ขอบคุณสามครอบครัวกรณีศึกษาที่ ดร. ป๊อป ได้เรียนรู้ทักษะชีวิตด้วยกิจกรรมบำบัด...ในกรณีศึกษา Albinism ได้รับความสนใจจากคุณอ๊อฟ ดีเจจอมยุ่ง และทีมงาน Good Channel ซึ่งจะออกอากาศเร็วๆ นี้

ทักษะชีวิต คือ การพัฒนาความสุขความสามารถของการทำกิจกรรมการดำเนินชีวิตด้วยเจตจำนงค์ (เจตนา/ตั้งใจ + มุ่งมั่น) ฝึกฝนจนเกิดทักษะ (การกระทำที่มีเป้าหมาย มีประสิทธิภาพ และมีประสิทธิผล) และมีคุณค่า/มีความหมายในการแสดงพฤติกรรม/นิสัยของมนุษย์ที่สร้างสรรค์ความดีงามแก่ผู้อื่นและตนเอง

ในการฝึกกิจกรรมบำบัดที่บ้าน จากโครงการ "หมออาสา มาหานะเธอ" นั้น ได้รับความสนใจจากสื่อมวลชนหลายรายการ ล่าสุดขอบคุณโอกาสดีๆ ที่ทีมงาน Good Channel ได้ติดตาม ดร. ป๊อป ไปเยี่ยมบ้านครอบครัวน้อง Albinism ที่ ดร. ป๊อป ภูมิใจในทักษะชีวิตของคุณพ่อคุณแม่ที่พัฒนาลูกตั้งแต่ 3 เดือน จนถึง 18 เดือน ก็มีความก้าวหน้าในเรื่องทักษะการดูแลตนเอง (อาบน้ำ แต่งตัว ทานอาหาร) ซึ่งปรับพื้นที่แห่งการเรียนรู้ในขอบเขตของการแสดงทักษะการเล่น การเรียน และการทานอาหาร ที่เด็ก Albinism ได้รู้จักแยกแยะให้ชัดเจน เช่น ไม่กินขนมขณะเล่นอยู้บนพื้นห้องโซนเล่นอิสระ ไม่นั่งเก้าอี้และฝึกเขียนบนโต๊ะบริเวณห้องโซนเล่นอิสระ จัดห้องหรือมุมฝึกการเรียนรู้พร้อมจัดสื่อการเขียนอิสระจากง่ายไปยาก (ยกตัวอย่าง มือกำแนวตั้ง จับดินสอเทียนขนาดใหญ่ มีสีสดใส วนสีเทียนเป็นเส้นวงกลมในทิศทางนอกเข้าใน แล้ววนสีระบายทึบรูปวงกลมในทิศทางในออกนอก)

อีกกรณีศึกษาหนึ่งที่คุณพ่อคุณแม่กังวลเรื่อง "ลูกกลืนนมลำบาก" ตอนแรกต้องบังคับให้ร้องไห้จะได้กลืนนม เมื่อ ดร. ป๊อป สอนจัดท่าทางและเทคนิคการป้อนอาหาร-กระตุ้นกลืนแบบไม่สำลัก ก็ใช้เวลานานกว่า 4 สัปดาห์ เด็กถึงได้พัฒนากลไกป้องกันการสำลักอาหารและกลืนได้จากกำลังกล้ามเนื้อ 1 ใน 3 ส่วน และต้องทดลองปรับอาหารในระดับข้น ไม่เหนียวด้วยนมหรือน้ำตาล มีการแทรกป้อนน้ำผลไม้บ้าง มีเมนูที่หลากหลาย ไม่ได้เน้นนมมากจนเกินไป แต่ป้อนได้ตลอดทั้งวัน ที่สำคัญ ดร. ป๊อป เน้นให้คุณพ่อคุณแม่ฝึกจัดการความคิดของตนเอง ค่อยๆ ติดตามประเมินความสามารถของลูก และสื่อสารแบบแลกเปลี่ยนเรียนรู้ถึงการปรับตัวที่ดีขึ้นของเด็กระหว่างอยู่กับพี่เลี้ยงและอยู่กับพ่อแม่ ให้เห็นความก้าวหน้าของน้ำหนักตัวที่มากขึ้น แม้ว่าจะต่ำกว่าเกณฑ์ก็ตาม ควรปรึกษากุมารแพทย์ว่า "เด็กกำลังฝึกการกลืนอาหารกับนักกิจกรรมบำบัดอยู่ และคอยประเมินผลก่อนที่จะสรุปเกณฑ์อย่างละเอียดที่จะพิจารณาให้ผ่าตัดนำอาหารเข้าช่องท้องแทนปาก"

กรณีสุดท้าย น่าสงสารที่เด็กอายุ 1 ปี 1 เดือน ที่กล้ามเนื้อรอบข้อเท้าและอุ้งเท้าลีบ และไม่ยอมลงน้ำหนักลงเกาะยืนเดิน ก่อนหน้านี้คุณหมอส่งต่อเพื่อเข้าเฝือกแข็ง กระตุ้นไฟฟ้า ทำกายภาพบำบัด ทำกิจกรรมบำบัดเด็ก ทำธาราบำบัด แต่ก็ดีขึ้นเล็กน้อย ที่สำคัญการรักษาต่างๆ อยู่ในช่วงที่เด็กกำลังมีพัฒนาการที่ดีในอายุ 6 เดือน คุณตาของเด็กเห็นโครงการหมออาสาฯ ผ่านทีวี จึงให้คุณพ่อคุณแม่ติดต่อขอประเมินกิจกรรมบำบัดจาก ดร. ป๊อป ซึ่งใช้เวลาสองชั่งโมง คุณพ่อคอยจดการบ้านแบบวาดภาพประกอบ-บันทึกคำแนะนำมากมาย คุณแม่คอยฝึกตามที่ผมสาธิต แม้ว่าเด็กจะร้องไห้ เมื่อไปสัมผัสบริเวณเท้าสองข้างที่เด็กไม่ค่อยใช้ ดร.ป๊อป จึงแนะนำ "การใช้ฟองน้ำประกบข้อเท้าและอุ้งเท้า สวมถุงเท้าทับ และใส่ร้องเท้าหุ้มส้น เพื่อฝึกการลงน้ำหนักให้มีแรงผ่านสะโพก เข่า และข้อเท้า ตลอดเวลา ยกเว้นตอนอาบน้ำและนอน" สำหรับตอนอาบน้ำ/นั่งเล่น ก็หาเก้าอี้นั่งยอง ฝึกกดสัมผัสวนรอบอุ้งเท้าและปรับแรงลงไปตามปลายเท้าในจังหวะหน้าหลัง อย่าให้นั่งอาบน้ำ/เล่น แบบขัดสมาธิ-พับเพียบ จะทำให้ปลายเท้าแบะมากเกินไป ที่สำคัญฝึกนั่งไปเกาะยืน ตลอดจนอุ้มหันหน้าออกมีการเล่นกระตุ้นรับรู้ข้อต่อในท่าทางต่างๆ

จะเห็นว่า "กระบวนความคิดเพื่อพัฒนาทักษะชีวิตของคุณพ่อคุณแม่มีความสำคัญมาก เมื่อคุณพ่อคุณแม่เข้าใจทักษะชีวิตของตนเอง ก็จะเข้าใจแนวทางการพัฒนาทักษะชีวิตของลูก อย่างค่อยเป็นค่อยไป ภายใต้คำแนะนำที่มีเหตุผลทางคลินิกที่ชัดเจนจากนักกิจกรรมบำบัดที่มีความเชี่ยวชาญหรือมีความถนัดเฉพาะทาง"