โรงเรียนบ้านหนองไผ่ โรงเรียนที่ก่อเกิดจากกุศลจิตและความงดงามของชุมชน
โรงเรียนบ้านหนองไผ่ ตั้งอยู่ที่หมู่ที่ ๑๐ ตำบลหนองบัว อำเภอหนองบัว จังหวัดนครสวรรค์ รหัสไปรษณีย์ ๖๐๑๑๐ จัดการเรียนการสอนในระดับก่อประถมศึกษาถึงชั้นมัธยมปีที่ ๓ มีเขตพื้นที่บริการครอบคลุม ๔ หมู่บ้าน ประกอบด้วยบ้านหนองไผ่ บ้านร่องดู บ้านร่องเข้ และบ้านคลองหินปูน เริ่มก่อตั้งและดำเนินการจัดการเรียนการสอนเมื่อปีพุทธศักราช ๒๕๑๐ โดยหลวงพ่ออ๋อยหรือพระครูนิกรปทุมรักษ์ ศิษย์หลวงพ่อเดิมแห่งวัดหนองกลับหรือวัดหลวงพ่อเดิมของหนองบัว เป็นประธานเปิดโรงเรียนซึ่งสร้างขึ้นด้วยการระดมแรงงานของชาวบ้านบนเนื้อที่ ๖๐ ไร่จากการบริจาคที่ดินของชาวบ้านชื่อนายแก้ว อินจันทร์สุข ผู้อำนวยการคนปัจจุบันคือนายพนม จันทร์ดิษฐ์ (คนสวมเสื้อสีเหลืองซ้ายมือของภาพล่าง)
สร้างและเพิ่มพูนโอกาสสู่ทางเลือกที่เหมาะสมพอเพียงให้แก่เด็กและชุมชน
โรงเรียนบ้านหนองไผ่เป็นโรงเรียนขยายโอกาส แต่เดิมนั้นจัดว่าอยู่ในพื้นที่กันดาร ห่างไกลจากตัวเมืองหนองบัว ชุมชนโดยรอบทำไร่อยู่ในแนวป่าและเชิงเขา แต่ก็ได้รับความทุ่มเทเอาใจใส่ของคณะครู ชุมชน หน่วยงานผู้เกี่ยวข้อง และเครือข่ายสนับสนุนจากภายนอก กระทั่งเป็นโรงเรียนที่ได้รับการรับรองเป็นโรงเรียนดีประจำตำบล อีกทั้งเป็นโรงเรียนตัวอย่างในการจัดการเรียนรู้เพื่อขับเคลื่อนปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง พัฒนารูปแบบและนวัตกรรมการจัดการเรียนรู้ยุวเกษตรกรต้นกล้าความพอเพียง รวมทั้งเป็นแหล่งการเรียนรู้แนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงทั้งของชุมชน สถานศึกษา ตลอดจนหน่วยงานและกลุ่มผู้สนใจอย่างกว้างขวางทั้งในหนองบัวและจากแหล่งต่างๆของประเทศ

โรงเรียนดีประจำตำบลและเครือข่ายเรียนรู้ระดับประเทศ
ผมถือโอกาสในช่วงได้กลับไปทำกิจกรรมกับหมู่เพื่อนศิษย์เก่าโรงเรียนหนองบัวรุ่นที่ ๑๔ กับคณะกรรมจัดงานไหว้เจ้าพ่อเจ้าแม่หลวงปู่ฤาษีนารายณ์ซึ่งเป็นเทศกาลประจำปีที่มีอยู่ทุกปีของหนองบัว รวมทั้งกลุ่มเพื่อนพ้องน้องพี่และคนหนองบัวจำนวนหนึ่งซึ่งได้เขียนบันทึกเรื่องราวต่างๆด้วยกันในเว๊บบล๊อก GotoKnow ไปจัดนิทรรศการโดยดึงเอาเนื้อหาจากบล๊อกเวทีคนหนองบัวไปจัดแสดงเคลื่อนไหวการเรียนรู้เรื่องราวต่างๆของหนองบัว ทำเทศกาลประจำปีให้เป็นโอกาสสร้างการเรียนรู้
ระหว่างที่รอจัดบอร์ดในตอนเย็นร่วมกับผู้คนอื่นๆที่จะออกมาสมทบกัน ก็ชวนอาจารย์ณัฐพัชร์ ทองคำซึ่งผมชวนเชิญไปร่วมสังเกตการณ์และหากสามารถคิดริเริ่มทำงานเสริมกิจกรรมต่างๆที่มีอยู่ของชาวหนองบัวได้ ก็อยากเชิญเป็นเครือข่ายเชื่อมต่อการทำงานด้วยกันกับเพื่อนๆน้องๆในพื้นที่ ให้ออกไปตระเวนดูรอบๆหนองบัวด้วยกัน เริ่มจากออกไปทางแยกหนองบัว-ชัยภูมิเลาะเลียบแนวป่าเขาพระ เขาเหล็ก เขานางต่วม ไปจนเกือบถึงบึงสามพัน แล้วก็ย้อนกลับมา
พอถึงบ้านหนองไผ่ซึ่งอาจารย์ณัฐพัชร์ก็ได้รู้จักอาจารย์พนม จันทร์ดิษฐ์ ผู้อำนวยการของโรงเรียนบ้างแล้ว ก็เลยชวนกันแวะเข้าไปดูชุมชนและโรงเรียน ผมพยายามโทรศัพท์ติดต่อเพื่อบอกกล่าวให้ท่านได้ทราบและเป็นการขอนุญาตเยี่ยมชมพร้อมกับขอถ่ายรูป ไม่ต้องออกมาเจอกัน เอาไว้เจอกันตอนเย็นเพื่อจัดนิทรรศการกันเลยแต่ก็ติดต่อไม่ได้ มาทราบตอนหลังว่าท่านต้องทำหน้าที่เป็นวิทยากรให้กับการอบรมที่สำนักงานอำเภอ
แวดล้อมด้วยธรรมชาติ ขุนเขา แนวป่า และวิถีชีวิตชนบทนาไร่
รอบโรงเรียนบ้านหนองไผ่ยังเต็มไปด้วยกลิ่นอายของชนบท รอบข้างเป็นพื้นที่ทำไร่ แวดล้อมด้วยขุนเขาและแนวป่า ถนนสายหนองบัว-ชัยภูมิทอดผ่านหมู่บ้าน และทางเข้าโรงเรียนเป็นถนนดินแดงเชื่อมต่อออกไปจากถนนสายหลักลึกเขาไปประมาณกิโลเมตรเศษ บางช่วงก็ลาดยางและเทคอนกรีต เข้าออกโรงเรียนกับชุมชนสู่ถนนสายหลักได้สองด้าน
อยู่กับชีวิตที่ใกล้ชิดธรรมชาติ
อาณาบริเวณของโรงเรียนบ้านหนองไผ่ดูแลและจัดสภาพแวดล้อมดูร่มรื่น มีความใกล้ชิดและกลมกลืนกับธรรมชาติ แมกไม้ แสงแแดด และสายลม
จัดสภาพแวดล้อมกล่อมเกลาโลกด้านใน
คุณครูจัดพบปะกับเด็กๆอยู่ใต้ต้นหูกวาง พื้นดูสะอาดเกลี้ยงเกลาเหมือนเวทีประชุมและลานเอนกประสงค์กลางแจ้ง ด้านหน้าประดิษฐานองค์พระปฏิมา บางช่วงคุณครูจึงหยุดทำกิจกรรมและให้เด็กๆนั่งสมาธิอยู่กับความสงบนิ่งของตนเอง บรรยากาศโดยรอบมีความสัปปายะสำหรับจัดกระบวนการดังกล่าวได้อย่างพอเหมาะพอดี
ความเป็นทีมและไม่ดูดายของคุณครู
เด็กๆและคุณครูของโรงเรียนบ้านหนองไผ่ดูมีความเป็นธรรมชาติ ร่าเริง ทำกิจกรรมต่างๆพร้อมไปกับการได้ความสนุกหัวเราะคิกคัก คุณครูท่านหนึ่งเห็นผมและอาจารย์ณัฐพัชร์เดินเตร่เข้าไปก็ออกมาสันถวะพร้อมแนะนำตนเอง เมื่อได้สนทนากันก็ได้รู้ว่าท่านเป็นศิษย์เก่าของโรงเรียนหนองบัว เป็นรุ่นน้องของผมหลายปีและเป็นลูกศิษย์ของเพื่อนและรุ่นน้องๆหลายคน
การจัดสิ่งแวดล้อมและภูมินิเวศน์เพื่อบรรยากาศการเรียนรู้ในโรงเรียน
การปลูกต้นไม้และจัดสภาพแวดล้อมภายในโรงเรียนบ้านหนองไผ่ เป็นการจัดวางอย่างมีแนวคิด ให้ร่มเงา กำบังแดดลมในหน้าฝน รักษาระบบนิเวศน์ และมีความหมายต่อการเป็นสภาพแวดล้อมเพื่อการเรียนรู้ สื่อสะท้อนถึงแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง การรู้จักตนเอง และการพัฒนาความเป็นตัวของตัวเอง ต้นไม้ส่วนใหญ่เป็นไม้ป่าและให้ความหมายความเป็นบ้านหนองไผ่ กอไผ่ ดอกตะแบกหรือดอกอินทนิลสื่อให้เข้าถึงความงอกงามและความงดงามที่เป็นธรรมชาติ มีความอดทน หยัดยืน ต่อสู้ฟันฝ่ากับความลำบากแห้งแล้งเพื่อเติบโตและให้ความงดงาม แซมด้วยลีลาวดีซึ่งเป็นไม้หอมสำหรับบูชาสิ่งศรัทธา
การสื่อสารองค์กรที่บูรณาการไปกับการจัดสิ่งแวด้อม
การสร้างสภาพแวดล้อมให้เกิดความภาคภูมิใจและรักษาเกียรติภูมิของโรงเรียน รวมทั้งความเป็นคนบ้านหนองไผ่ ผสมผสานไปตามมุมต่างๆ ที่ทำหน้าที่เป็นสิ่งแวดล้อมสร้างความร่มรื่นและสื่อถึงพลังความยิ่งใหญ่รายรอบที่โอบกอดทุกคนให้มีขวัญชีวิตและมีพลังใจ
การจัดสภาพแวดล้อมของโรงเรียนและสถานศึกษา เป็นองค์ประกอบหนึ่งที่จะสร้างให้โรงเรียนและสถานศึกษาเป็นชุมชนแห่งการเรียนรู้และเป็นแหล่งใช้ชีวิตของเด็กๆในท่ามกลางบรรยากาศการได้ซึบซับความละเอียดประนีต มีโอกาสได้อยู่กับตนเองและสังเกตภาวะภายในตนเองให้ได้ความอ่อนโยน ความเป็นธรรมชาติที่เรียบง่าย มีความเป็นเหตุเป็นผล กล่อมเกลาหล่อหลอมให้พื้นจิตใจสัมผัสถึงความสมดุลและพอเพียงภายในตนเอง ส่งเสริมให้กระบวนการเรียนรู้เพื่อขับเคลื่อนปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงสามารถบรรลุจุดหมายได้อย่างเป็นองค์รวม.
..........................................................................................................................................................
เรื่องและถ่ายภาพ : ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.วิรัตน์ คำศรีจันทร์ ภาควิชาศึกษาศาสตร์ คณะสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล เขียนเนื่องในวาระเทศกาลงานประจำปีไหว้เจ้าพ่อ-เจ้าแม่ หลวงปู่ฤาษีนารายณ์ และงานประเพณีแห่นาคและอุปสมบทหมู่ของหนองบัว อำเภอหนองบัว จังหวัดนึรสวรรค์ มีนาคม ๒๕๕๔
*ขอบคุณค่ะ..ชื่นชม รร.บ้านหนองไผ่ เครือข่าย รร.เศรษฐกิจพอเพียง ที่มูลนิสยามกัมมาจล ธนาคารไทยพาณิชย์ฯ ได้มีโอกาสประสานความร่วมมือในเวทีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระดับประเทศหลายครั้ง อีกทั้งได้รับการยกย่องให้เป็นหนึ่งในศูนย์การเรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง เพื่อขยายผลสู่สถานศึกษาทั่วประเทศ..
* อ.พนม ท่านเป็น ผอ.ที่บริหารรร.อย่างมีประสิทธิภาพ ด้วยความมุ่งมั่นตั้งใจจริง ร่วมกับคณะครู ที่ช่วยขับเคลื่อนจิตสำนึกพอเพียงสู่เยาวชนอย่างเป็นรูปธรรม และได้รับการยอมรับนับถือจากชุมชนอย่างกว้างขวางค่ะ..
*ฝากความระลึกถึงด้วยค่ะ..
ช่วงที่คนในหนองบัวย้ายบ้านมาอยู่เพื่อทำมาหากินที่หนองไผ่ เมื่อสี่สิบห้าสิบปีที่แล้ว
คำล่ำลือที่ได้ยินคือพื้นที่แห่งนี้เป็นที่ทำกินที่ได้ข้าวดีมาก ชาวบ้านเรียกว่านาดี(นาใหม่)
ปลูกผลหมากรากไม้ก็งอกงาม ผลผลิตได้กินอย่างอุดสมบูรณ์ ชาวหนองบัวมีงานก็จะไปหาซื้อผักผลไม้จากที่นี่
ได้เห็นบทบาทหลวงพ่ออ๋อยที่มีต่อชุมชนหนองบัวในทุกกลุ่มอย่างกว้างขวางในทุกเรื่องทุกที่ทุกกิจกรรม
สวัสดีค่ะอาจารย์วิรัตน์
สวัสดีครับพี่ใหญ่ครับ
ก็ได้หนังสือเรื่องราวของโรงเรียนหนองไผ่ที่มูลนิธิสยามกัมมาจลให้การสนับสนุนนี่แหละครับไปจัดวางในเต๊นท์และมีมุมให้คนนั่งอ่าน กับสื่อจากแผ่นVCD ที่รายการทุ่งแสงตะวัน ของป่าใหญ่ครีเอชั่นไปทำสกู๊ปเรื่องดอกอุ้มน้องและให้เด็กๆจากโรงเรียนบ้านหนองไผ่เป็นคนเล่าเรื่องให้ ฉายหลายรอบแล้วก็ชวนกันสนทนา ก็ได้รับความสนใจมากทีเดียวครับ
กราบนมัสการท่านพระอาจารย์มหาแลครับ
ชุมชนหนองบัวในอดีตนี่บทบาทของวัดหนองกลับและพระสงฆ์มีบทบาทมากนะครับ
ผมเลยไปดูชุมชนหนองบัวทางด้านที่ออกไปในป่าเขาพระ ดูแล้วสวยงามมากนะครับ
มีหน่วยงานที่สำคัญๆไปก่อตั้งอยู่ด้านนั้นหลายแห่ง รวมทั้ง อบต.หนองบัวด้วย
สวัสดีครับอาจารย์ณัฐพัชร์ครับ
บรรยากาศร่มรื่นดีนะครับ
ร่มรื่น สะอาดตาดีจังเลยค่ะ
เข้าไปในชุมชนและในโรงเรียนแล้วก็สงบเงียบดีมากด้วยครับ
เด็กๆเล่นกันและเสียงคุณครูยืนสอนนี้ได้ยินไปถึงชุมชนรอบโรงเรียนเลย
ชาวบ้านรอบๆโรงเรียนเป็นมิตรแก่แขกไปใครมาดีด้วยครับ
เป็นเสน่ห์และความอบอุ่นของชนบทอย่างหนึ่งที่หาได้ยากจากในชุมชนเมือง
สวัสดีครับอาจารย์ ตามรอยมาอ่าน มาเก็บเกี่ยวความเป็นมาของโรงเรียนของชุมชน....โรงเรียนหนองไผ่
สวัสดีครับท่านเฒ่าวอญ่าครับผม
โรงเรียนหนองไผ่นี้ ผมผ่านอยู่บ่อย ๆ ครับแต่ไม่เคยเข้าไปสักที
สมัยเรียนประถมที่บ้านและเรียนมัธยมที่หนองบัว เดินผ่านหน้าโรงเรียนไปทำไร่ที่เขาดินเป็นประจำ
ต้องเดินอย่างเดียวครับ ไม่มีรถประจำทาง ปัจจุบันไร่ให้คนที่นั่นเช่าทำไปแล้ว กลับบ้านที่ไรก็ต้องหาโอกาสไปครับ คนเดียวก็ไป ไปดูไร่/ไปไหว้เจดีย์บรรจุกระดูกพ่อแม่ ยังมีความทรงจำที่ดีกับที่นั่น ในสมัยที่อยู่กันพร้อมหน้ากันพ่อ แม่ ลูก แวะซื้อน้ำ ดอกไม้ ธูป เทียน ไม้ขีดไฟที่ร้านค้าทางเข้าโรงเรียนหนองไผ่นั่นแหละครับ ส่วนมากชอบไปตอนบ่าย ๆ นั่งดูพระอาทิตย์ลับยอดเขาสูงแล้วจึงกลับบ้าน
วิวสวยที่สุด บนถนนสายนี้(ในเขตอำเภอหนองบัว) น่าจะเป็นตรง อบต.หนองบัวหรือเชิงเขาบริเวณพื้นที่ปศุสัตว์ หลังฝนตก ท้องฟ้าแจ่มใส มองไปทางเขาอีต่วม ทางอำเภอไพศาลี ทางเพชรบูรณ์ เป็นภาพที่สวยงามมากและบรรยากาศดีจริง ๆ ครับ
สมัยยังเด็ก พ่อกับแม่ผม ก็มาทำไร่ข้าวโพด ที่เขาสูง มีห้าง มีชุมชนชาวไร่ (ก็คนในหนองบัวนี่แหละครับ) ชาวบ้านจะปลูกห้าง (กระท่อม) ล้อมรอบคอกควายที่มีขนาดใหญ่มาก ห้างที่ล้อมรอบนี่น่าจะเกือบร้อยหลังนะครับ ไร่กับห้างก็อยู่ไม่ไกลมาก พาหนะเป็นเกวียนครับ ใช้งัวเทียมเกวียน (ใช้วัว2ตัวลากเกวียน) อยู่ไม่ไกลจากหนองไผ่ครับ
ปัจจุบันอาของผมก็อยู่ที่หนองไผ่ครับ
สวัสดีครับคุณสมบัติครับ
ทางด้าน อบต.หนองบัวและออกไปทางเขาพระนี่
ธรรมชาติและสภาพแวดล้อมต่างจากตัวเมืองหนองบัวมากเลยนะครับ
ดูร่มรื่น ทิวทัศน์สวยงาม มากเลยละครับ
สวัสดีครับคุณสุเทพครับ
ผมเองก็เคยไปทำไร่แถวนั้นครับ
นามสกุลบุญบางนี่คุ้นมากเลยละครับ
เป็นลูกหลานกำนันแหวนกระมัง
ผอ.พนม จันทร์ดิษฐ์ รับเข็ม "พอเพียง" จาก ดร.จิรายุ อิศรางกูร ณ อยุธยา บนเวทีประกวดเรื่องเล่า "บทเรียนความสำเร็จในการใช้เศรษฐกิจพอเพียง เพื่อจัดการการเรียนรู้" จัดโดยมูลนิธิสยามกัมมาจล ธนาคารไทยพาณิชย์ฯ เมื่อเดือนมีนาคม ๒๕๕๓
เป็นเวทีที่ให้โอกาสพัฒนาคนรุ่นใหม่
สำหรับคนที่ทำงานแก่เด็กๆในชนบทที่ต้องดีใจไปด้วยมากเลยครับ
ต้องขอแสดงความยินดีกับฺผอ.พนม จันทร์ดิษฐ์ และปลื้มใจแทนชาวชุมชนหนองไผ่ อำเภอหนองบัวด้วยค่ะ วิถีชีวิตพอเพียงเป็นแนวทางในการดำรงชีวิตที่สอดคล้องกับพระราชดำริของพระองค์ท่าน ไม่ได้ไปที่นั่นมา 10 กว่าปีแล้วค่ะ เห็นภาพที่นำเสนอแล้วอยากจะไปดูสถานที่จริงขึ้นมาทีเดียว แต่ขออนุญาติเสริมประวัติู้ผู้ที่บริจาคที่ดินสักนิดหนึ่งนะคะ เพราะท่านเป็นคุณปู่ของดิฉันเอง ท่านเป็น
(ผอ.) หรือสมัยนั้นยังเรียกว่าครูใหญ่คนแรกของโรงเรียนหนองบัวเทพฯ ตั้งแต่หลวงพ่อเดิมท่านยังให้สอนบนศาลาวัดหนองกลับ อำเภอหนองบัว เพราะสมัยนั้นยังไม่มีโรงเรียนจึงต้องเรียนกันบนศาลาวัดค่ะ อดีตท่านเป็นทหารราชวัลลภรักษาพระองค์ เป็นชาวจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ลาออกจากการรับราชการทหารแล้วจึงย้ายมาตั้งถิ่นฐานที่อำเภอหนองบัว และประกอบอาชีพรับราชการครูจนเกษียณอายุราชการค่ะ ดิฉันทราบมาจากคุณพ่อ นายประเสริฐ อินจันทร์สุข ซึ่งเคยรับราชการครูที่ที่โรงเรียนหนองบัว (เทพวิทยาคม) เช่นเดียวกัน รบกวนแก้ไขและบันทึกประวัติท่้านให้ถูกต้องด้วยนะคะ เพราะถึงแม้ท่านจะเสียชีวิตไปแล้วแต่ความดีงามของท่านยังอยู่ สมควรแก่คนรุ่นหลังจะระลึกถึง ดิฉันอ่านประวัติของผู้อำนวยการของโรงเรียนหนองบัวเทพวิทยาคมแล้ว ไม่มีคุณปู่ดิฉันบันทึกไว้เลยรู้สึกเสียใจ เพราะท่านได้สอนลูกหลาน และชาวหนองบัวตั้งแต่โรงเรียนและความเจริญยังเข้าไม่ถึงอำเภอหนองบัวเลยค่ะ ขอขอบพระคุณผู้ที่บันทึกข้อมูลนะคะ ที่ยังระลึกถึงคุณความดีของผู้ืีที่บริจาคที่ดินเพื่อสร้างโรงเรียนหนองไผ่ ขอบคุณค่ะ ^^
สวัสดีครับคุณอรพรรณ อินจันทร์สุขครับ
สวัสดีค่ะคุณวิรัตน์
ได้ทราบข้อเท็จจริงที่คุณวิรัตน์ อธิบายมาแบบนี้ ไม่เสียใจแล้วละค่ะ เข้าใจจุดประสงค์คุณวิรัตน์ คำศรีจันทร์ ดีว่าต้องการให้ web-site นี้ เป็นแหล่งข้อมูลของชาวหนองบัว และรวบรวมข้อมูลมาค่อนข้างลำบาก ดิฉันเองก็เพิ่งพบweb-site นี้ เมื่อคืนนี้เองค่ะ จาก google จึงเข้ามาดู เพราะทำงานที่กรุงเทพฯ มาร่วม 10 ปี ดิฉันเป็นบุตรคนสุดท้่องของอาจารย์ประเสริฐ อินจันทร์สุข และได้ฟังท่านเล่าประวัติของอำเภอหนองบัว จังหวัดนครสวรรค์ รวมทั้งประวัติของคุณปู่แก้ว อินจันทร์สุข จากปากของคุณพ่อมาตั้งแต่เด็ก จากหัวข้อที่ 3 ที่คุณกล่าวมา จุดประสงค์ของดิฉันคือต้องการให้บันทึกประวัติของผู้บริจาคที่ดินให้กับโรงเรียนหนองไผ่ อำเภอหนองบัวค่ะ โดยดิฉันสามารถส่งประวัติของคุณปู่ให้คุณทาง E-mail ได้ หากคุณต้องการก็สามารถแจ้งความประสงค์มาทาง [email protected] ได้ค่ะ แต่ถ้าหากไม่ต้องการเปลี่ยนแปลงอะไร จะบันทึกแต่เพียงว่าได้รับการบริจาคที่ดินเนื้อที่ 60 ไร่ จากชาวบ้านชื่อนายแก้ว อินจันทร์สุข แต่เพียงเท่านั้นก็ไม่เป็นไรค่ะ เท่านี้ก็นับว่าเป็นพระคุณอย่างสูงแล้วค่ะ ที่กล่าวถึง หรือหากต้องการข้อมูลในด้านอื่นๆ ของอำเภอหนองบัว ที่ดิฉันสามารถช่วยคุณได้ ก็สามารถแจ้งความประสงค์มาได้ที่ E-mail Address ด้านบน สุดท้ายขอขอบพระคุณคุณวิรัตน์ คำศรีจันทร์ เป็นอย่างสูงค่ะ ที่สละเวลาในการตอบกระทู้ และอธิบายถึงที่มาของแหล่งข้อมูล :-)
ด้วยความเคารพอย่างสูง
อรพรรณ อินจันทร์สุข
นาย แก้ว อินจันทร์สุข เป็นปู่ของผมเอง คุณครู ประเสริฐ อินจันทร์สุข เป็นคุณอาของผมและ ร.ต.อ.จรุญ อินจันทร์สุข เป็นพี่ชายของผมเองครับ เราเกิดและเติบโตที่ อ.หนองบัวเรียนชั้นประถมที่ รร.หนองบัวเทพวิทยาคม และต่อมัธยมที่ รร.หนองบ้วครับ ตอนผมยังเด็กเคยได้ฟังเรื่องเล่าจากญาติผู้ใหญ่ว่า คุณปู่ผมรับราชการครูที่ รร.หนองบัวเทพวิทยาคม หากท่านใดได้อ่านข้อความนี้ พอจะทราบเรื่องราวหรือมีข้อมูลเกี่ยวกับคุณปู่แก้ว ของผมและพอจะให้ข้อมูลของท่านได้กรุณาส่งให้หน่อยนะครับจะขอบพระคุณอย่างยิ่ง