง...

...ขอบคุณ...

 

 

ขอบคุณค่ะคุณยังไงต้องไปเที่ยวให้ได้นะค่ะ Ico48ส่วนคุณIco48คงเป็นคนแม่ฮ่องสอนสิค่ะ ถึงทราบชื่อโรงแรม

มิใช่ครับ คุณครู พิมพ์สุภา ;)...

แม่ฮ่องสอนเป็นพื้นที่ที่ต้องไปทำงานบ่อยน่ะครับ ;)...

คุณครู พิมพ์สุภา ขึ้นวัดพระธาตุดอยกองมู มิได้แวะที่ร้านกาแฟ + ขายของที่ระลึก ชื่อ "ก่อนตะวันลับแนวเหลี่ยมภูผา" หรือครับ สวยมากนะครับ ตอนพระอาทิตย์ตก ;)

ยินดีที่รู้จักครับ ;)...

สวัสดีค่ะคุณ'พิมพ์สุภา'

แวะมาเที่ยวแม่ฮ่องสอน

สวยงามประทับใจมากค่ะ

ไปมาหลายครั้งแต่ก็ยังอยากไปอีก

สงสัยหลงเสน่ห์เมืองสามหมอกเข้าให้แล้วนะคะ

โอ๋ ก็ชอบค่ะ กลับมายังฝันถึง เช้าตรู่ที่ไปเดินเล่นในเมืองแม่ฮ่องสอน แล้วมองขึ้นไปเห็นพระธาตุดอยกองมู

มันเงียบสงบ มีความสุขมากเลยค่ะ

พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี