ขออนุญาตพี่ฝน พี่สุรัตน์ เอาบันทึกสรุปวันที่ 10 และ 11 มีนาคม 2554 มาลงต่อนะคะ
วันที่ 10 มีนาคม 2554 ทบทวนบทเรียน (วันที่ 9 มีนาคม 2554)
• ทฤษฎี แนวคิด การพัฒนาชุมชน (เปรียบเทียบกับข้อมูลที่ส่งมาให้อ่าน) การศึกษาชุมชนแบ่งเป็นมิติต่าง ๆ
เศรษฐกิจ (รายได้/รายจ่าย)
- รายได้ VS รายจ่าย
- หนี้สิน รายได้<รายจ่าย
- ทำไม? หาสาเหตุ? รายได้เกษตรเป็นรายปี รายจ่าย เป็นรายวัน/รายเดือน/อำนวยความสะดวก เพื่อเข้าใจระบบเศรษฐกิจ
สังคม (วัฒนธรรม/การอยู่/กิน ครอบครัว ภูมิปัญญา)
ในชุมชนมี ผู้สูงอายุ เด็กเยาวชน ขาดการขัดเกลาทางสังคมจากรุ่นพ่อแม่ (ไปทำงานที่อื่น) เด็กเรียนรู้จากสื่อ/วัฒนธรรมภายนอก
- ภูมิปัญญาท้องถิ่นที่จะถือเป็นศักยภาพ ต้องดูว่ามีการสืบทอดและนำมาใช้ต่อได้หรือไม่
- การสื่อสาร
- สิ่งแวดล้อม (พื้นที่ป่ากับทำกิน/ แย่งน้ำกิน/ใช้/เกษตร/คุณภาพสิ่งแวดล้อม)
มองความเชื่อมโยงระหว่างสิ่งแวดล้อม เศรษฐกิจ กับสังคม
แต่ละทีมนำเสนอกระบวนการทำงาน และข้อมูลจากการศึกษาชุมชน
โครงการเครือข่ายสุขภาพชุมชน ต.บ้านใหม่ อ.สีชมพู จ.ขอนแก่น
• ทีมงานจากรพสต/อบต/รพ/อสม.ขอเงินกองทุนสุขภาพ เพื่อทำแผนชุมชน(?)
- ให้อสม (21คน) เก็บข้อมูลศึกษาชุมชน สามหมู่ตามแนวทางที่อบรมครั้งแรกแบ่งเป็น ศก สังคม สวล
- ผู้นำเสนอ(ผญบ/อสม)
• หมอฝ้ายสรุปการเรียนรู้ ตัวเราเต็มไปด้วยความรู้ ถอดความรู้ออกก่อนไปเรียนรู้พร้อมกันกับทีมจากชาวบ้าน
เริ่มจากถามในทีมว่า “ทำไปเพื่ออะไร”
คำตอบ” อยากให้ชุมชนเข้มแข็ง”
ถามต่อว่าคืออะไร “คิดเองทำเอง”
จึงได้เริ่มทำงานโดยแบ่งทีมอสฒเป็นสามหมู่แบ่งกันไปเก็บข้อมูล (ตามแนวของพี่เลี้ยงและหมอ)
• ปัญหาคือเวลาในการลงพท.มีแค่ครึ่งวัน ยังไม่ได้รายละเอียด จนท.เป็นFa เป็นเรื่องความสามารถในการตั้งคำถาม ถามตามที่หมอ/พี่เลี้ยงอยากได้อะไร มากกว่าถามจากสิ่งที่คนไปถามอยากรู้ เมื่อมีข้อมูลสามหมู่แล้ว ยังวิเคราะห์แบบเชื่อมโยงไม่ได้
• อ.โกวิท Fa ย่อมาจาก Facilitator ผู้จัดหมู่กระบวนการให้เกิดการเรียนรู้ คำที่คล้ายกัน คือ วิทยากรคนบรรยาย
• สิ่งที่อยากแลก (รู้) คือ การเชื่อมโยง/วิเคราะห์ข้อมูล กับทักษะของ Fa
โครงการเครือข่ายชุมชน อ.สระใคร นค.
• หาเครือข่าย/สร้างทีม ชวนคนมาร่วมเป็น ”สหวิทยาการ” (พัฒนาชุมชน/เภสัช/รพสต/อสม ครู/ เกษตร) จนท.เป็นพี่เลี้ยง ประสานส่วนตัวก่อนทำหนังสือเป็นทางการ
• หาภาพฝันชุมชนก่อน ใช้เวิลด์คาเฟ่ ทำ mind map ได้ภาพฝัน (นัดวันตรงกับการประชุมผู้นำชุมชนเลยมีคนมาน้อย/ ตัวแทนไม่ใช่ตัวจริง) หมอฝนวิทยากร
• ลงเก็บข้อมูลชุมชน อะไรที่ชุมชน “อุกอั่ง” คับข้องใจ/ปัญหาของชุมชน
• ประชุมวิเคราะห์ข้อมูล เชิญ อ.โกวิทไป
• AAR งานที่ผ่านมาของทีม ทีมงานสหสาขาวิทยาการเกิดความรู้สึกดี ๆ
• รายงานผลให้หัวหน้าส่วนราชการฟัง ได้รับการสนับสนุน
• ความแตกต่างระหว่างพี่เลี้ยง ใช้เครื่องมือที่ต่างกัน ทำให้ได้ข้อมูลรายละเอียดต่างกัน (ปฏิทินชุมชน/ผังเครือญาติ สนทนากลุ่ม) การพูดคุยวิเคราะห์ข้อมูล เลือกปัญหา วิเคราะห์สาเหตุ เชื่อมโยงผลกระทบแนวโน้ม กรณีที่ข้อมูลยังไม่พอลงหาข้อมูลเพิ่ม
• ถ้ากำหนดขอบเขตปัญหาได้จะวางแผนแก้ไขต่อ อยากแลกเปลี่ยนเพื่อดูว่าแล้วจะทำอะไรต่อ
• เป็นจนท.สอ.อยู่มาสามสิบปี เห็นสภาพหมู่บ้านมาตลอดตั้งแต่แม่จนลูก ศึกษาข้อมูลพบว่า “ตระกูลเดียวกัน จ้ำป่นถ้วยเดียวกัน ตายเหมือน ๆ กัน ตายอายุประมาณ 50 กว่า ๆ”
บ.ห้วยส้มใต้ อ.ภูกระดึง จ.เลย
• ทีมงาน รพ.และ รพ.สต.
• เก็บข้อมูลทำแผนที่ชุมชนโดยประยุกต์ใช้เครื่องมือ เพราะไม่ได้เตรียมอุปกรณ์ ชื่อห้วยส้มใต้ หมายถึง น้ำผุดเป็นห้วยมีรสเปรี้ยวทางใต้ ทำTimeline ประวัติหมู่บ้าน เรื่องรุนแรง คือ ปี 2547 ฆ่าตัดตอนยาเสพติด ผู้พาทำกิจกรรมต่าง ๆ คือ ผู้ช่วยผญบ.กับอบต.
- ที่ปรึกษา ผญบ. อดีตอบต.และ พ่อของผช.ผญบ. (ผญบ รวยที่สุด มีธุรกิจและที่ดินมาก ไม่มีปฏิสัมพันธ์กับคนในหมู่บ้านมากนัก) /มีนายทุน
• หมอมิ้ง การสร้างทีม ทันตะ/สอ.พูดคุยปรับทัศนคติให้มีจุดมุ่งหมายเดียวกัน สร้างสัมพันธภาพ ความคุ้นเคย เอื้ออาทร เรียนรู้ผ่านการทำงานและสรุปการเรียนรู้ มองหาคนในชุมชนมาเป็นทีม
• อีกหนึ่งพื้นทีทำแผนชุมชนห้วยส้มเหนือ ใช้ข้อมูลมือสองพบว่าขาดข้อมูลของจริง จะนำทีมห้วยส้มใต้ไปช่วยเรื่องเก็บข้อมูล
(หมอมิ้ง) อ.ภูกระดึง จ.เลย
• วิธีทำงาน กำหนดกรอบแนวคิด แตกประเด็นหลัก/ รอง..ลงพื้นที่ 2-3 วัน เมื่อนำข้อมูลมาลงกรอบ
• พบว่า จนท.ไม่ได้คุยกันหลังลงพื้นที่ ข้อมูลที่ได้กระจัดกระจาย ต้องทบทวนตัวเองว่าประเด็นที่ตั้งไว้เป็นอย่างไร การทำบทบาทระหว่างผู้ถามผู้จดข้อมูลเป็นอย่างไร การไม่นำข้อมูลแต่ละครั้งมารวมกันคุยกัน
• สรุปการเรียนรู้คือจนท.คุยกันหลังลงพื้นที่/ทบทวนบทบาท/เนื้อหา ข้อมูลที่ได้ดีขึ้น (= ทำ AAR หลังการลงพื้นที่)
• กลัวว่าจะเป็นประเมินจากภายนอก อาจเป็นข้อมูลที่ไม่ถูกต้องนัก ต้องมีการทบทวนข้อมูลเพิ่ม สมาชิกต้องเข้าใจเห็นทิศเดียวกัน คิดต่างได้
• แสดงภาพด้วย Google Earth พืชหลักคือข้าวโพดเพราะมีที่ราบน้อย
• ความเชื่อในชุมชนเป็นความเชื่อของใคร (วัยไหน) การเก็บข้อมูลไม่จำเป็นต้องรอลงพื้นที่อย่างเดียว ใช้วิธีคุยกับชาวบ้านที่มารับบริการได้ ต้องมีทัศนคติว่ารู้เพื่อเข้าใจชาวบ้าน ข้อมูลในชุมชนเป็นพลวัต เคลื่อนไหวตลอด มีกรอบความคิดในหัวในการถาม อยากรู้แลกเปลี่ยน/เรื่องอะไรให้พูดให้ชัด
ต.กุดปลาค้าว อ.เขาวง จ.กาฬสินธุ์
• เลือกพื้นที่(หมู่บ้าน) จากฝ่ายเวชปฏิบัติครอบครัว/เลือกจากความพร้อม
• สร้างทีมงาน ใครสนใจก็มานั่งคุย (จนท. อสม นิสิตทพ.ฝึกงาน) ถ่ายทอดวิธีการและเครื่องมือ
• วิธีการเก็บข้อมูล นำกรอบวิธีคิดไปถามในชุมชน เช้าแบ่งกลุ่มไปถามบ่ายมารวมกันคุยข้อมูลกัน (สังเกตสภาพพื้นที่ ทำแผนที่โซนนิ่งคร่าว ๆ แหล่งนัดพบวัยต่าง ๆ เก็บข้อมูลตามคุ้ม นำข้อมูลมาทำแผนที่ชุมชนละเอียด)
• ชุมชนบ้าน”ซ้ง”เป็นบ้านภู่ไท เป็นพื้นที่สีแดงแหล่งคอมมิวนิสต์ มีวัฒนธรรมถิ่นที่มีอัตลักษณ์ชัดเจน มีความเชื่อเรื่องเทพดูแลชุมชน “ถลา” คนที่บนบานถือเป็นลูกศิษย์ถลาต้องมาทำบุญปีกับถลา มีคนที่สื่อสารกับถลา คนภู่ไทเป็นคนเรียนเก่งเป็นหมอ/อาชีพดีๆ สินค้าขึ้นชื่อคือ”ข้าวเหนียวเขาวง” แข่งกันจ้างแรงงานกันโดยวางมัดจำ ทอผ้า
• ชาวบ้าน(อสม.และพ่อบ้านแม่บ้าน) ทำแผนที่เดินดินอย่างละเอียดเพราะเดิมไม่เคยรู้ข้อมูลละเอียดของชุมชนแต่ละคุ้ม ในแต่ละคุ้มมีแคร่ไว้นั่งโสกัน (ไว้กินเมี่ยง) พวกผู้หญิงมานั่งโสกันยามบ่าย เป็นแหล่งข้อมูล แต่ละคุ้มมีกลุ่มทอผ้า ทำไม้กวาด
• การทำแผนที่เดินดินทำให้เข้าใจวิถีชีวิต บ้านพ่อแม่เป็นหลัก ปลูกบ้านลูกเขยลูกสาวอยู่ข้าง ๆ ใต้ถุนสูงคนจะเดินผ่านใต้ถุนบ้านไปบ้านอื่น อสม.บอกว่าจะทำเครื่องหมายสีแดงตำแหน่งบ้านที่มีผู้ป่วยเบาหวาน
• การมีสถานที่รวมเอาข้าวมาแผ่ (รวม)ไว้ที่ยุ้งรวม เป็นแหล่งข้าวสำหรับเลี้ยงคนมากฐิน/ เป็นที่จำนำข้าวของคนในหมู่บ้าน/
• ชาวบ้านไม่ชอบทำเป็นข้อหนึ่งสองสาม ชอบพูด เราต้องเป็นคนจด ชาวบ้านอยากรู้เรืองการทำบัญชีต้นทุนกำไรของอาชีพตนเอง เช่น ไม้กวาด คิดแต่ว่าเงินเหลือคือกำไร แต่ไม่ได้คิดถึงต้นทุน อยากให้หมอมาสอนเด็กให้ทำบ/ช
• ทำไป เรียนรู้ไป ทีมส่วนใหญ่เป็นอสม. รวมทีมแบบไม่เป็นทางการ ปัญหาเรื่องภาษาถิ่น ผู้เล่าในชุมชนเป็นผู้เฒ่าผู้แก่พูดภาษาภู่ไท คนบันทึกต้องแปลและสอบทานข้อมูลให้ตรงก่อน
อ.เมือง จ.ขอนแก่น
• ทีม คือ ทพ. 2 คนและทภ. จาก รพ.และ รพ.สต. ศูนย์แพทย์
• ทำความเข้าใจกับ ทพ.อื่นใน รพศ. หาทีมจาก รพ.สต. อบต./เทศบาล/ผู้สูงอายุที่นัดคนไข้ในชุมชนเป็นคนพาไปดูชุมชน
• เตรียมเครื่องมือ แบบสอบถาม/สัมภาษณ์/สนทนากลุ่ม/ Timeline/นัดเวลาหลังเลิกงาน (5โมงถึงสองทุ่ม)
• คืนข้อมูลสู่ชุมชนผ่านการทำประชาคมในหมู่บ้าน (เขตเมืองเวลาจำกัด/เขตชนบทนัดกลุ่มเล็กๆ ค่อยคุยขยายวง) วิเคราะห์ข้อมูล/สรุปคืนข้อมูล
• เขตเมืองเวลาจำกัดได้ข้อมูลแล้วคุยกับผู้นำก่อน แล้วค่อยนัดกลุ่มใหญ่มาคุยทีละเรื่อง
• ทภ.งานบริการกับงานชุมชนจัดการเวลายาก ข้อมูลที่ได้น้อย ชาวบ้านเกรงใจยังไม่คุ้นกันมากพอ ข้อมูลจากผู้นำด้านเดียวยังไม่ได้มุมอื่น
• ทีมงานยังเป็นแนวสาสุขยังไม่ได้ขยายไปกลุ่มอื่น
บ้านโสกแต้ อ.บ้านฝาง จ.ขอนแก่น
• วัตถุประสงค์ อยากพัฒนาทีมงานในเครือข่ายรพ /พัฒนาพื้นที่ของรพ.สต./แก้ปัญหาได้ตรงกับบริบทของพื้นที่หรือไม่ (เถ่าตีความว่าต้องคิดวิเคราะห์เป็น แปลว่าทำวิจัยเป็น)
• เตรียมชุมชน ชาวบ้านถามว่าวิจัยชุมชนคืออะไร ทีมงานใช้การเปิดรับสมัคร/ นักวิชาการจะได้เป็นผู้ช่วยงานวิจัย พาทีมไปดูงานที่ อ.น้ำพอง อ.ภาสกรไปให้ช่วยกันคิดว่า ศึกษาชุมชนเพื่ออะไร ทำอย่างไร
• ลงเก็บข้อมูลจริงคัดเฉพาะประเด็นที่ตรงกับบริบทชุมชน แบ่งกลุ่มเก็บข้อมูล แล้วมาสอนกันในแต่ละกลุ่ม
• ไม่มีเวลาแลกเปลี่ยน
อาจารย์โกวิท แทรกทฤษฎีเพื่อความเข้าใจแนวคิดในการพัฒนา
แนวคิดความเชื่อสะท้อนถึงพฤติกรรมของมนุษย์
• แนวคิดก่อนทันสมัย (pre-modernism)
– ความจริงเป็นสิ่งสัมบูรณ์ ไม่ต้องพิสูจน์ไม่ต้องถาม
• แนวคิดยุคทันสมัย (modernism)
– ยุคแห่งความรู้แจ้ง หรือยุคแห่งแสงสว่าง
– ความจริงเป็นสิ่งที่ต้องพิสูจน์ได้ด้วยหลักการเหตุผลและผลทางวิทยาศาสตร์ วัตถุวิสัย (Object)
• แนวคิดหลังความทันสมัย (postmodernism)
– ปลายคริสต์ศตวรรษที่ 20 (1970s) ความจริงไม่ใช่สิ่งสัมบูรณ์ สถานที่เปลี่ยน...ความจริงเปลี่ยน
บ้านคำม่วง ต.บัวใหญ่ อ.น้ำพอง จ.ขอนแก่น
• เรียนรู้ร่วมกับบ้านฝาง (จนท.และชุมชน)
• ประชุมชี้แจงสมาชิกในหมู่บ้าน/กำหนดประเด็น/ แบ่งทีมเก็บข้อมูล /(บ่าย)นำเสนอชุมชน
• สิ่งที่ต้องการแลกเปลี่ยน กระบวนการดำเนินงาน วิธีการเก็บข้อมูล/วิธีการที่ได้มาของข้อมูลที่เป็นข้อเท็จจริง การดำเนินงานในขั้นต่อไป ทักษะที่ต้องการ การวิเคราะห์ข้อมูล/การตั้งประเด็นคำถามในการได้มาซึ่งข้อมูลที่ต้องการทราบ
• เห็นข้อมูลเศรษฐกิจเป็นเส้นทาง แต่ชาวบ้านไม่รู้สึกว่าเป็นปัญหา ไปต่อไม่เป็น
อ.พนมไพร จ.ร้อยเอ็ด
• ทำโครงการร่วมรพ.กับอบต. (จากเครือข่ายทพ.ผู้นำ) หาทีมในรพ.เป็นจิตอาสาทำนอกเวลา ไม่มีโอที (สิบคน) ออกพื้นที่จริงห้าคน ต่อเนื่องกับงาน SRM ที่ทำอยู่ เพื่อฝึกคนในทีมให้ได้เรียนรู้การทำงานในชุมชนจากประสบการณ์จริง
• เริ่มจากงานเบาหวานมีแพทย์เพื่อนกันไปด้วย พบผู้ป่วยเบาหวานใหม่สองคน เกิดกิจกรรมการพูดคุยในกลุ่มป่วยและเสี่ยงวัดผลที่น้ำตาลลดลง
• เริ่มด้วยการประชาคมทำ SRM ชาวบ้านกังวลเรื่องสารพิษ น้ำดื่ม อยากได้โรงผลิตน้ำดื่มหมู่บ้าน คิดทุนประมาณสองแสน เกิดกิจกรรมพัฒนาหมู่บ้านทำรั้วไม้ไผ่/ยางรถยนต์ปลูกผักหน้าบ้าน/ถังขยะ/ออกกำลังกายรำไม้พลอง /โรงสีข้าวกล้องของหมู่บ้าน/น้ำดื่มสะอาด
• การสร้างทีม ใช้จิตอาสา ทำงานแบบสหสาขา
• ประสานงานทีมงาน /เลือกชุมชนจากความสะดวก (บ้านหมอ)
• สิ่งที่ได้เรียนรู้ เรียนรู้จากประสบการณ์จริง / รู้จักตัวตนของคนในชุมชนนัดหมายได้วันละชั่วโมงกว่า / ผู้ที่มีความรู้มาก ๆ อีโก้สูง ไม่ได้สำรวจพื้นที่ก่อนเก็บข้อมูลจริง เสียเวลาในการทำความเข้าใจ เวลาที่ลงใกล้เลือกตั้งมีปัญหา
• อยากรู้เทคนิคในการเลือกพื้นที่เพื่อขยายงานต่อ/ให้งานยั่งยืน จะกลับไปทำอะไรต่อ (อบต.อยากให้ขอเงินต่อ) อะไรที่เรียกว่ายั่งยืน ความยั่งยืนมีอยู่จริงไหม หรือแค่อยู่นานกว่า
อ.สุวรรณคูหา จ.หนองบัวลำภู นำเสนอโดย ทพญ.เพชรไพลิน สุขหนา ทันตแพทย์ ปฏิบัติการ รพ.สุวรรณคูหา
• มีทีมอยู่สองคน คือ เภสัชหนึ่งคน ประชุมและถามกันแต่ไม่มีคำตอบ ไปถามพี่ยงกับพี่ตู่ (คุณศรายุทธ สมศรี นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการ หัวหน้าศูนย์สุขภาพชุมชน รพ.สุวรรณคูหา และคุณสุภาภรณ์ สมศรี พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ ปฏิบัติงานที่ ศูนย์สุขภาพชุมชน รพ.สุวรรณคูหา) ซึ่งเพิ่งไปอยู่ได้หนึ่งปี ยังไม่รู้จักใคร เราอยากถามพี่เขาพี่เขาถามว่าอยากทำเรื่องอะไร ไม่รู้ว่าจะชักชวนคนอื่นอย่างไร ไม่ใช่แค่อยากทำ เป็นคนไฮเปอร์แต่จัดสรรเวลาไม่เป็น
อ.เชียงคาน จ.เลย
• เพิ่งทำงานมาปีเดียว มาเป็นตัวแทนไม่รู้ตัวว่าต้องเป็นคนทำเอง ไม่รู้เป้าหมายตัวเอง บุคลากรในรพ.ไม่ได้อยากจะพัฒนาอะไร
• คราวแล้วพี่มิ้งสั่งไว้ว่าอย่าหาย ให้ค้นหาเป้าหมายให้เจอ งานรักษาที่ทำอยู่ทุกวันไม่ใช่ทางออกในการแก้ปัญหา
• อยากถามคนในชุมชนว่ารู้สึกอย่างไรที่มีคนมาศึกษาและดูงาน
อ.นากลาง จ.หนองบัวลำภู
• ผนวกกับงานที่มีอยู่ (ผู้สูงอายุและDM) เป็นงานผู้สูงอายุที่เป็น DM
• เลือกทีมจากจนท.ที่พร้อม เลือกพท.ทำสามหมู่ในต.นากลาง
• ทำความเข้าใจกับทีมงานไปสัมภาษณ์ผู้สูงอายุ DM/ชมรมผู้สูงอายุ
• ผู้สูงอายุครึ่งหนึ่งต้องดูแลหลาน ส่วนใหญ่เป็นเบาหวานสี่ปีขึ้นไป/ครึ่งหนึ่งคุมน้ำตาลไม่ได้ หมู่ 14 การศึกษาดี เศรษฐกิจดี ไม่ต้องดูแลเด็ก แต่ครึ่งหนึ่งคุมน้ำตาลไม่ได้ และมีโรคแทรกซ้อนมาก รู้เรื่องเบาหวานดี คนคิดว่าสุขภาพช่องปากกับเบาหวานไม่เกี่ยวกัน (คนละช่องกัน)
• คำถาม ศึกษาข้อมูลเชิงลึกเพื่อหาปัญหาที่แท้จริงเพื่อการควบคุม DM
• จะเลือกหมู่ไหนดี/ อยากได้ข้อมูลที่ถึงแก่นเพื่อไปสื่อสารกับกลุ่มDM
• เติมเต็ม/ตอบคำถาม โดยผู้เข้าประชุม (ตอบคำถามที่หมอจาก รพ.เชียงคานตั้งคำถามไว้) “อยากถามคนในชุมชนว่ารู้สึกอย่างไรที่มีคนมาศึกษาและดูงาน”
• อบต ข้อมูลที่ได้มาใช้ประโยชน์อะไร ชุมชนหาจุดอ่อน/จุดแข็งของตัว หาวิธีปรับปรุงแก้ไขปัญหาที่มีอยู่
• ผญบ.หญิง หมอฝ้าย เริ่มจากการไปหาหมอที่อนามัย ไปหากลุ่มร่วม นัด อสม.มาคุย ประชุมซักซ้อมคนในพื้นที่ ชาวบ้านถามว่าหมอมาให้อะไรเรา ตอบหมอมาให้ความรู้เพื่อเอาข้อมูลมาทำให้หมู่บ้านเราดีขึ้น
• อสม. ตอบว่ามาทำด้วยจิตอาสาอยากได้ความรู้ อยากพัฒนาหมู่บ้านตัวเอง
• อสม. คุณหมอต้องลงไปถามหา อสม.ที่ทำงานจริง ตั้งใจ จริงใจคนจะเข้ามาร่วม
ประเด็นแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกัน
• ทำไปเพื่ออะไร/ ทำแล้วเกิดประโยชน์อะไร/ เกิดประโยชน์อะไรกับชุมชนบ้าง
• กระบวนการหาคนมาร่วม จิตอาสา/วิธีหาคนมาร่วม
• การพัฒนาทีมการศึกษาชุมชน
• เทคนิควิธีการศึกษาชุมชน
• ทักษะการตั้งคำถามที่จะได้ข้อมูลจริง..การตรวจสอบข้อมูล
• การสร้างสัมพันธภาพ...แลกเปลี่ยน
• การจัดเวลา /การเลือกพื้นที่ / การวิเคราะห์ปัญหา เชื่อมโยงความสัมพันธ์ แล้วจะทำอะไรต่อ (ยั่งยืนหรือไม่)
คนเรามีหลายหน้าที่ในสังคม...ทำหน้าที่อย่างเดียวไม่สำเร็จ เฮ็ดอย่างใดจึงจะเข้าใจเพิ่น เรามองมนุษย์แบบไหน (อ.โกวิท แทรกทฤษฎีเพื่อความเข้าใจมนุษย์)
นิยัตินิยม (Determinism)
• มนุษย์ไม่สามารถกำหนดชีวิตตนเองได้
• ความเชื่อเรื่องพระเจ้า
• ความเชื่อเรื่องกรรมพันธุ์-สายเลือด
• กฎแห่งกรรม
• บุพเพสันนิวาส
พฤติกรรมนิยม (Behaviorism)
• พฤติกรรมมนุษย์มาจากการตอบสนองสิ่งเร้า
• มนุษย์เหมือนสัตว์ละครสัตว์ (สร้างเงื่อนไขเพื่อให้เกิดพฤติกรรม)
• สิ่งแวดล้อมมีผลต่อพฤติกรรมมนุษย์
• เป็นนำหมู่กันนั่นละ หน้าคือลูกภารโรง ทรงผมคือดาราเกาหลี
• มนุษย์เปลี่ยนตัวเองได้ถ้าจัดการสิ่งแวดล้อม/เปลี่ยนสิ่งแวดล้อม
มนุษย์นิยม (HUMANISM)
ปฏิเสธนิยัตินิยมและพฤติกรรมนิยม
มนุษย์ไม่ได้ถูกกำหนดโดยกรรมพันธุ์-สายเลือด ฟ้าดิน พรหมลิขิต
มนุษย์ไม่ได้ถูกกำหนดโดยสัญชาตญาณ
มนุษย์ไม่ได้เป็นไปตามสิ่งแวดล้อมหรือการเรียนรู้จากการตอบสนองต่อสิ่งเร้า
มนุษย์เป็นไปตามการรับรู้ในเอกลักษณ์ของแต่ละคน
เด็กเรียน/หนอนหนังสือ/สัมมัธถะ /เจียมตัว/เยาวชนช้างเผือก แนวคิดในการอธิบายธรรมชาติของมนุษย์
อันที่จริง เราทุกคนมีทั้ง 3 แนวคิด แต่เราอาจไม่ทันรู้ตัว
ถ้าเรามีสติอยู่ตลอดเวลา เราก็อาจมี “ความข่มใจ”
ไม่โกรธ ไม่โลภ ไม่หลงได้
มีความเมตตา กรุณา มุทิตา และอุเบกขากับคนรอบตัวเราได้
แต่เพราะเราเป็นมนุษย์ เราจึงต้องยอมรับความไม่สมบูรณ์ของตัวเราเองด้วย
ช่วงสุดท้ายของวันที่ 10 มีนาคม 2554 ผู้เข้าประชุมได้ร่วมกันสรุปประเด็นที่จะแลกเปลี่ยนระหว่างกัน และแลกเปลี่ยนกับวิทยากรเพื่อจะทำให้เกิดความเข้าใจ และไปทำงานต่อได้ ดังนี้
แนวคิด
• ทำไป ทำไม
• ชาวบ้านรู้แล้วน่าจะศึกษาเอง
• การพัฒนาที่ยั่งยืนมีจริงไหม กระบวนการ
• การสร้างทีม/ การพัฒนาทีม/ การพัฒนาทีมงานชาวบ้าน เทคนิควิธีการ
• การใช้เครื่องมือ
• การตั้งคำถาม เชื่อมโยงไปถึงการวิเคราะห์ การจับประเด็น
• การตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูล
• การวิเคราะห์ (ปัญหา ศักยภาพ ความสัมพันธ์) การสังเคราะห์
• การจัดเวลา/ งานประจำ งานอาสา
• การเลือกพื้นที่ คำถามระดับแนวคิด
• ทำไป ทำไม ผดด. ใหม่ ๆ คุณหมอเข้า ศพด. ดูแต่ฟันเด็ก หมอพาลงชุมชนถามว่าหมอมาทำอะไร ทำ ๆ ไปก็รู้สึกว่าเกิดประโยชน์ต่อชุมชน
อ.หนาย ต้องทำเรื่องนี้ชี้แจงกับทีมงานและชุมชนให้ชัดเจนในเรื่องเดียวกันก่อน จึงจะพากันทำได้
ตั๊ก เป็นการเปิดมุมมอง จนท. ในส่วนคนที่ทำงานเชิงรุกจะสนุก ในส่วนที่ทำเฉพาะด้านไปไม่ถูก ต้องรู้จักคนรอบข้าง สมาชิกในรพ.เราเป็นอย่างไร หาเวลาไปฝ่ายอื่นเช่นไปก่อนเวลาเข้างาน รู้จักคนที่ทำงานเชิงรุกเขาจะมีเครือข่ายภายนอก (อสม/ผู้นำ) เริ่มจากงานเล็ก ๆ ก่อน มีความมั่นใจมากขึ้น อยากต่อยอดงานต่อ แม้จะอกหักบ้างก็ไม่เป็นไรเพราะชุมชนเป็นพลวัต
• ชาวบ้านรู้แล้วน่าจะศึกษาเอง ชาวบ้านเองก็ไม่ได้รู้ทุกเรื่อง บางเรื่องต้องศึกษาเพิ่มเติมนำข้อมูลมาใช้ เป็นการเอาความรู้มาพัฒนาแก้ปัญหาตนเอง
• การพัฒนาที่ยั่งยืนมีจริงไหม ต้า นค. ยั่งยืนหรือไม่ ตัวเองต้องมั่นคง เอาตัวเองเป็นที่ตั้งก่อนเรื่องอื่นเป็นเรื่องของอนาคต ทำให้ดีที่สุด ดีกว่าไม่ได้ลองทำอะไรเลย การพัฒนาที่ยั่งยืน มีสามวงดูจาก ศก สังคมดี สวล.ที่ดี ต่างจากคำว่ากิจกรรมนั้นยั่งยืนหรือไม่ เพราะ บริบทเปลี่ยน ปัญหาเปลี่ยน หรือกรอบที่เล็กลงดูจากว่าเขาจะต้องพึ่งพิงเราตลอดไหม เราได้ช่วยให้เขาเข้มแข็งขึ้นไหม
วันที่ 11 มีนาคม 2554
ตอบคำถาม การสร้างทีม (มีผู้เข้าประชุมหลายคนได้ร่วมแลกเปลี่ยนประสบการณ์ แนวคิด และมุมมอง ดังนี้)
เภสัชกร จาก รพ.สระใคร ต้องมีการติดต่อสื่อสาร หาconnection จากกิจกรรมอื่น ๆ เช่น ออกหน่วย ส่งทีมเข้ารวมงานกีฬากับท้องถิ่น สระใครมีการตักบาตรที่ผู้นำชุมชนมาร่วมมีการพูดคุยยามเช้า
ผอ.รพสต. คนที่เป็นผู้นำ คือ ตัวหลักในการทำงานเช่นอสม./ ทำงานเป็นทีม บ้านฝาง ทีมในรพ.ใช้ความสมัครใจ ชวนกัน ก้าวไปหาเขาก่อน คุยกับทีมในชุมชนว่าเขาสนใจไหม
นักวิชาการสาธารณสุข จาก อำเภอบ้านฝาง จ.ขอนแก่น ทฤษฎีที่เรียนมาอาจใช้ไม่ได้ เดินเข้าไปหาเขาอยากเป็นเพื่อน “ไม่มั่วแต่ทั่วถึง” เราจะรู้ว่าเขาเป็นอย่างไร ขึ้นกับงานที่ทำ วัตถุประสงค์ของเรา ๆ ก็จะเลือกว่าคุยกับใคร
เจ้าหน้าที่จาก รพ.ขอนแก่น คิดถึงใจเขาใจเรา หาคนที่ชอบงานชุมชนและรักที่จะทำ ให้รู้สึกเหมือนเป็นบ้านเรา ให้คิดบวก และไขว่คว้าโอกาสที่ผ่านมาถึง
อ.โกวิท เรามีเครือข่ายทางสังคมคน คนเราอยากมีตำแหน่งทางสังคม (แต่ก็อาจทำให้เกิดกำแพง) การเกาะกลุ่มทำแบบง่าย ๆ มีความเสมอภาคพูดคุยบ่อย ๆ จิตอาสา..ทำให้ดูเป็นตัวอย่าง คิดว่าเป็นเรื่องของเรา หาพวกเข้ามาเรื่อย ๆ การมีจิตอาสาเกิดจากการหล่อหลอมของกลุ่ม
เจ้าหน้าที่จาก จ.หนองคาย การสร้างทีม ลงชุมชน ต้องไปบ่อย ๆ เราต้องให้เขาก่อน แล้วเขาจะให้คืนมา
วรางคณา จ.หนองบัวลำภู คิดถึงตอนเริ่มต้น เริ่มจากตัวเองมุ่งศึกษาตามความสนใจก่อนแล้วจึงหาเพื่อน หาทีม การพัฒนาทีม ความรู้ / ทัศนคติ /ทักษะ ความรู้เปลี่ยนวิธีคิดคน ทัศนคติเปลี่ยนความคิดเปลี่ยน เครื่องมือที่ใช้ในการเปลี่ยนความคิด การอบรมอาจจะน้อยกว่าการดูงาน การพัฒนาทีม การเรียนรู้ ของคนในทีมผ่านการพูดคุยอย่างไม่เป็นทางการ ทักษะ การลงมือทำ ทำให้เกิดทักษะ การพัฒนาทีมงานชาวบ้าน นักพัฒนา/พนักงานขนขาย ต้องเกาะติดใกล้ชิดกับชาวบ้าน
คำถามระดับเทคนิค วิธีการ
• การใช้เครื่องมือ...มีความเข้าใจหลังจากได้ลงมือทำ
• การตั้งคำถาม เริ่มจากการวางกรอบความคิดให้ชัดก่อน เชื่อมโยงไปถึงการวิเคราะห์ การจับประเด็น
• การตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูล ใช้การสังเกตและ cross check ใช้การยันข้อมูลกัน (เทคนิคประชุมกลุ่ม) ข้อมูลที่ผิดพลาดที่สุด คือ ข้อมูลมือสอง เพราะข้อมูลเป็นพลวัต แต่ใช้เพื่อประกอบให้เห็นองค์รวม
• การวิเคราะห์ (ปัญหา ศักยภาพ ความสัมพันธ์) วิเคราะห์ระบบย่อยให้ได้ก่อน (ตามแนวที่วางไว้ก่อนเก็บข้อมูล) นำมาประกอบส่วนย่อย (สังเคราะห์) ให้เป็นองค์รวม (สังเคราะห์เป็นการรวมกัน)
• การจัดเวลา/ งานประจำ งานอาสา จัดระเบียบความคิดก่อนเลือกอะไรสำคัญก่อนหลัง ลงพื้นที่ครั้งเดียวทำทั้งงานราษฎร์ งานหลวง
• การเลือกพื้นที่ เสนอให้เลือกพื้นที่นำร่อง เลือกจากพื้นที่ที่พร้อม/มองหา อสม.
• การใช้สุราเป็นตัวนำทำให้ลดความน่าเชื่อถือ ชาวบ้านสังเกตพฤติกรรมต่าง ๆ ของเจ้าหน้าที่ก่อนตัดสินใจว่าเป็นคนดี น่าเชื่อถือหรือไม่
การเลือกพื้นที่ เริ่มจากหมู่บ้านที่มีศักยภาพสูงก่อน เพื่อความมั่นใจ แล้วจึงเลือกหมู่ที่ท้าทายต่อไป (ชุมชนเมือง มีศักยภาพในการพึ่งตนเองระดับหนึ่ง) เป็นไปตามวัตถุประสงค์ บางครั้งไม่มีสิทธิเลือก มือใหม่ เริ่มจากดูขนาดหมู่บ้าน (ใหญ่มากยุ่งยาก) ไปมาสะดวก เดินทางง่าย ระบบในชุมชนไม่ควรซับซ้อนมาก รู้จักคนที่เป็นตัวเชื่อมในชุมชน
• การกำหนดกิจกรรม การเลือกกิจกรรมชาวบ้านจะเห็นจากปัญหาที่หนักที่สุดของเขาก่อน แต่เราทำไหวหรือไม่ ต้องเลือกเรื่องที่เราถนัด มีความชำนาญก่อน เมื่อเกิดความสำเร็จขึ้นชาวบ้านจะมั่นใจในตัวเราและตัวเองเพิ่มขึ้น
• การกำหนดกิจกรรม ต้องให้เกิดจากการตัดสินใจของชาวบ้านหลังจากที่ได้ข้อมูลครบถ้วนเหมาะสม อย่าไปประกันความสำเร็จ ให้ชาวบ้านเป็นเจ้าของ (Real participation) เลือกกิจกรรมที่ชาวบ้านทำได้สำเร็จ
• กลับไปจะทำอะไรต่อ
1. จากการวิเคราะห์ ปัญหา แนวโน้ม และศักยภาพ ถามชาวบ้านว่าอยากทำอะไร เห็นแนวโน้มกิจกรรม แล้วหาข้อมูลเพิ่มเอามาเป็นตัวกำหนดกิจกรรมละเอียด ดูความเป็นไปได้ แล้วจึงเริ่มดำเนินการ ข้อผิดพลาดที่พบคือ ขอเงินไว้ก่อน “เงินมา ปัญญามี” โครงการมักล้มเหลว
2. กลับไปเก็บข้อมูลให้มากพอที่จะเห็นภาพของชุมชน แล้วจึงเริ่มทำกิจกรรมเล็ก ๆ ก่อนจึงขยายไปสู่งานใหญ่ขึ้น
แล้วพวกเราก็แยกย้ายกันกลับบ้าน ไปวางแผนทำภารกิจต่อ นัดพบ 27 - 28 ตุลาคม 2554 นำประสบการณ์กลับมาแลกเปลี่ยน พัฒนาขั้นต่อไป
แล้วค่อยพบกันอีกนะคะ
ธิรัมภา