•  

๏สุนัขจิ้งจอกคู่หนึ่งพึ่งโพรงไม้ 

อินทรีใหญ่อาศัยยอดพฤกษา

ต้นเดียวกันต่างมีลูกสุขอุรา

มิตรที่ดีต่อกันมามิแคลงใจ

 

 

  •  

กาลล่วงผ่านวันหนึ่งหมาหาอาหาร

สั่งลูกน้อยคอยอยู่บ้านอย่าไปไหน

นกอินทรีเห็นโอกาสวาดลวดลาย

ลอบมาคาบขึ้นยอดไม้ไปรังตัว

 

  •  

หมากลับมาแปลกใจไม่เห็นลูก

ยินเพียงเสียงเจ้าบุญปลูกถูกนกชั่ว

เมื่อแจ้งใจก็ตะกายโคนไม้รัว

ขอลูกตัวกลับคืน...สะอื้นพลาง

 

  •  

๏อินทรีพาลถือดีว่าสูงกว่า

เพียงแค่หมา...จึงเอ่ยปากพูดถากถาง

ทั้งส่อเสียด ก้าวร้าว มิเว้นวาง

โอ้อวดตนทุกอย่าง...ไม่ยอมคืน

 

  •  

๏เจ้าจิ้งจอกแค้นใจในคำด่า

กริ้วโกรธา...สัมพันธ์ขาดมิอาจฝืน

วิ่งไปคาบเศษไม้ในกองฟืน

อีกเชื้อไฟอื่นอื่นในดงดอน

 

  •  

 

สุมฟอนไฟวิ่งไปคาบคบไม้

ที่ชาวป่าจุดทิ้งไว้คบไม้ขอน

เมื่อไม่คืนลูกให้ดั่งคำวอน

ก็สุมฟอนรมรังอินทรีพาล

 

  •  

อินทรีชั่วกลัวรังไหม้ด้วยไฟร้อน

กลัวลูกอ่อนสิ้นใจด้วยไฟผลาญ

ละพยศหมดทุกสิ่งทิ้งสันดาน

มิกล้าพาลคืนลูกให้ในทันที

 

  •  

เจ้านายน้อยพิศดู...คงรู้ได้

เป็นผู้ใหญ่...ข่มผู้น้อยด้อยศักดิ์ศรี

เขาขึ้งโกรธพยาบาทอาจราวี

เหมือนนิทานเรื่องนี้ที่สอนใจ

 

อย่าดูหมิ่น...ควรจุนเจือและเผื่อแผ่

อย่ารังแก...ผู้งานพร่อง...ให้หมองไหม้

อย่ากดขี่ ข่มเหง เอาแต่ใจ

แม้นเขาทนไม่ไหว... พยาบาทอาจทวี

 

ขอบพระคุณแรงบันดาลใจจากนิทานอีสป http://sukumal.net

ขอบพระคุณแรงบันดาลใจจากเจ้านายน้อย

ขอบพระคุณครูกลอนเคยสอนสั่ง

และขอบพระคุณผู้เยี่ยมชมทุกท่านค่ะ

  •   อิงจันทร์ 

  • ๕ เมษายน ๒๕๕๔