เหมือนพิกุลอุ่นทรวงพวงมาลัย...

 

ช่วงวันหยุดแวบเข้าร้านหนังสือใน มอ. เพราะลูกชายอยากซื้อหนังสือมาอ่าน  ผลเลยได้หนังสือเกี่ยวกับสุนทรภู่มาเป็นเรื่องเล่านี้ว่า...

ในการรวมแผ่นดินพระเจ้าตากสินผู้คนที่หนีข้าศึกสงครามได้มุ่งหน้าสู่กรุงธนบุรี  ทางการเลี้ยงข้าวน้ำผู้คนที่มารวมกันในที่สุดก็มีครอบครัวมากขึ้น

        ในสมัยกรุงเทพ ฯ ที่วังหลัง หรือวังสวนลิ้นจี่ของเจ้าฟ้าทองอินต่อมาเป็นสมเด็จเจ้าฟ้ากรมหลวงอนุรักษ์เทเวศ( ระหว่างสถานีรถไฟธนบุรีและ ร.พ. ศิริราช ) มีสาวงามมาจากเมืองเพชรเชื้อสายพราหมณ์มาอยู่รับใช้พระชายา และฝ่ายชายมาจากบ้านกล่ำ อ. แกลง จ. ระยอง พวกเขาครองคู่กันแต่เกิดเหตุแยกทางกันเดิน ฝ่ายชายหวนคืนไปบวชจนตายคาผ้าเหลืองอยู่บ้านกล่ำนามพระครูธรรมรังษี

        ฝ่ายหญิงต่อมาได้เป็นนางนมพระธิดาในวังหลังและแต่งงานใหม่ทั้งที่พึ่งรู้ว่ามีท้องและคลอดออกมาวันจันทร์ เดือน 8 ขึ้น 1 ค่ำ ปีมะเมีย เวลาเช้า 8 โมง หลังสถาปนากรุงเทพ ฯได้ 4 ปี ให้ชื่อว่า..ภู่..

        จากเด็กน้อยวัยเยาว์คงเติบโตอยู่แถบคลองบางกอกน้อยฝั้งธนบุรีถวายตัวเป็นข้ารับใช้ในวังแต่คงออกมาอยู่นอกวังอยูเป็นเด็กวัดเรียนหนังสือกับพระดังคำกลอนสุนทรภู่ในนิราศพระประธมที่ว่า...

วัดพิกุลฉุนกลิ่นระรินรื่น

โอ้หอมชื่นเช่นกับรสแป้งสดใส

เหมือนพิกุลอุ่นทรวงพวงมาลัย

ที่เคยใส่หัตถ์หอมถนอมนวล...

จากกลอนบทนี้เราย้อนดูตอนเป็นเด็กชายภู่ราวอายุ 7 ปี ไปเป็นลูกศิษย์วัดพิกุลสมภารสอนหนังสือสอนร้อยพวงมาลัยดอกพิกุลมีต้นเต็มวัดและสาวน้อย ๆ ก็มาเรียนร้อยดอกไม้ด้วยกันคงมาหอมแก้มเด็กชายภู่เข้าให้เลยมีกลิ่นแป้งติดใจนั้นแล.

................................

แง่คิด...สุนทรภู่เกิดฝั่งธนบุรียังไม่เห็นหน้าพ่อ  แม่กับพ่อแยกทางกัน  ชีวิตวัยเด็กคงไม่สนุกนักเพราะขาดพ่อและแม่ก็มีผัวใหม่  พ่อไปบวชตลอดชีวิตที่บ้านเกิด จนเมื่อไปพบหน้าพ่อเลยได้นิราศเมืองแกลงมาให้ชาวโลกอ่าน.

เก็บความมาจากหนังสือเล่มนี้ด้วยความขอบพระคุณยิ่ง...

บรรณานุกรม

เปลื้อง  ณ นคร . 2550 . สุนทรภู่ครูกวี . กรุงเทพ ฯ : ข้าวฟ่าง