การเล่นเกมคอมพิวเตอร์และเกมชีวิตต่างกันที่ เกมคอมพิวเตอร์ต้องเล่นตามกติกา ส่วนเกมชีวิตกติกาผู้เล่นต้องกำหนดด้วยใจของตนเอง ส่วนความเหมือนมันอยู่ที่ทำอย่างไรไม่ให้Game Over

Computer

                                 

 

                      ชีวิตคือการเปลี่ยนแปลง จะเปลี่ยนไปทางไหนย่อมขึ้นอยู่กับการมองโลกว่าเป็นมืดหรือสว่าง เป็นข้างขึ้นหรือข้างแรมชีวิตที่ดีไม่ใช่อยู่ที่ความยาวของระยะเวลาหรือปริมาณของการมีข้าวของเงินตรา แต่มันอยู่ที่ใครใช้ชีวิตหลังจากบวก ลบ คูณ หารเหลือแล้วสะใจกว่ากัน

                     การเรียนรู้ในอดีตเปรียบเหมือนการเรียนรู้เงาของตัวเอง ความผิดพลาดอาจเกิดจากความไม่รู้ ความกลัวหรือไม่กล้า ประวัติศาสตร์จะไม่ซ้ำรอยเดิมอีก ถ้าเรารู้ว่าเจ็บและจดจำ ที่สำคัญรู้จักการนำไปแก้ไข

                     ทุกอย่างในโลกนี้มีสิ่งที่เราควบคุมได้และเหนือการควบคุม หลายสิ่งที่เราสามารถควบคุมและเปลี่ยนแปลงได้  ถ้าปล่อยให้มันผ่านไปตามยถากรรมโดยไม่ดูดำดูดี นึกถึงทีไรมีแต่อารมณ์อาลัยอาวรณ์ต่อมันช่างเป็นการใจร้ายแก่ใจตัวเองและน่าเสียดายเวลาของชีวิต

                    บนเส้นทางเดินแห่งการแสวงหาของชีวิตเหมือนการเล่นเกม เกมคอมพิวเตอร์ Gave Overได้เสมอ ถ้าขืนเล่นนอกกติกา การกล้าท้าทายกับหนึ่งสมอง สองมือในการบังคับจอยสติ๊กย่อมมีโอกาสได้ชัยชนะ

                   เกมชีวิตการเตรียมพร้อมและวางแผนที่ดีมีชัยไปครึ่งหนึ่ง อีกครึ่งหนึ่งเปิดโอกาสให้กับสี่ห้องหัวใจในการทำงาน สร้างความเชื่อมั่นในความรู้สึกของตัวเองว่าทำได้เข้าขาและเข้าใจกันได้มากแค่ไหน  การวิตกกังวลมากเกินไป  หรือตีโพยตีพายให้กับชีวิต แม้กระทั่งการคอยหอบอุ้มเงาในอดีต ให้ติดตัวไปทุกหนทุกแห่ง ล้วนเป็นการปิดกั้นสิ่งใหม่ๆ  เพิ่มการขาดทุนให้ชีวิตไร้ความหมายแทบทั้งสิ้น

                   การยิ้มและหัดมองโลกในแง่ดีเป็นการรู้จักและเข้าใจใช้จินตนาการเชิงบวก เพื่อต่อต้านปฏิกิริยาจินตนาการเชิงลบ เหมือนดังขงจื้อปราชญ์จีนกล่าวไว้ว่า คนฉลาดใช้จินตนาการเชิงบวกเป็นพลังมุ่งหวังผลข้างหน้า คนโง่เขลา เบาปัญญาใช้จินตนาการเชิงลบเป็นหลุมฝังศพให้กับตัวเอง

 

     ขอบคุณ

ภาพ : internet