การจัดการศึกษาในจังหวัดชายแดนภาคใต้

                 ข่าวผลการสอบ o-net ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 นักเรียนสอบได้ 0 คะแนน ในวิชาภาษาอังกฤษ  มากที่สุด  มากกว่า 140,000 คน ทำให้นักวิชาการและผู้สอนภาษาอังกฤษวิเคราะห์กันไปต่างๆนานา เช่น จำนวนข้อสอบน้อยข้อ ข้อสอบแต่ละข้อมีคำตอบเชื่อมโยงกัน ถ้าทำข้อนี้ไม่ได้ ข้อต่อไปก็จะตอบไม่ได้ การที่เด็กอ่านข้อสอบไม่ออก ข้อสอบยาก ตรงตามมาตรฐานหลักสูตร  หรือ ออกไม่ตรงกับเนื้อหาที่สอน ฯลฯ จิปาถะที่จะอ้าง แต่ก็เหมารวมและฮือฮาว่า เป็นปีแรกที่ภาษาอังกฤษต่ำที่สุด

               บางคนบอกว่า อบรมครูครั้งที่แล้ว ครูทิ้งห้องเรียนเลยไม่ได้สอน มัวแต่ไปอบรมตามงบไทยเข้มแข็ง หรือ เน้นการสอบมากกว่าการสอน ก็ตามที

                นับเป็นเรื่องที่ดี ที่มีการตื่นตัวในการเตรียมการสอนในสาระนี้กันในปีการศึกษาใหม่อย่างคึกคัก และผู้บริหารบางคน ต้องใช้เวลาในปิดภาคเรียนนี้ยกเครื่องครูภาษาอังกฤษกันยกใหญ่ เพื่อให้การเรียนการสอนในปีใหม่มีประสิทธิภาพและผู้เรียนมีคุณภาพมากยิ่งขึ้น ซึ่งก็เป็นสิ่งที่น่าภาคภูมิใจที่หลายคนกำลังเน้น "การสอนมากกว่าการสอบ"

                ข่าว ท่านชินภัทร ภูมิรัตน เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) ที่ได้เปิดเผยภายหลังการประชุมผู้บริหารของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน(สพฐ.)ว่า ที่ประชุมได้หารือถึงแนวทางแก้ปัญหาการขาดแคลนครูภาษาอังกฤษ โดยได้มอบให้สถาบันภาษาอังกฤษ สพฐ. ประสานกับกรมอเมริกาและแปซิฟิกใต้ กระทรวงการต่างประเทศ (กต.) ยกร่างยุทธศาสตร์การพัฒนาการเรียนการสอนภาษาอังกฤษ โดยการจัดหาครูชาวต่างชาติเข้ามาสอนในโรงเรียนของประเทศไทย ผ่านความร่วมมือกับสถานทูตของประเทศที่ใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาแม่หรือภาษาราชการ และหน่วยงาน องค์กรต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ สหรัฐอเมริกา สหราชอาณาจักร แคนาดา นิวซีแลนด์ ออสเตรเลีย ฟิลิปปินส์ และอินเดีย ซึ่งจะทำการรับสมัครครูที่ต้องการเข้ามาทำงานในประเทศไทย โดยอาจจะเป็นครูที่เกษียณอายุแล้ว หรือนักศึกษาที่สำเร็จการศึกษาแล้ว หรือเรียนปีสุดท้ายของการศึกษาปริญญาตรี หรือโทด้านครุศาสตร์/ศึกษาศาสตร์ ที่ต้องการหาประสบการณ์หรือฝึกสอน หรืออาสาสมัครของมูลนิธิ/องค์กรต่าง ๆ

             ซึ่งเดิมที สพฐ.มีเป้าหมายจะจัดหาครูชาวต่างชาติเข้ามาสอนภาษาอังกฤษในประเทศไทยปีละ 1,000 คน แต่ กต.ได้ให้ความเห็นว่าเพื่อให้การคัดกรองเป็นไปอย่างรอบคอบในปีแรกจึงยังไม่ควรมีจำนวนที่สูงนัก ดังนั้นการดำเนินการในปีแรกจึงขอที่ 300 คน/ปี และมีการต่อสัญญาจ้างปีต่อปี ใช้งบประมาณปีละ 350 ล้านบาท โดย สพฐ.เสนอขอเป็นโครงการต่อเนื่องระยะเวลา 5 ปี ซึ่งจะพอดีกับการก้าวเข้าสู่ประชาคมอาเซียน เพื่อให้ครูเหล่านี้ไปทำการสอนในโรงเรียนมาตรฐานสากล โรงเรียนดีประจำอำเภอ และโรงเรียนดีประจำตำบล ทั้งนี้หากร่างยุทธศาสตร์ดังกล่าวเสร็จเรียบร้อย ก็จะเสนอต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.)เพื่อของบประมาณสนับสนุน เพื่อให้ทันสอนในภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2554

            คงเป็นเรื่องที่ดีมากที่ สพฐ.จะขับเคลื่อนในเรื่องนี้ และสอดรับกับผลการสอบในครั้งนี้  ขอให้กำลังใจครูสอนภาษาอังกฤษทุกคนครับ