วันนี้ ผมไปช่วยเป็นวิทยากรกระบวนการการจัดการความรู้การพัฒนาบัณฑิตอุดมคติไทย ให้กับเครือข่ายการพัฒนาบัณฑิตอุดมคติไทย  ซึ่งเครือข่ายนี้ถูกจัดตั้งขึ้นมาตั้งแต่ปี 2540 โดยในภาคเหนือมหาวิทยาลัยเชียงใหม่เป็นแม่ข่าย และมีโหนดเล็กๆ 4 โหนด โดยมหาวิทยาลัยนเรศวรเป็นโหนดหนึ่งในภาคเหนือตอนล่าง โดยครั้งนี้ มอนอ เป็นเจ้าภาพในการนำสถาบันอุดมศึกษาในภาคเหนือ 24 สถาบันเครือข่ายมาเรียนรู้เรื่องการจัดการความรู้กัน โดยเรามีหัวปลา ก็คือเราจะ ลปรร.กันในประเด็น การจัดการความรู้เพื่อพัฒนาบัณฑิตอุดมคติไทย ผลพวงจากการที่ต้องส่งจาว่าแต่เช้า ทำให้ผมมาถึงโรงแรมอัมรินทร์ลากูนตั้งแต่ 7 โมงเช้า ซึ่งจริงๆ เรานัดกับทีมงาน เจ็ดโมงครึ่ง ผมก็เลยนั่งอ่านหนังสือฆ่าเวลารอในรถ              พอเจ็ดโมงครึ่ง ขวัญตระกูลก็โทรมาว่า อาจารย์ เรานัดกันตรงไหนคะ ผมต้องรีบลงจากรถและเข้าไปที่ห้องวังพิกุล ของโรงแรม แต่ไม่ลืมที่จะหิ้วปาท่องโก๋ที่ซื้อติดมือมาเข้าไปด้วย ผมนัดแนะกับน้องๆ ทีมงานที่เราจะมาทำหน้าที่ Observer ในการเรียนรู้เรื่อง KM ไปกับการจัดกิจกรรมครั้งนี้ด้วย โดยทางทีมกองกิจ แบ่งผู้เข้าร่วมเสวนาออกเป็นสองกลุ่ม คือกลุ่มของผู้บริหาร 6 โต๊ะอยู่ห้องวังพิกุล ส่วนผู้อำนวยการกองกิจฯ และผู้อำนวยการกองบริการ หรือวิชาการ 7 โต๊ะ อยู่ห้องวังทอง            แต่ในตอนเช้าเรารวมกันในห้องแรกก่อนเพื่อร่วมพิธีเปิด และฟังคุณหมอวิจารณ์ ปาฐกถาพิเศษ ในหัวข้อ การจัดการความรู้เพื่อการพัฒนาบัณฑิตอุดมคติไทย ก่อนการจัดการเรามีการเตรียมงานกันก่อน อ.วิบูลย์ให้พวกเราคาดเดากันว่า คุณหมอจะพูดในประเด็นไหน ตอนแรกผมคิดว่าคุณหมอจะพูดอะไรที่ชัดเจนถึงบัณฑิตในอุดมคติ แต่พอมาพูดจริง คุณหมอก็ทำให้ประเด็นที่เราจะคุยกันเป็นเรื่องเบลอๆ ที่ไม่ชัดเจน โดยหมอใช้คำว่า ภาพฝัน โดยบอกว่าให้พวกเราที่มาเสวนา แลกเปลี่ยนเรียนรู้ความสำเร็จเล็กๆ จากของดีที่มีอยู่   และยังบอกอีกว่าเราควรกำหนดภาพฝันหลายๆ แบบ สิ่งที่ทำในเครือข่ายไม่ควรทำเหมือนๆ กันหมด แต่เราต้องใช้พลังของความต่างในการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ซึ่งกันและกัน และยังบอกอีกว่าอย่าหวังที่จะสร้างบัณฑิตที่ Perfect เพราะไม่มีทางเป็นไปได้ ที่จะได้บัณฑิตที่มีความพร้อมทางด้านพหุปัญญาทั้ง 8 ด้าน              หลังจากนั้น อาจารย์วิบูลย์

ขอพาลูกสวดมนต์เข้านอนก่อนนะครับ แล้วจะมาเล่าต่อ