บันทึกประสบการณ์เข้าร่วมประชุมเชิงปฏิบัติการ เรื่อง การวินิจฉัยชุมชน ครั้งที่ 2 หนองบัวลำภู 9 - 11 มีนาคม 2554

บันทึกประสบการณ์เข้าร่วมประชุมเชิงปฏิบัติการ เรื่อง การวินิจฉัยชุมชน  ครั้งที่  2

ภายใต้โครงการการเสริมสร้างศักยภาพเครือข่ายทันตะ-เภสัชบุคลากร  ในการทำงานระบบสุขภาพชุมชน

สนับสนุนโดยสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)

ณ ห้องประชุมร่มไทร  สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดหนองบัวลำภู  และห้องประชุมโรงแรมณัฐพงษ์

วันที่  9 – 11  มีนาคม  2554

****************

ผู้เข้าประชุม  บุคลากรสาธารณสุข  นายก อบต.  เจ้าหน้าที่พัฒนาชุมชน  กำนัน  ผู้ใหญ่บ้าน  ประธาน อสม.  อสม.  หัวหน้าศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก  ประธานกลุ่มสตรี  ตัวแทนพื้นที่  11  ทีม  ใน  11  อำเภอ  ของ  6  จังหวัดภาคอิสาน  ได้แก่  อำเภอนากลาง  สุวรรณคูหา  จังหวัดหนองบัวลำภู  อำเภอเมือง  สีชมพู  บ้านฝาง  น้ำพอง  จังหวัดขอนแก่น  อำเภอเขาวง  จังหวัดกาฬสินธุ์  อำเภอพนมไพร  จังหวัดร้อยเอ็ด  อำเภอภูกระดึง  เชียงคาน  จังหวัดเลย  และอำเภอสระใคร  จังหวัดหนองคาย (สระใคร 15 คน)

วันแรก  หลังจากผู้เข้าประชุมทุกคนแนะนำตัวเองแล้ว  ทพญ.วรางคณา  อินทโลหิต (หมอฝน)  เล่าความเป็นมา  อธิบายกรอบแนวคิดการทำงานชุมชน  ชี้แจงวัตถุประสงค์การประชุม  เพื่อเตรียมการทำงานส่งเสริมสุขภาพชุมชนโดยใช้ชุมชนเป็นฐาน  โดยปรับกระบวนทัศน์  ฝึกทักษะการทำงานร่วมกับชุมชน   ให้สามารถบูรณาการระบบสุขภาพของชุมชน  เป็นการเสริมสร้างเครือข่ายทันต-เภสัชบุคลากรให้เข้มแข็ง  ผ่านการทำงานอย่างต่อเนื่อง  เพื่อให้เครือข่ายชุมชนเข้มแข็งและยั่งยืนต่อไป

การประชุมครั้งที่  2 นี้  ห่างจากครั้งแรก  2  เดือน  ในวันแรกเป็นการปรับแนวคิด  โดยผู้ช่วยศาสตราจารย์  ดร.จิตติ  มงคลชัยอรัญญา  ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการปฏิรูปเพื่อคุณภาพชีวิตเกษตรกร  ชุมชนและสังคม  (สปกช.)  คณะกรรมการสร้างเสริมความเข้มแข็งของชุมชนแห่งประเทศไทย  สำนักนายกรัฐมนตรี  วันที่สองแต่ละทีมมาเล่าทบทวนไปทำอะไรมาบ้าง  มีอะไรเกิดขึ้น  ได้อะไรมาบ้าง  วันที่สามเป็นการแลกเปลี่ยน  ใครมีคำถามที่ต้องการให้เพื่อน ๆ และวิทยากรเติมเต็ม  โดยวิทยากร  อาจารย์โกวิท  พรหมวิหารสัจจา  อาจารย์ภาสกร  บัวศรี  สำนักงานกองทุนวิจัยเพื่อท้องถิ่น  ชุดวิชาการจังหวัดเลย  ที่ปรึกษาโครงการนำร่องน้ำบาดาลเพื่อการเกษตร  และทันตแพทย์หญิงสุรัตน์  มงคลชัยอรัญญา  สำนักทันตสาธารณสุข  กรมอนามัย  ที่ปรึกษาโครงการ

อาจารย์จิตติใช้การพูดคุย  บอกเล่าประสบการณ์  ยกตัวอย่าง  ตั้งคำถามหรือให้ผู้เข้าประชุมถามแลกเปลี่ยน  เริ่มชวนคุยที่ประเด็นสุขภาวะที่ดีของชุมชน  ซึ่งแตกต่างกันแล้วแต่เจ้าของบ้านจะกำหนดเอง  นักวิชาการสาขาใด ๆ ที่ไปช่วยกระตุ้น  ช่วยให้ข้อมูล เช่น ผลการทำประชาคม  ซึ่งในประเทศไทยมีหลายเกรดตั้งแต่เอถึงแซด (A-Z)  ถ้าให้คะแนนกลาง ๆ มีคนชุดหนึ่งเขียนขึ้นมา  นำมาถามชาวบ้านว่าเอาไหม ?  หรือชาวบ้านมาช่วยกันทำ  ผู้นำเก่ง  นำกระบวนการได้  ถ้าผู้นำไม่เก่งก็มีพี่เลี้ยง  สุดท้ายอาจจะได้แผนแม่บทความอยากได้  การมีส่วนร่วมที่ดี  ผู้ตัดสินใจควรมีความรู้  มีข้อมูล  ถ้าไม่มีความรู้  ไม่มีข้อมูล  แต่ให้มาร่วมตัดสินใจ  อาจเป็นแค่กับดัก  ไม่ใช่ว่าถูกใครชักจูงมาก็เชื่อ

แผนแม่บทชุมชนสู่การปรับแผนชีวิต 

แผนแม่บทชุมชน  ใช้เครื่องมือบัญชีครัวเรือน  เริ่มบันทึกใหม่ทั้งหมด  คนที่ทำกระบวนการอย่างถูกต้อง  วิเคราะห์ปัญหาให้แตก  ทำไมการซื้อเหล้า  ยา  อาหารจึงแพง  เสาะหารากเหง้าให้พบ  จะทำอย่างไร  จึงจะเรียกว่าทำเหมาะสม  ชาวบ้านที่ร่วมกระบวนการจะได้แผนชีวิต  ตัวเขาต้องปรับชีวิต  ปรับด้วยกันให้ได้มากขึ้น 

ตัวอย่าง  กินอาหารปลอดภัย  บางบ้านไม่มีศักยภาพ  เช่น มีอาชีพค้าขาย  ทำเป็นบางบ้านที่มีศักยภาพปลูกพืชปลอดสารพิษได้  ที่เหลือเผื่อแผ่หรือขาย  ทำเป็นแผนชุมชน  วิสาหกิจชุมชนเจ้าหน้าที่สาธารณสุขมีกรอบ  ถ้าขัดธรรมชาติจะไม่คงทน  เมื่อเข้ากับสภาวะปกติจะอยู่ถาวร  แผนสามารถปรับได้ตลอด

นอกจากบัญชีครัวเรือน  มีอีกหลายเครื่องมือ  ละเอียดทุกแง่มุม  ตัวอย่าง  ครูสน  รูปสูง  ชาวบ้านมาคุยกันเรื่องยากจน  จึงแบ่งสายออกไปดูใกล้ ๆ หมู่บ้าน  มีบ้านไหนรวย  กลับมานั่งคุยกันอีก  ไม่มีภาวะที่เราจะทำได้  ไปหาอย่างอื่นที่เราจะทำได้  นั่งคุยกันเป็นระยะ ๆ  จนตกลงว่าน่าจะเลี้ยงวัว  มีศักยภาพเรื่องดิน  หาความรู้อีก  หาวิทยากรเพิ่ม  จะขายอย่างไร  ทำประโยชน์ครบทุกส่วน  เหมือนสายพานการผลิต  คิดทั้งระบบ  เกิดกิจกรรมย่อย ๆ อีกมากมาย  ตามความถนัด  เกิดจากการวิเคราะห์ศักยภาพ  ครูสนนั่งคุยเป็นปี อยู่ในหมู่บ้านอยู่แล้ว  คุยเป็นงานอดิเรก  คุยไปคุยมาเป็นโครงการพัฒนาชีวิต  เป็นสุขภาวะชุมชนไหม ?  แล้วแต่เราจะหาคำอธิบาย  หาคำเชื่อมโยง  สรุป  หาเป้าหมายสุขภาวะของชุมชน

ร่วมกำหนดเป้าหมาย  "สุขภาวะของชุมชน"  กิจกรรมสอดคล้อง  ผ่านเวทีชุมชน              

การลงมือทำกิจกรรมต่าง ๆ หรือจะเรียกโครงการ  ต้องสอดคล้องกับเป้าหมายสุขภาวะของชุมชน  บางกิจกรรมทำแล้วเกิดผลตรงเป็นสุขภาวะของชุมชนได้เลย  บางกิจกรรมไปทำให้เกิดกิจกรรมอื่นต่ออีกหลายชั้นเหมือนหมากรุก   
การเข้าร่วมประชุม  กำหนดทิศทาง  ทำความเข้าใจร่วม  คนรวมเป็นกลุ่ม  มีอุดมการณ์ร่วม  มีการจัดการที่ดี  การเสริมพลัง (Empowerment)  มีความรู้  มีเงิน  วัสดุอุปกรณ์  เทคโนโลยี  

ตัวอย่าง  อำเภอบ้านฝาง  ขอนแก่น  ขุดดินเป็นกลุ่ม  ครั้งละบ่อ  ใช้เวลา  3 – 4 ปี  ได้บ่อครบทุกคน  ก่อนหน้านี้ต่างคนต่างขุด  ไม่เคยได้บ่อ  เกิดจากการรวมคนเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน  ประสาน  สมทบ  จัดระบบที่ดี 

ถ้าเจ้าหน้าที่เข้าชุมชนไม่เป็น  กินก๋วยเตี๋ยวสักหน่อยแล้วก็กลับ  แนะนำตรง ๆ บางทีชาวบ้านทำบ้างไม่ทำบ้าง 

ถึงที่สุดอาจจะได้ผล  ถ้าชุมชนยังไม่ดับสูญ  ต้องจัดการเงื่อนไข  ชาวบ้านอพยพไปทำงานข้างนอก  เหลือกลุ่มคนแก่  เด็ก  แม่หม้าย  ไม่แน่  สิบนิ้วเหมือนกัน

เจ้าหน้าที่ถ้าเอาโครงการในสำนักงาน  ความชำนาญเป็นตัวตั้ง  ถ้าตรงใจชาวบ้านก็เกิด  เกาถูกที่คัน  กระตุ้นประเด็นไหน  กระตุ้นที่ใคร  มีวิชาเรียน  หาผู้นำชุมชน  เก็บข้อมูล  สาธารณสุขมี อสม.  พัฒนาความมั่นคงของมนุษย์ (พม.)  มีอาสาสมัคร  เกษตรมีหมอดิน  แต่ละชุมชนถามผู้นำ  ถามกองทัพของตนเอง  มีคำภาษาอิสาน “อ่านกิน”  แถมมีข้อมูลของชุมชนยืนยัน  ตามที่อยากให้เป็น  ระวังอาจจะถูกหลอกได้

การสร้างเวทีปลุกจิตสำนึกชุมชน  คุยเรื่องพวกนี้ควรจะคุยกับใคร  แค่กองทัพของเราไม่น่าพอ  น่าจะรู้ข้าศึก คือ ปัญหาของชุมชน  เจ้าหน้าที่ต้องทำการบ้าน  แล้วแต่จะเรียก เช่น วินิจฉัยชุมชน 
หมอที่ดี  ซักประวัติ  จะเอาข้อมูลเข้าประเด็น  มีอะไรอยู่ในหัวบ้าง  กรอบบางอย่าง (Framework)  พอตรวจร่างกาย  จะเป็นวิทยาศาสตร์มากขึ้น  เก็บข้อมูลทุกอย่างเท่าที่ทำได้  พอจะวินิจฉัยถูก  ให้ยา  รักษาต่าง ๆ แล้ว  คำสุดท้ายก่อนกลับที่หมอชอบพูด “ถ้าไม่หายกลับมาใหม่นะ”  ชุมชนก็เหมือนกัน  ท่านใช้เครื่องมือกี่ตัว  ใช้ไม่กี่ตัวแบบผ่าน ๆ  เช่น หน้าซีด  เอายาตัวนี้ไปกิน 

เครื่องมือมีหลายตัว  ใช้อะไรบ้าง  มีเครื่องมือใหม่  แล้วคนใช้เป็นอย่างไร  อาจจะใช้ข้อมูลมือสอง  เจาะ Sector  รายสาขา  หมอโกมาตรเขียนเครื่องมือมากมาย  สำคัญคือ เราใช้เป็นหรือไม่  ไม่ต้องใช้เครื่องมือหลายตัว  ใจ  ตั้งใจจริง  รักชาวบ้าน  มีแนวความคิด (Idea) ใหม่ ๆ ในการคุย  เกิดจากชาวบ้านพูดเอง  แต่บางทีพูดแล้วผ่าน  ไม่มีใครหยิบมาพัฒนา

ตัวอย่างที่อำเภอพิมาย  30 ปีก่อน  ปลูกถั่วตาย  เน่า  เพราะฝนตกช่วงถั่วออกเมล็ด  ต้นถั่วจะตาย ค่อย ๆ ไล่  จนพบสาเหตุ  ค่อย ๆ แก้  ทีละเรื่อง ๆ  ลงแขกเกี่ยวข้าวในแปลงนาที่จะปลูกถั่วเร็วขึ้น  เพื่อให้ระยะเวลาถั่วออกเมล็ดก่อนฝนตกปีหน้า

ในชุมชน  เชื่อว่ามีบางคนรู้มากกว่าในบางเรื่อง  กว่าคนอื่นเสมอ  ค่อย ๆ ทำความเข้าใจ  โดยเฉพาะภาษาปราชญ์  เชิงปรัชญา  ทีมงานต้องใช้ความสามารถของตนเองอย่างเต็มที่  ทำงานส่วนที่เราถนัด  ส่งเสริมกระบวนการส่วนอื่นก็ได้  กองทุนสัจจะออมทรัพย์ทั่วประเทศ  มากกว่า  4  แสนล้านบาท  กองทุนหมู่บ้าน  กขคจ.  SML  กองทุนทันตกรรม  สปสช.  โครงการดี ๆ ต่อรองมาทำ

ฟังหมอฝนเล่า Community Based การพัฒนาโดยใช้ชุมชนเป็นฐาน  ทุกกระทรวงท่องเป็นคาถากันผี  ไม่คิดหรอกว่าทุกคนเชื่อมั่น  เพราะ  1.  นโยบาย  2. อับจน  เจ้าหน้าที่รัฐมีกี่คน  ไม่มีประเทศไหนในโลกที่มองข้าม Community Based Development  ประเทศแถบสแกนดิเนเวียน  เก็บภาษีมากกว่า 40 %  และมีจิตอาสาจริง ๆ  ประเทศไทยเก็บภาษีเกิน 30 %  ไม่กี่แสนคน   เงินภาษีทางอ้อม  ค่าภาษีมูลค่าเพิ่มทั้งหลาย  ถามผู้ใหญ่บ้าน  ถ้ารัฐไม่ขอก็ทำอยู่แล้ว  ญาติพี่น้องทั้งนั้น  การดูแลคนเฒ่าคนแก่  ผู้พิการ  เด็ก ๆ ก็ต้องดูแลกันเองอยู่แล้ว  ไม่ได้ปล่อยให้ตาย  ช่วงหลัง  สวัสดิการ  3  ขา  รัฐ  อปท.  ชาวบ้าน  เก็บวันละบาท  ถ้าเราบอกว่าอยากให้ดีขึ้น  คนของรัฐเข้าไปส่งเสริม  พัฒนาในมิติต่าง ๆ

อย่างไร ใช่  "ชุมชนเป็นฐาน"  ของแท้               

ความเข้าใจประเด็นชุมชนเป็นฐาน  นักการเมืองอาจจะคิดถึงฐานเสียง  พ่อค้าคิดถึงฐานรายได้  การพัฒนาแบบชุมชนเป็นฐาน  คิดเลือกทำอะไร  ไม่ทำอะไร  ชุมชนเป็นผู้ตัดสินใจ  ถ้าเขาตัดสินใจ  ชุมชนมีส่วนเป็นเจ้าภาพ  คอยระวังป้องกันอย่าให้เกิดโรคอ่านกิน  อย่างเอากุ้งฝอยไปตกปลากะพง  ถ้าเจ้าหน้าที่อ่อนหัด  อาจโดนหลอก  อย่าให้ติดกับดักแบบนี้  ให้ประโยชน์ตกแก่ชุมชนมากกว่าหน่วยงาน  ใช้ความรู้  แรงงาน  วัฒนธรรมท้องถิ่น  ทรัพยากรธรรมชาติของชุมชน 
ถ้าใช้ของชุมชนมากแปลว่าชุมชนเป็นฐาน
ถ้างบประมาณภายนอกอัดเข้าไป  ตั้งข้อสงสัย  ถ้ามีแต่เจ้าหน้าที่อธิบายประโยชน์  คนในชุมชนบอกไม่ได้  เช่น  การตั้งกลุ่ม  ผู้นำเสียคนมาเยอะเพราะอธิบายผลประโยชน์กลุ่มคนนิดเดียว                                                                                         

                    

มีวิทยานิพนธ์  วิเคราะห์เนื้อเพลงเป็นพันเพลง  วิเคราะห์ความเป็นไปของสังคมได้ตรง  ตัวอย่าง  เพลงผู้ใหญ่ลี  พ.ศ. 2504  ผู้ใหญ่ลีตีกลองประชุม....เลี้ยงเป็ดและสุกร....สุกรนั้นไซร้  หมาน้อยธรรมดา ๆ  คนสั่งการ  จำนโยบายมาสั่งต่อ  ทำได้ชม  ทำไม่ได้เชย  รัฐเป็นเจ้าของความคิด  เป็นเจ้าของงบประมาณ  ผล คือ ไม่มีการพัฒนา  อย่าว่าแต่ยั่งยืนเลย

Rosso  เจ้าของทฤษฎีการเจริญเติบโต (Growth Theory)  สร้างความทันสมัย  ขั้นตอนการพัฒนา  เหมือนเครื่องบิน  วิ่งเทคออฟ (Take off)  ก่อนบินขึ้น  ยิ่งพัฒนาเศรษฐกิจมาก  เป็นลูกค้าของเขา  ยิ่งติดตาม  ยิ่งพึ่งเขาตลอด  ทุกอย่างเล่นตามเกมเขาหมด

มีวาทกรรม (Discourse) ใหม่ ๆ ทฤษฎีใหม่ ๆ  ต้องให้ชาวบ้านเข้ามามีส่วนร่วม  มาช่วยทำงานตามรัฐ  ผู้เชี่ยวชาญ  นักวิชาการ  คนของรัฐเป็นหัวขบวนลากจูงรถไฟ  โครงการสุขภาพอนามัย  เกษตร  อุตสาหกรรม  ทำตัวเองให้เหมาะสมกับเกม  จะได้ไม่ตกขบวน  อนุสาวรีย์ร้างในหมู่บ้าน  ทั้งรูปธรรม  และไม่เป็นรูปธรรม  แต่ฝังในใจชาวบ้าน  ยิ่งพัฒนายิ่งเป็นหนี้ ธกส.  ซึ่งตั้งปี 2509  เปลี่ยนจากธนาคารสหกรณ์  เริ่มแรกเงินปล่อยกู้  2 พันล้านบาท  ปัจจุบันหลายแสนล้านบาท  ธนาคารพาณิชย์ต่าง ๆ รวยขึ้น ๆ  กองทุนจะนะ  สงขลา  ทำดี ๆ มีเงินปล่อยกู้  ให้เงินอุดหนุนโรงพยาบาลอำเภอ

CBD  การพัฒนาโดยใช้ชุมชนเป็นฐาน  คำถูกต้องแล้ว  แต่ต้องวิเคราะห์ของจริงหรือของปลอม  เป้าหมายถ้าไม่ชัด  วิธีการอาจผิดพลาด 

ไม่ได้ชม  กระทรวงสาธารณสุข  อันดับ 1  มีการพัฒนาระบบคิดต่อเนื่อง  คิดไกล  อาจจะเป็นได้เพราะ  1. การคัดกรองคนเข้าเรียนสาขานี้  2.  ระบบ  เนื้อหาที่เรียน  เป็นวิทยาศาสตร์  เชิงวิเคราะห์  เชิงท้าทายไม่เชื่ออะไรง่าย ๆ  ไตร่ตรองสูง

ปี 2522  ติดตามกระทรวงสาธารณสุข  แรก ๆ บุคลากรเป็นศูนย์กลาง  ตั้งหน่วยบริการให้คนมีโอกาสมารับบริการ มี ผสส. (ผู้สื่อข่าวสาธารณสุข) อสม. (อาสาสมัครสาธารณสุข)  แพร่ข่าวร้าย  กระจายข่าวดี  ข้าราชการควรรักษาเกียรติภูมิข้าราชการในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว  ไม่ควรเต้นตามนักการเมือง  ข้าราชการไทย  2  ล้านคน  ประชากร  66  ล้านคน  คิดสัดส่วนข้าราชการต่อประชาชนทั่วไป  ประมาณ 1 : 30  ประชาชน  30  คน  จ่ายเงินเดือนเลี้ยงข้าราชการ  1  คน  รัฐบาลทำประชานิยม  หนี้ ธกส.  โครงการพักชำระหนี้  ช่วยน้ำท่วม  5  หมื่นล้านบาท  การเป็นหนี้ของรัฐ  ได้เงินจากการขายพันธบัตรหรือกู้ต่างประเทศ  เอามาใช้จ่ายต่าง ๆ  อบต.ตั้งโครงการทำ  แต่ไม่ถึงรากแหง้า  คนไทยเฉลี่ยเป็นหนี้ตัวเลขกลม ๆ  120,000  บาท  ต่อให้เจ้าหน้าที่เก่งแค่ไหน  เจ้าหน้าที่ย้ายไป  คนใหม่มาก็อาจจะทำไม่ต่อเนื่อง 

การฝึกปรือวิทยายุทธของชุมชน  จะยั่งยืนจริง  ไม่ต้องจัดงบประมาณแบบทรายถมทะเล

 

ให้ตอบตนเองตามประเด็นการพูดคุย

  1.  ทำไมทันตแพทย์  เภสัชกร  นักวิชาการชีวภาพสาขาต่าง ๆ ต้องศึกษาเรื่องชุมชน
  2. ต้องศึกษาละเอียดแค่ไหน  ใช้กรอบอะไรมาวิเคราะห์

ชุมชนเหมือนร่างกาย  ทั้งองคาพยพเชื่อมถึงกัน  ทุกเรื่องมีอิทธิพลต่อพฤติกรรมต่อคนไม่เหมือนกัน  ไม่เท่ากัน  ชุมชนมีหลายคน  มีความต่าง  พี่น้องฝาแฝดยังคิดไม่เหมือนกัน  พี่น้องท้องเดียวกันเป็นศัตรูกันก็มี  แต่อยู่ต่างหมู่บ้าน  ผ่านเหตุการณ์  ได้ช่วยเหลือกันใกล้ชิดรักกันก็มี  ชุมชนเป็นระบบเปิด  เดาไว้ในใจ  อย่าเพิ่งเชื่อทั้งหมด

   3.  ข้อมูลมิติชุมชนต่าง ๆ เชื่อมโยงกันอย่างไร

ตัวอย่างการพัฒนาที่ยึดชุมชนเป็นฐาน

               1.  การพัฒนาตามแผนแม่บทชุมชน  ที่ทำตามหลักการ  ใครแสดงความคิดเห็น  ใครตัดสินใจ  ปี2533 - 2535  เคยทำงานที่น้ำพอง  เจ้าหน้าที่ประชุมชาวบ้าน  ผู้ใหญ่บ้านนัดประชุมที่ศาลาวัด  เรื่องช่วยเกษตรกรรายย่อย  ได้มติว่า  1)  รัฐส่งรถแบคโฮมาขุดบ่อ  โดยชาวบ้านเติมน้ำมันรถและเลี้ยงอาหารคนขับ  2)  ขอพันธุ์ปลาที่ตัวโตพอควร  แข็งแรง  เพื่อเลี้ยงแล้วรอดง่าย  อาจารย์นั่งฟังคนด้านหลังพูด “ก็อย่างนี้อีกแหละ”  วิเคราะห์  คนนั่งแถวหน้าผูกขาดความคิด  ไม่ทั่วถึง  Screen กลุ่มเป้าหมาย  ด้วยคนที่มีปัญญาจ่ายค่าน้ำมันรถ  มีที่ดินแปลงใหญ่พอขุดสระใหญ่  กลุ่มผู้ใหญ่บ้าน  อำนาจ  โครงสร้างสังคม  เกาไม่ถูกที่คัน  จึงนัดคนหัวอกเดียวกันมาคุยวันหลัง  คิดโจทย์หลายชั้น  อนุมัติ  2  โครงการ  1)  รายใหญ่  ขุดสระด้วยแบคโฮ2)   รายย่อย  ทำกลุ่ม  เพื่อให้ฝนตกทั่วฟ้า  อาจารย์อกหกมามาก  เจ๊งมากกว่าดี  ชาวบ้าน  เจ้าหน้าที่หลอก  บางแห่งหลอกตัวเองด้วย  บทเรียนโง่มาก่อนฉลาด

                2.  การส่งเสริมการต่อยอดการใช้สมุนไพรของชาวบ้าน  ที่มีอยู่แล้ว  ส่งเสริมวิสาหกิจของชุมชน  การต่อยอด  อย.  GMP  ก็ต้องดู  มาตรฐานอย่างนี้ชาวบ้านตกหมด  ถ้าจะใช้ต้องใช้อย่างมีกึ๋น  ใช้ภูมิปัญญามาช่วย  อย่าเถรตรงนัก

                3.   การส่งเสริมให้คนรักษาศีลแปด  หลังเที่ยงไม่กินอาหาร  ปราศจากแม้กระทั่งกลิ่นคาวในปาก  ช่วงบวชพระ  มีกลิ่นคาวในปากเป็นบาป

                4.  การส่งเสริมสวัสดิการชุมชน  ที่ชาวบ้านทำขึ้นเอง  ดูแลกันเอง

                5.  การท่องเที่ยวชุมชน  ที่ยึดหลักการที่ถูกต้อง  รากเหง้าจริง ๆ มาจากกระแสทางเลือก  สวนทางกระแสหลัก  เพราะการท่องเที่ยวทั่วโลกทำลายธรรมชาติ  มนุษย์อยากไปเห็นในสิ่งที่ไม่เคยเห็น  แม้ได้การหมุนเวียนเงินตรา  เงินคือพระเจ้า  ลูกค้าคือคนที่ให้เงิน  อยากกิน  อยากเห็น  ต้องทำ  แม้ไม่ใช่ฤดูกาล ถ้าต้องดึงคน  ก็ต้องมีทุนนอกชุมชน  เมื่อหวังเงิน  วิธีการได้เงินคืน  นักท่องเที่ยวต้องมากที่สุด  เร็วที่สุด  คำถาม  คนภายนอกจะรักชุมชนเหมือนคนท้องถิ่นไหม ?   ตัวอย่าง  ที่เชียงใหม่  ลูกไปโรงเรียนไม่กล้าบอกว่าบ้านอยู่ที่ถนนอะไร  เพราะว่าเป็นแหล่งค้าประเวณี  สนามบินสุวรรณภูมิ  เมื่อวิเคราะห์โครงสร้างภาษี  รายได้จากนักท่องเที่ยว  น้อยกว่าเงินที่จ่ายเพื่อจัดการปัญหาสังคม  สิ่งแวดล้อม  แหล่งท่องเที่ยวโทรมนักท่องเที่ยวหนีไปแล้ว  ใครเช็ดน้ำตา ?

ท่องเที่ยวชุมชนที่ควรเป็น  มีความสุข  ดีงามอยู่แล้ว  ชีวิตสงบเงียบ  Peace of mind ไปดูความเป็นชุมชน  อัตลักษณ์  ไม่ใช้สร้างเอาใจใคร  สร้างจุดแข็งให้แข็งขึ้น  เคารพเรา  ต้อนรับตามสมควร  อย่างเพื่อนกับเพื่อน  พอสมเหตุสมผล  รักษาตามอัตลักษณ์  ดูแลกันเอง  คนอื่นมาเป็นของแถม  หมู่บ้านที่ท่านเห็นมา  เป็นอย่างนี้ไหม ?

คำถามจากผู้เข้าประชุม

หมอเถ่า  ถามเรื่องมาตรฐานระดับประเทศ  ระดับโลก  เช่น โรงพยาบาลก็ต้องมีมาตรฐาน 

อาจารย์จิตติตอบ  ทุกอย่างในโลกไม่เชื่อเรื่องมาตรฐานเดียว  มาตรฐานอะไรเป็นที่ยอมรับกัน  มาตรฐานบางเรื่องเหมือนเอาชาติไปประเคน  ตัวอย่าง  ผักอินทรีย์  ข้าวอินทรีย์  มาตรฐาน IFON  องค์กรส่งคนไปประเมิน  กว่าจะได้มาตรฐานแต่ละแห่ง  มีค่าใช้จ่าย  และไม่ใช่ว่าเสียค่าใช้จ่ายแล้วจะได้มาตรฐาน  คุณอำนาจ  ร้อยเอ็ด  ทำมาตรฐานข้าว กอ. (กูเอง)  ปากต่อปาก  ทำตลาดท้องถิ่น  ตลาดภายในประเทศ  ไม่ต้องใช้มาตรฐานโลก  เบาลง  โรงพยาบาลสนับสนุนวิชาการ

คุณแสนศักดิ์ถามการแก้ไขเรื่องน้ำของหมู่บ้านอิสาน  อาจารย์ตอบว่า  ตอบเป็นสูตรสำเร็จไม่ได้เลย

หมอโอถามความครบถ้วนของข้อมูล  อาจารย์ตอบ  ข้อมูลเรื่องที่สนใจ  ถ้ายังไม่พอจะวินิจฉัยได้  ก็ต้องเก็บเพิ่ม  แต่ไม่ต้อง 100 %  ก็ได้  จุดสำคัญ คือ ชาวบ้านมาร่วมวิเคราะห์  ถ้าผิด  ไม่สำเร็จ  เขาไม่ว่าหรอก  ขอย่างเดียว  กระบวนการต้องจริงใจ  ทำดีที่สุดแล้ว

หมอดายังไม่กระจ่าง  ทำไมทันตแพทย์ต้องมาศึกษาชุมชน  อาจารย์ตอบ Style แต่ละคนไม่เหมือนกัน  อ.เล่าตัวอย่าง  เจ้าหน้าที่แต่งชุดปกติขาว  ภาคภูมิใจในเครื่องแบบ  เพื่อสมศักดิ์ศรี  ทำงานเต็มที่  ทำถวายในหลวง  ชวนกันไปทำ  ชวนคนที่คุยกันได้  ถ้าชาวบ้านคิดแบบนี้  ไปช่วยกันแลกเปลี่ยน  ไปชวนกันคุย  แลกเปลี่ยนงอกเงย  พาไปเจอชาวบ้าน  1)  ปราชญ์ชุมชน  2)  ความโอบอ้อมอารี  ประทับใจ  แล้วจะกล้าลง  ชุมชนมีน้ำใจ  มีเสน่ห์  ถ้าเรารู้เรื่องของชุมชน  ไปร่วมกันไหม ?

 

ภาคบ่าย  ความเชื่อมโยงระหว่างมิติต่าง ๆ ในการศึกษาชุมชน

การผ่าตัดใหญ่  ใช้หลายวิชาชีพ  ป่วยเล็กน้อยหมอคนเดียวรักษาได้

ห่วงโซ่อาหาร  ความสัมพันธ์ของคน  การตัดสินใจของคน  พฤติกรรมของคน  ผลกระทบจากธรรมชาติ ฯลฯ

ปัญหาของคนไข้  คนในสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด  โรงพยาบาลชุมชน  อสม. มองต่างกัน  แนวทางแก้ไขต่างกัน

นโยบายเป็นตัวตั้ง  เทคโนโลยีเป็นตัวตั้ง  ชุมชนเป็นตัวตั้ง  หรือชีวิตจริงของคนเป็นตัวตั้ง

ตัวอย่าง เกษตรตำบล  ที่จังหวัดเลย  ไม่มีประสบการณ์  แรก ๆ จะยากในการจุดประกายความคิดให้ชาวบ้านคิด  นั่งประชุมนาน  ไม่ทราบจะเริ่มอย่างไร  ตั้งคำถาม “คนเกิดมาทำไม ?”  แล้วชาวบ้านก็มาช่วยกันคุย  อยากรู้อยากเห็น  ซักถามคน  ให้เราอยากทำต่อ

ศึกษาละเอียดแค่ไหน  บอกได้เลยว่าละเอียด  ท่านไม่ได้ทำวิจัยไปขอตำแหน่งวิชาการ  อยากรู้เรื่องราวจริง ๆ ของชุมชน  ตั้งเป้าหมาย
  1.  สภาพทั่ว ๆ ไป  การทำมาหากิน  ปัญหาใหญ่ ๆ  ศึกษาบทเรียนดี ๆ

  2.  มีกลุ่มกี่กลุ่ม  กลุ่มอะไรเข้มแข็ง

  3.  อะไรคือสิ่งที่เขาอยากแก้ของเขาเอง

แบบคนภายนอก  ทำให้คนในชุมชนมาร่วมศึกษา “กระแทกใจ” ชาวบ้าน  ปราชญ์จับกลุ่มคิด ชาวบ้านคิดเอง 

เช่น ทำบัญชีครัวเรือน  เครื่องมือสารพัด  กชช  2 ค  จปฐ.  เก็บแล้วได้อะไร  ไม่ได้แก้ความยากจน  “ทำไมจึงจน ?”  1 , 2 , 3  เดือน  เก็บถึง  6  เดือน  ถ้าเห็นรายจ่ายมากกว่ารายรับ  อาจช็อค  นั่งถกกันต่อ  โครงการรัฐ  เพิ่มรายได้  หน่วยงานใดชำนาญ  เอาเทคโนโลยีเป็นตั้วตั้ง  OTOP  เอาสินค้าภูมิปัญญาชาวบ้าน  รวยไหม  5  ดาว  เขาทำได้อยู่แล้ว  พวกซวย  พออยู่พอกิน  เป็นซากศพให้คนอื่นไต่  หมู่บ้านในตำบล  สินค้าคล้ายกัน  ตั้งหน้าตั้งตาขายไม่ดูตามาตาเรือ

จากบัญชีครัวเรือนดูค่าใช้จ่าย  ผลิตของใช้ในครัวเรือน  ขายให้คนในหมู่บ้าน  ลุงประยงค์  กองทุนยมนา  มาจาก  ยาง (ย)  ไม้ผล (ม) และนา  รับซื้อข้าวเปลือก  ส่งโรงสี  ส่งทำขนมจีนขาย  7  จังหวัด  มีหลายกลุ่ม  ตามความถนัด  หันหน้าเข้าหากันตลอด  เอกลักษณ์ลุงยงค์  ไม่เชื่อใครง่าย ๆ  ถ้าดอกเตอร์ไม่ได้ดำน้ำลงไปดูเองว่าปลาดุกกินอะไร  ไม่เชื่อ  ทดลองเลี้ยงปลาดุกด้วยผักตบชวา  ช่วงลูกปลาตัวเล็ก ๆ เลี้ยงด้วยหัวอาหาร  เดือนที่ 2 ดัดนิสัยปลาดุก  เลี้ยงด้วยผักตบชวาแทน  ถ่ายน้ำทุกเดือน  โตเต็มที่  3  เดือนครึ่ง  ถ้าจะศึกษาอะไร  เจาะให้ทะลุ 

ยางพารา  90 %  ไทยส่งขายจีน  จีนกำลังปลูก  ส่งเสริมลาวให้ปลูก  ช่วงนี้ราคายางสูง  กล้ายางขายเกลี้ยง  ไม่พอขาย  สักพัก  รอขันใส่น้ำตา  การเลี้ยงวัวเขายาว  หูยาว  ทบทวนราคา  ความเป็นไปได้  ลุงยงค์ศึกษาถึงตลาดโลก  ทางหนีทีไล่  ผักสวนครัวที่จะทำเครื่องแกง  มีอะไรบ้าง  ต้องรู้หมด  ความเป็นองค์รวม  หลายมิติ  การเรียนรู้  ชีวภาพ  กายภาพ   ยางพารา  ยี่ปั๊ว  ซาปั๊ว  ชะตาชีวิตเราจะถึงไหน

สายการแพทย์  องค์รวม  พบคนไข้มาก  ทำไมไม่ทำอย่างนั้น  ทำไมไม่ทำอย่างนี้  ต่อเมื่อเป็นคนป่วย  ทำไมเราไม่ทำ  ไม่สามารถหาเหตุผลครอบจักรวาล  ขี้เกียจ  ไม่แน่ใจ  ความกลัว  หรือขัดกับความเชื่อเดิม  การจะแนะนำให้เขาทำอะไรอย่างใดอย่างหนึ่ง  นึกถึงหัวอกเขาหัวอกเรา  คนไทยฉิบหายไม่ว่าแต่เสียหน้าไม่ได้  มนุษย์เราจะตัดสินใจทำอะไร  ถ้าไม่บ้าหรือเมา  มีเหตุผลเสมอ  ฟังเหตุผลเขาหรือยัง  ฟังขึ้นหรือไม่ขึ้น  ในสายตาใคร  สติสัมปชัญญะเกิดจึงตัดสินใจ  ถ้ามนุษย์อยู่คนเดียว  จะไม่เรียนรู้  ไม่ถูกกระตุ้น  ถูกท้าทาย  ถูกถาม

สรุป  ชวนชาวบ้านคุยให้ได้  กระตุ้นให้พูด  ด้วยการถาม  ยิ่งอายุมากยิ่งต้องถาม  เด็กใช้วิธีสอนหรือเล่า  ใหม่ ๆ คิดไม่ออก  ถามหนัก ๆ  คิดเป็นระบบ  ได้คำตอบเป็นแผน  การตัดสินใจของมนุษย์มีอิทธิพลจากอะไรบ้าง
 
คำถามต่อ             

หากปัญหาที่มีในชุมชนไม่ตรงกับภารกิจหลัก  หรือความชำนาญของเรา  จะทำอย่างไร

อาจารย์จิตติตอบ  หาคนช่วย  เอาคนอื่นไปช่วยเรา  ช่วยแลกแปลี่ยน  คนระดับเรา ๆ ในห้องนี้  เติมไม่ยาก  คุย  อ่านเยอะ ๆ ดูงานเยอะ ๆ  ดูทีวีอย่าเชื่อหมด  เราสวมหมวกรัฐตามกระทรวง  หมวกใบ 2 ประชาชนไทย  อยากเห็นคนไทยอยู่ดีมีสุข  ครองใจชาวบ้าน  คุยง่ายมาก  จนถึงยอมเชื่อโดยไม่มีเหตุผล  ถ้าพิสูจน์ได้ว่ารักจริง  จริงใจ  งานรักษาแคบ  งานเชิงป้องกันจะขยายกว้างขึ้น เช่น เครือข่ายหมู่บ้านยกเลิกกินขนมก็อบแก็บ  ดีไหม ?  อย่าเอาวัตถุประสงค์แคบ ๆ  ไม่มีมนุษย์คนไหนอยากลดคุณภาพชีวิต  ภูมิคุ้มกันตัวเองเพิ่มขึ้น  อยู่ได้นาน  เอลนินโน  ลานิญ่า  ลองนึกไฟฟ้าดับ  จะอยู่ได้ไหม ?  ปัจจุบันเราใช้ไฟจากลาว  แก๊สจากพม่า  เรียนรู้ไปทีละน้อย  ไปให้เห็นกับตา

บูรณาการ คือ อะไร  ทำอย่างไร

ช่วยกันเป็นทีม  ทำเวที  กิจกรรมไม่เป็นเบี้ยหัวแตก  งานชิ้นเดียว  คิดได้หลาย ๆ มิติ 

ความหมายจากหลายแหล่งอ้างอิง เช่น  ทำสิ่งบกพร่องให้สมบูรณ์  เพิ่มส่วนขาด  อ.เคยทำงานผสมผสาน  4  กระทรวงหลัก โดยสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดอุบล  นพ.ไพจิตร  ปวะบุตร เป็น นพ.สสจ.  อบรมหัวหน้าส่วนราชการทั้งจังหวัด  ร้อยกว่าคน  ยุคนั้นเน้นเรื่องการวางแผนครอบครัว  อีกตัวอย่าง  แนวทางการพัฒนาคุณภาพชีวิตชาวโคราช  ไม่ต้องทำโครงการเหมือนกันทุกอำเภอ  ทำ  5  อำเภอ  4 กระทรวง  นั่งรถคันเดียวกัน  คุยกัน  ไม่ใช่ขับรถ  4  คัน ไปชนกันที่  4  แยก

ไอดีพี  อ.อุบลรัตน์  นิคมเขื่อน  ใช้ผู้เชี่ยวชาญหลายสาขา  ผู้เชี่ยวชาญแนะนำฉีดยาดอกมะม่วง  ไหลลงมาที่หญ้า  วัวกินหญ้าตาย  จึงต้องยกเลิกหนี้วัวตายให้เกษตรกร  อย่าไปแย่งกันทำโครงการ  แย่งกันใหญ่  เริ่ม  1  ก็ได้  คนอื่นเสริม  ชาวบ้านแย่ถ้าตั้งใจเอาเทคโนโลยีนำหน้า 

คนไทยน่าจะรู้จักบูรณาการดีกว่าฝรั่ง  เช่น ป่าเบญจพรรณ  มีต้นไม้ใหญ่  กลาง  เล็ก  หญ้า  สัตว์ป่าสมบูรณ์  สิ่งมีชีวิตเสริมซึ่งกันและกัน  ก่อสิ่งมีประโยชน์มหาศาล  นอกจากประโยชน์จากตัวเองที่ทำให้มีขึ้นมา  บูรณาการไม่ใช่ปลูกต้นไม้  4  ต้นในป่าเดียวกัน  ใครจะเป็นต้นไม้ชนิดไหน  ใครจะเป็นเกสร  จนเป็นป่าสมบูรณ์  เรียกฝนมาได้  อยู่ร่วมกันอย่างสมดุล

ประโยชน์จากการบูรณาการ  ลดความซ้ำซ้อน  ลดความผิดพลาด  รับมือความซับซ้อนของปัญหาดีขึ้น  มากขึ้น  แก้จุดเล็ก ๆ แต่ได้ผลสะเทือนไปถึงจุดใหญ่  ทำให้เราเป็นคนใจกว้างขึ้น  จัดการความขัดแย้งดีกว่าเดิม