วันเวลาผ่านไปจากนาทีเป็นชั่วโมง เป็นวัน เป็นเดือน เป็นปีและหลายปีจนเนิ่นนาน  มีใครบ้างที่ไม่เรียนรู้เพื่อค้นพบตัวเอง  มีใครบ้างที่ไม่แสวงหาความพอดี  มีใครบ้างที่อยากจะปล่อยเวลาให้ผ่านเลยไป  มีใครบ้างที่ไม่รักษาปัจจุบัน  คำถามเหล่านี้ฉันคิดขึ้นมาเพื่อถามตัวเอง 

 

         ฉันชอบเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ แต่ไม่เก่งสักเรื่อง  บางอย่างก็พอรู้บ้าง  หากรู้ว่าเกินความสามารถก็จะไม่ฝืนใจ  อย่างเช่นการเขียนบันทึกใน GotoKnow ฉันเคยเขียนอย่างน้อยวันละ ๑ บันทึกเสมอ  หากไม่ติดความจำเป็นอย่างอื่น  อำนวยความสะดวกให้กับการใช้งานคอมพิวเตอร์  เปลี่ยนสัญญาณไปตามความเร็วที่คิดว่าสูงที่สุด  ติดสัญญาณ wireless  เมื่อต้องการนำเครื่องไปวางไว้ที่ไหนก็ได้ในบ้าน  เท่านี้ไม่พอถึงกับไปประกาศให้เพื่อนบ้านมาใช้ wireless ด้วย 

 

         แต่ละวันนั่งอยู่หน้าจออย่างไร้ขีดจำกัด  นอกจาก up date เว็ปไซท์และเขียนบันทึกแล้วยังต้อง  surf เรื่อยไป อยากพักก็พัก  อยากหยุดก็หยุด  ไปไหนมาไหน  มีเรื่องเล็กน้อยก็นึกถึงบล็อกว่า "จะต้องนำมาเขียนเล่า" เม้นท์กันไปเม้นท์กันมาเป็นการแลกเปลี่ยน มีเพื่อนมากมาย  "ฉันไม่เคยเบื่อ" ในการเติมเต็มหรือบำบัดความไม่รู้ของฉันจากรู้น้อย หรือแทบไม่รู้อะไรเลย  กลับมีความรู้เพิ่มขึ้น 

 

           แต่วันนี้ฉันอยากจะเขียน  เพราะว่างเว้นมาหลายวัน  แต่ก็ไม่ทราบจะเขียนอะไร  ได้แต่เปิดเข้าไปเม้นท์ทักทาย  และตอบเม้นท์บ้าง  เนื่องจากฉันมีจำนวนหนังสือที่ต้องอ่านมากมายหลายเล่ม  จบเล่มนั้น อ่านเล่มนี้  อ่านหมดแล้วก็ไปร้านหนังสือใหม่  การอยู่เงียบ ๆ กับตัวเองบ้าง  อาจทำให้รักษาเวลาในปัจจุบัน(ของฉัน) ได้ดี

 

          เวลาว่างจากการอ่านหนังสือคือการพักสายตา   เป็นกิจกรรมที่สำคัญในการไปรวมตัวกับเพื่อนบ้านคือ การออกกำลังกาย      การทานข้าวร่วมกัน  และการร้องเพลงคาราโอเกะ  ในบางวันก็รับเลี้ยงลูกหลานให้เพื่อนบ้าน ที่พ่อแม่ไปทำงานหรือไปธุระนอกบ้าน  แม้ว่าพ่อแม่จะอนุญาตให้ติดตามแต่เด็กเหล่านี้สมัครใจที่จะอยู่กับฉัน

       

         วันปกติพวกเราจะนัดร้องเพลงกันทุกวันพุธ  แต่ละคนมีไมค์ประจำตัวถือไปจากบ้านของตนเอง  ไปรวมตัวกันที่บ้านของเพื่อนบ้านหลังหนึ่ง  ซึ่งอยู่กลางซอย  ส่วนอาหารมื้อเย็นทานด้วยกันทุกวัน  ยกเว้นคนที่มีธุระจำเป็น  หรือใครมาช้าก็จะถูกแบ่งอาหารไว้ให้  

 

          หากเป็นวันหยุดกิจกรรมจะเพิ่มเป็นมื้อเช้า หรือมื้อกลางวัน  ข้าวต้มหม้อใหญ่  ไข่เจียว  ไข่เค็มแบบเต็มถาด  สำหรับมื้อเช้า  ส่วนกลางวันส่วนใหญ่จะเป็นส้มตำ  ข้าวเหนียว  หรืออาหารพิเศษตามที่ใครจะคิดได้  และคาราโอเกะก็จะเปิดกันตั้งแต่ก่อนเที่ยง  ไม่เฉพาะแต่วันพุธแล้ว  ใคร ๆ มักจะเรียกชุมชนเล็ก ๆ ของพวกเราว่า "ซอยสุขใจ" ใครจะสุขมากสุขน้อยนั้นฉันไม่ทราบได้ แต่ที่สามารถบอกได้ก็คือ "พวกเรารักกันและช่วยเหลือกันได้ทุกเรื่อง"  สำหรับฉันไม่ได้รู้สึกว่าจะทุกข์หรือสุข  แต่ก็พอใจและคิดว่าตนเองโชคดีที่มีเพื่อนบ้านรักกันแบบนี้

 

        สำหรับฉันตัดเวลาจากหน้าจอไปเป็นหน้ากระดาษเปื้อนหมึกแทน  แถมมีน้ำหวาน น้ำผลไม้มาเสิร์ฟถึงที่อีกต่างหาก  กิจกรรมอีกอย่างก็คือดูแลต้นไม้  ใบไม้ภายในบ้าน  ซึ่งตอนนี้ปรับปรุงสร้างแปลงผักถาวรโดยถมที่และก่ออิฐบล็อก  ซื้อดินมาใส่โดยฝีมือ "จ้างเหมา"  ทั้งนั้น  เปลี่ยนอ่างบัวให้ถาวรขึ้นเช่นเดียวกัน  หากผักเติบโตก็คงจะได้เล่าอีกสัก ๑ บันทึก

 

        ลูกเด็กเล็กแดงที่พ่อแม่ไปทำงานหรือไปธุระ  จะมาชุมนุมกันที่นี่  วันนั้นอากาศร้อน  เด็ก ๆ จึงขออนุญาตลงว่ายเล่นในอ่างก่อนที่บัวจะลงไปอยู่  แลกกับกิจกรรมการเรียนรู้เล็กน้อย  "การแนะนำตนเองเป็นภาษาอังกฤษ  การกราบพระ  การออกไปเก็บขยะตามถนน  การฝึกสมาธิด้วยเพลงดั่งดอกไม้บานทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ  และการเล่นเกม

 

         วันนี้คิดว่า "น่าจะเขียนบันทึก"  ลงบล็อกสักเรื่องหนึ่ง  เขียนไปเขียนมาก็ไม่ทราบว่าจะเล่าเรื่องอะไร  เอาเป็นว่าเล่าความจริงจากชีวิตประจำวัน  และไม่ทราบว่าอีกนานแค่ไหนจึงจะมีเรื่องมาเล่าอีก  เพราะบันทึกของฉันส่วนใหญ่เป็นเรื่องเล่ามากกว่าการนำความรู้มาแลกเปลี่ยน  

 

          ส่วนการมาตอบเม้นท์หรือการมาทักทายเพื่อน ๆ จะพยายามมาทำเป็นประจำทุกวัน  และระลึกถึงคุณงามความดีของเพื่อน ๆ กัลยาณมิตรทุกท่าน  ไม่เคยลืม  .... ขอขอบพระคุณทุกท่านที่เข้ามาอ่านค่ะ