" อยู้เทิงสองเฮียนโลด "(อยู่ทั้งสองบ้านเลย)  นางพูดด้วยความมั่นใจ

 

      " หือ " ทำให้ผู้ใหญ่ทั้งสามท่านอุทานออกมาเกือบพร้อมกันและมองหน้านางด้วยความสงสัย  นางก็เลยอธิบายต่อว่า 

 

     " อิหล่าแลนไปแลนมากะได้ดอกแม  ยามมื่อแลงกินเข่าแล่ว อิหล่าจั่งสิไปบ้านครู ตอนเซ่าเฮ็ดเวียกแล่วกะกับมาอยู้กับอิแมคือเก่า" นางพยายามอธิบายในสิ่งที่ตั้งใจ

 

     พูดแล้วก็วิ่งเข้าไปกอดแม่แสงด้วยท่าทางประจบ ทำให้แม่พึมพำออกมาอีกว่า " เฮ็ดได้อยู้ติลูก ไหวบ่ล่ะ มันบ่แมนแนวม่วนเด้ "

 

      นางพยักหน้าแทนคำตอบและเดินมากอดแม่แทน ทำให้แม่มีสีหน้าลำบากใจมากขึ้น ตอนนั้นนางไม่แน่ใจว่าแม่เหนื่อย หรือเข่าอ่อนจะเป็นลมหรืออย่างไรก็ไม่ทราบเพราะแม่ค่อยๆนั่งลง และทุกคนก็นั่งตาม แม่พูดกับนางว่า 

   

    " แมบ่เคยคึดมาก่อนวาสิให่ลูกมาลำบากจั่งซี่  บ่เฮ็ดกะบ่มีไผวาดอกลูกแมเลี้ยงลูกได้อยู้ "

     แม่กอดนางแล้วน้ำตาซึม แม่แสงก็พลอยหน้าเจื่อนไปด้วย ส่วนคุณครูพูดว่า

 

     "ผมบ่บังคับเด้อยาย  บ่เป็นหยังดอก ค่อยคึดกันไป  เดี๋ยวผมกับบ้านก่อน"

 

     พูดจบคุณครูก็ขอตัวกลับด้วยสีหน้าที่นางเองก็อธิบายไม่ถูก เพราะคุณครูไม่ยิ้มเลย แต่ก็ไม่ได้หน้าบึ้ง เห็นแล้วน่าสงสารมาก นางจึงอยากช่วยครู แล้วสามคนแม่ลูกก็คุยกันต่อเพื่อยืนยันคำพูดของนาง 

 

      วันต่อมาหลังจากกินข้าวเย็นเสร็จแล้วนางก็วิ่งปร๋อไปที่บ้านคุณครูทันที  เริ่มงานด้วยการช่วยภรรยาของคุณครูเตรียมของที่จะทำขายพรุ่งนี้  อาหารก็ง่ายๆเช่นผัดหมี่ ข้าวผัด ไข่พะโล้  ของหวานก็มีเต้าส่วน ลอดช่อง สาคู เป็นต้น นางเองก็ไม่ได้ช่วยอะไรมาก แค่เป็นลูกมือช่วยหยิบโน่นหยิบนี่เท่านั้นเอง

 

      การเตรียมของไม่ยากและไม่นานด้วย แต่กว่าจะได้นอนกลับต้องใช้เวลาพอสมควรเพราะน้องยังไม่ยอมนอน เล่นกันจนเหนื่อยกว่าจะหลับลงได้  ตอนเช้าต้องตื่นแต่เช้ามืดเพื่อทำของขายให้เสร็จทันขายก่อนเด็กเข้าเรียน

 

     นางสนุกกับการช่วยป้า เพราะไม่เคยทำมาก่อน ตอนอยู่บ้านอยากช่วยพี่แต่พี่ๆก็ไม่ยอม ทุกครั้งที่ย่องเข้าไปในครัวก็จะได้ยินคำว่า

    "เด็กน่อยบ่ต้องมาเฮ็ดดอก เคียง ถ่ากินอย่างเดียวโลด" นางก็ได้แต่นั่งดู หรือไม่ก็ถอยออกมา พอมีโอกาสได้ทำก็เลยสนุกใหญ่ 

 

     เมื่อทุกอย่างเสร็จเรียบร้อยแล้วนางก็จะช่วยป้าขนของใส่รถเข็น แล้วป้าก็จะเข็นไปที่โรงเรียนเอง ส่วนนางปิดบ้านเสร็จก็จะกลับไปบ้านแม่แสงเพื่อดูแลน้องต่อ แม่แสงก็จะยิ้มอย่างอารมณ์ดีและถามไถ่อยู่เสมอๆว่า " เมือยบ่หล่า แลนไปแลนมา" (เหนื่อยไหม วิ่งไปวิ่งมา)นางก็จะตอบทุกครั้งว่า " บ่เมือยจ้า"  

 

      คุณครูและภรรยาจะเอ่ยขอบใจนางบ่อยครั้งที่เห็นนางช่วยงานด้วยความกระฉับกระเฉงและช่วยดูแลลูกๆของคุณครูด้วย

 

      แววตาเอ็นดูของคุณครูและป้าทำให้นางอุ่นใจ ถึงป้าจะปากร้ายและเสียงดังกับลูกๆแต่ท่านก็ไม่เคยดุนางเลย แววตาที่มองนางดูอ่อนโยนและมีเมตตา 

 

     ป้าเป็นคนพิถีพิถันกับทุกเรื่องท่านสอนนางทำอาหารและขนมด้วยความเอาใจใส่ทุกรายละเอียด  แค่นี้นางก็ถือว่า " คุ้มเกินคุ้ม" แล้วสำหรับประสบการณ์ดีๆในช่วงหนึ่งของชีวิต

 

       ช่วงนั้นมีคนมาสมัครทำงานหลายคนแต่อยู่ได้ไม่กี่วันก็ออกไป เพราะเป็นงานที่จุกจิกพอไม่ได้ดั่งใจป้าก็จะบ่น ลูกป้าก็ซนมากๆ วิ่งไล่กันบางครั้งของที่จะขายก็กระจุยกระจาย ทำให้ป้าหงุดหงิดและบ่นเสียงดังด้วย

 

     นางอยู่กับป้าได้เดือนกว่าๆก็มีคนมาสมัครงานใหม่ คราวนี้เป็นคนที่มีลูกแล้ว แต่ยายเป็นคนเลี้ยงให้ ส่วนตัวเองมาทำงานเพื่อหารายได้ คนนี้อยู่ได้นานเพราะมีประสบการณ์เลี้ยงลูกมาก่อน นางก็เลยหมดหน้าที่   

 

      พอถึงเวลาจะเลิกไปช่วยงานจริงๆทั้งคุณครูและป้าอยากให้อยู่ต่อ แม่แสงก็เลยนำเรื่องนี้ไปเล่าให้แม่ฟัง วันรุ่งขึ้นแม่ก็มาหานางทันทีและพูดกับนางว่า................

                   คลิ๊กดูรูปคลิ๊กดูรูป