ผู้เขียนเป็นวิสัญญีพยาบาล ซึ่งตอนนี้เพื่อนๆรู้จักกันแล้วแหละว่าวิสัญญีพยาบาล คือพยาบาลที่ทำหน้าที่ให้ยาระงับความรู้สึก หรือสมัยเก่าๆเรียกว่า “พยาบาลดมยา” ซึ่งในอดีตคนโบราณใช้อีเทอร์หยดเป็นไอระเหยให้ดมสลบจริงๆ... แต่ผู้เขียนไม่โบราณขนาดนั้นเลยไม่เคยทำ ... เพียงแต่ตอนสมัยที่จบพยาบาลใหม่ๆเคยเห็นรุ่นพี่หยดให้คนไข้ดมเพื่อให้หมอล้วงรกหรือไงนี่แหละ
มา HA National Forum คราวนี้หากไม่เล่าเรื่องดมยา เห็นทีจะประหลาด... ปีที่แล้วก็ประหลาดไปหนหนึ่งแล้วเพราะเก็บเรื่องที่ฟังไว้นานมากไป ปลวกเลยเอาไปกินซะนี่...แต่รอบนี้ ปลวก... อด...
เป็นการร่วมกันเล่าเรื่องของ ความปลอดภัยในการระงับความรู้สึก (Safety in Anesthesia) โดยวิทยากรผู้มากด้วยประสบการณ์ทางวิชาชีพที่ต่างสถานะและขนาดของโรงพยาบาล ได้แก่
1. รศ.นพ.ธวัช ชาญชญานนท์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์
2. พญ.สุนีย์ ศรีสว่าง โรงพยาบาลประสาท เชียงใหม่
3. พญ.ศรัณยา ประสิทธิศิริกุล สถาบันบำราศนราดูร
4. คุณนงเยาว์ ธิติไพศาล สถาบันบำราศนราดูร และ
5. พญ.ศิริพร แจ่มใส โรงพยาบาลรามคำแหง
มีเรื่องเล่าที่เก็บประเด็นสำคัญได้บ้างเท่าที่ความสามารถของผู้เขียนพึงมีดังนี้
รศ.นพ.ธวัช ชาญชญานนท์ เล่าว่า
- การวิเคราะห์สาเหตุความเสี่ยงและการแก้ปัญหาทางวิสัญญีที่เกิดควรบูรณาการเข้ากับการออกแบบกระบวนการดูแลผู้ป่วย การตามรอยผู้ป่วยโดยใช้ Clinical Tracer และการพิจารณาระบบงานสำคัญๆ
- การประกันคุณภาพทางวิสัญญีอาจใช้มุมมองของการประกันด้านโครงสร้าง(structure) ด้านกระบวนการ(process) และด้านผลลัพธ์(outcome)
- ประกันด้านโครงสร้าง(structure) เป็นเรื่องของ facilities ของเครื่องมือ อุปกรณ์ในระบบต่างๆเช่น ระบบการจ่ายก๊าซทางการแพทย์ ระบบกำจัดก๊าซส่วนเกินในห้องผ่าตัด อุปกรณ์ที่จำเป็นกรณีฉุกเฉิน เรื่องอัคคีภัยและความปลอดภัยจากไฟไหม้หรือมาตรฐานอุปกรณ์ไฟฟ้าต่างๆ ความเที่ยงตรงแม่นยำของเครื่องมือหรือเครื่องดมยาสลบ การเตรียมบุคลากรให้ทราบวิธีการใช้เครื่องมือเป็นต้น
- ประกันด้านกระบวนการ(process) เช่น การกำหนดขั้นตอนทางวิสัญญีที่สำคัญ การเยี่ยมและประเมินผู้ป่วยก่อนระงับความรู้สึก การวางแผนการให้ยาระงับความรู้สึก เป็นต้น
- ประกันด้านผลลัพธ์(outcome) เช่น การเปลี่ยนแปลง health status หลังการให้ medical care
- ...เราทำหรือเปล่า? ว่า... incidence เกิดจำนวนเท่าไหร่ มีระดับความรุนแรงจาก A-I อยู่ในระดับใด
- Guideline ที่ทางราชวิทยาลัยฯจัดทำ ควรนำมาปรับให้เหมาะสมกับบริบทของเราก่อนนำมาใช้
พญ.สุนีย์ ศรีสว่าง เล่าว่า
- โรงพยาบาลประสาท เชียงใหม่เป็นโรงพยาบาลในส่วนภูมิภาค 107 เตียงมีห้องผ่าตัด 4 ห้อง มีศักยภาพในการทำผ่าตัดผู้ป่วยทางด้านระบบประสาทที่มีความซับซ้อนซึ่งรองรับการส่งต่อผู้ป่วยฉุกเฉินจากโรงพยาบาลเครือข่ายในเขตภาคเหนือตอนบน การวางแผนในการจัดระบบการส่งต่อความเชื่อมโยงที่ดีระหว่างกันก่อให้เกิดการดูแลผู้ป่วยอย่างต่อเนื่อง
- มีการจัด morning conferences ทุกวัน
- ให้ความสำคัญกับ customer voice รวมถึงภาษากายที่ปรากฏ
- “การทำ Risk หากไม่มีชีวิตมีแต่กระดาษ ก็ไม่เกิดประโยชน์”
- “ชอบเสียงบ่น... เพราะนำมาพัฒนาได้” ... ลงในรายละเอียดทางประสาทวิทยา
- “มีความรู้สึกที่จะพัฒนางานไปเรื่อยๆ... ไม่ใช่พอแล้ว” problem list ให้ความสำคัญกับ Multidisciplenary, Drug Reconcile เป็นต้น
- มีการทำ pre-op team brief (sign in) โดยยังไม่ทำเป็นแบบฟอร์มเนื่องจากเกรงว่าทีมจะรู้สึกยุ่งยาก
- ให้ความสำคัญกับช่วง Induction ให้ทุกคนเงียบ เพราะผู้ป่วยบางรายต้องการทำสมาธิ ต้องการความสงบ และเป็นการป้องกันความผิดพลาดการให้ยา...
- มีการทำ post-op team brief (sign out) ซึ่งให้ความสำคัญกับ communication ในช่วงใกล้เสร็จผ่าตัด
- ควรมี no brame culture
พญ.ศรัณยา ประสิทธิศิริกุล กล่าวว่า
- สถาบันบำราศนราดูรเป็นโรงพยาบาลขนาด 300 เตียงมีห้องผ่าตัด 5 ห้อง มีวิสัญญีแพทย์ 1 คนวิสัญญีพยาบาล 8 คนและผู้ช่วยวิสัญญีพยาบาล 2 คน มีภารกิจหลักในการดูแลผู้ป่วยที่มาทำผ่าตัดไม่ซับซ้อนแต่เป็นผู้ป่วยโรคติดเชื้อ เช่น SAR
- โดยลักษณะการทำงานเป็นความยากในการดูแลผู้ป่วยที่ติดเชื้อให้ได้รับบริการตามมาตรฐาน เพราะความเสี่ยงที่ตามมาเป็นความเสี่ยงที่อาจเกิดกับเจ้าหน้าที่เอง...ความสำคัญจึงอยู่ที่การบริหารจัดการบุคลากรและกระบวนการที่ดีในข้อจำกัด
- มีการฝึกซ้อมการใส่ชุดพิเศษที่ใช้เฉพาะกรณีใส่ท่อช่วยหายใจผู้ป่วย SAR ก่อนพบสถานการณ์จริง
คุณนงเยาว์ ธิติไพศาล สถาบันบำราศนราดูร กล่าวถึงบทบาทของวิสัญญีพยาบาลที่ใช้มาตรฐานการดูแลผู้ป่วยที่ใช้ตามกระบวนการทางวิสัญญีอย่างครบถ้วน สมบูรณ์ มีการใช้วีดีโอเป็นเครื่องมือช่วยสอนใน elective case ของ C/S
และท่านสุดท้าย
พญ. ศิริพร แจ่มใส โรงพยาบาลรามคำแหง กล่าวถึงมาตรฐานการดูแลผู้ป่วยทางวิสัญญีในโรงพยาบาลเอกชน ซึ่งมีหลายประเด็นน่าสนใจมาก เช่น
- เน้นเรื่อง communication... “ไม่งก ไม่พร้อม ไม่ทำ”
- เขาคาดหวังว่า เราจะรู้หมด
- ใช้วิธีการ Pre Induction Assessment ดังนี้
- A : Airway
- B : Breathing circuit
- C : Consent, Concern และ communication …capnogram
- D : Drug >>> ควรเตรียมพร้อมเรื่อง เลือดและ IV line อย่างไรบ้างโดยเฉพาะขนาดของเข็มที่ให้น้ำเกลือ “ต้องไม่เกรงใจ...เรื่องที่เป็นความเสี่ยง อันตราย... ไม่ยอมความกัน (เช่นแทงเข็มขนาดเล็กมาเพราะกลัวผู้ป่วยเจ็บ แต่เกิดความเสี่ยงในการให้สารน้ำและเลือดไม่ทัน) ”
- มีเทคนิคที่ดีในการทำงานเป็นทีม
สุดท้ายของการพูดคุยของวิทยากร รศ.นพ.ธวัช ชาญชญานนท์ กล่าวสรุปว่า อุบัติการณ์ที่เกิดนั้นมาได้จากหลายสาเหตุ ที่สำคัญคือการได้พูดคุยกันในทีม
ผู้ป่วยที่นอนรอการผ่าตัดบนเตียงผ่าตัด
“ผู้ป่วยเขานอนรอบนความเครียด...แต่เราคุยกัน... บางทีเราทำงานจนลืมว่า เขาต้องการอะไร”
“ Safety for All ”
....ผู้เขียนเห็นด้วยจริงๆ....
ขอขอบพระคุณวิทยากรทุกท่านที่มีความตั้งใจจริงในการนำประสบการณ์ส่วนตนในบริบทของตนออกนำเล่าสู่เพื่อนๆร่วมวิชาชีพและผู้สนใจค่ะ
เห็นด้วยค่ะ
พี่แก้วคะ
หลายต่อหลายครั้งที่เราทำงานกันจนเป็นเสมือนเครื่องจักรจริงๆค่ะ... มองผู้ป่วยเสมือนสิ่งของที่ส่งเข้าโรงงานผลิตตามเวลาที่กำหนดโดยไม่เจตนา เนื่องจากผู้ป่วยคอยคิวมากเราต้องทำงานแข่งกับเวลา การให้เวลากับการดูแลภายในห้องผ่าตัดอย่างใกล้ชิดจึงลดน้อยลง
... ในวันที่ผ่าตัด สิ่งที่บุคลากรดมยาทำได้คือ การพูดคุยด้วยในช่วงสั้นๆก่อนเข้าห้องผ่าตัดค่ะ ดีหน่อยที่มีการประเมินและพูดคุยให้ข้อมูลกันไปบ้างแล้วในวันก่อนวันผ่าตัด 1 วันค่ะ ความกังวลขอผู้ป่วยน่าจะน้อยลงได้บ้างค่ะ
ไก่เคยผ่าตัด 3 รอบ ผ่าตัดรอบแรกผ่าตัดไส้ติ่ง ไม่เครียดคะ อาจารย์หมอที่ผ่าตัด อาจารย์หมอที่ดมยาใจดีมาก ช่วยอธิบาย บอกเล่าชวนพูดคุยจนสบายใจ
ครั้งที่สองเครียดมากคะ เพราะว่าไม่มีใครให้ข้อมูลมาชวนคุย คงคิดว่าไก่เป็นพยาบาลคงเข้าใจขั้นตอนต่าง ๆดี
ครั้งที่ 3ไม่มีเวลาในการเตรียมตัวมาก เพราะ C/S แบบไม่ตั้งใจ วิสัญญีชวนคุยบอกว่าให้ตั้งใจ ผ่อนคลาย นะ นับหนึ่ง ถึงสิบจะไม่เจ็บ จะหลับสบาย ไก่นับได้ถึง 3เองคะ หลับสนิท แล้วมีการติดตามเยี่ยมหลังผ่าตัดด้วย
คุณน้องไก่
เมื่อไหร่ที่พยาบาลหรือแพทย์เป็นผู้ป่วยเอง มักถูกมองว่าน่าจะรู้อะไรๆดีหมดแล้ว...ซึ่งจริงๆแล้วสิ่งที่ต้องการมากกว่าข้อมูล คือ กำลังใจ ทำอย่างไรจึงพ้นช่วงเวลาความเครียดช่วงนั้น...สั้นๆไปได้ การทำให้คลายกังวลเป็นสิ่งสำคัญ ซึ่งมักถูกมองข้ามไป
ทำอย่างไรเราจึงจะมีเวลาให้กับผู้ป่วยมากพอ?... ข้อนี้น่าคิดค่ะ
ผ่าตัดมาแล้วสองครั้ง แผลเดียวกัน ที่เดียวกัน ตัดถุงน้ำด้ทิ้ง วอญ่า คนไม่มีดี
ฮาๆๆๆ...ท่านผู้เฒ่าวอญ่าคะ
ถุงน้ำดีมีถุงเดียว ท่านตัดทิ้งแล้วยังมาตัดทิ้งอีก(หรือครั้งที่2 ตัดอย่างอื่นเหรอคะ)... แปลว่า ดี ของท่านตัดอย่างไรก็ไม่มีวันหมดค่ะ... อิอิ
ขอบคุณค่ะ