วันนี้ขอเปิดประเด็นหนักๆ เลยนะครับ
เปรียบเทียบข้อดี/ข้อเสียของโปรแกรม HOMEC-IPD
ข้อดี
- ลดความผิดพลาดจากการเขียนมือของตึก/ การขอยาต่อเนื่องซ้ำซ้อนเพราะส่งเวรไม่เรียบร้อย
- คำขอยาต่อเนื่องครั้งต่อไป ทำได้รวดเร็วกว่าเดิม เพราะลดขั้นตอนการส่งใบคำขอจากตึกและไม่ต้องคีย์ใบสั่งยาใหม่ ซึ่ง จะสะดวกมากสำหรับคนไข้ที่ไม่มีการเปลี่ยนยาบ่อย/ นอนรักษาตัวนาน ทั้งนี้เคสแบบที่ว่าจะมีน้อยรายเพราะแพทย์มักมีการเปลี่ยนยาอยู่เรื่อยๆ
- ลดปัญหาการการบวกค่ายาผิดถ้ารหัส+ฟอร์มใบคำขอยาสมบูรณ์แล้ว
- สามารถพัฒนาต่อยอดได้เยอะ แต่ตอนนี้ผมไม่ค่อยมั่นใจแล้วครับเพราะรู้สึกนโยบายจะเปลี่ยนการทำงานให้เข้ากับโปรแกรมแทนที่เราจะพัฒนาโปรแกรมให้เข้ากับงานของเรา
อย่างข้อแรก บางทีพยาบาลไม่ส่งเวรกันดีๆ คนเวรแรกมาคืนยาและขอหยุดยา เวรที่สองมาทวงยาบอกว่ายาครบกำหนดกินแล้วทำไมไม่ได้ยา เราก็สับสนตกลงหยุดยาไม๊เนี่ย จะให้ไปถามเวรก่อนว่าตกลงยังไงก็ต้องรอตอนเช้า วันต่อมาพยาบาลมาคืนยาบอกว่าก็หยุดยาไปแล้วนี่.... สรุปว่าผมต้องทำงาน 3 รอบแทนที่จะทำทีเดียวเสร็จ
บางทีอาจต้องส่งใบคำสั่งแพทย์หยุดยาลงมาแล้วละครับ ถ้าจะหยุดยาและอาจต้องเขียนเหตุผลในการหยุดด้วยครับ เราจะได้สามารถตอบได้ถูกต้องว่าคนไข้หยุดยาเพราะอะไรถ้าเจอพยาบาลเวรคนไหนถามเราก็จะได้ตอบถูกเช่น คุณหมอสั่งเปลี่ยนยาอื่น คนไข้แพ้ยา คนไข้ลดขนาดยา ก็ว่ากันไป ข้อสอง ที่ทุกวันนี้ทำได้เร็วเพราะยังอยู่ช่วงทดลองตึกเดียวครับ ตกตอนเช้าจะมีใบคำขอ 10-20 ใบซึ่งเราจะจัดตอนเปิดห้องเลย ก่อนคนไข้นอกจะมาซึ่งก็ประทับใจกันทั้ง 2 ฝ่ายครับทั้งตึก 7/6 กับห้องยาแต่หากเราทำทุกตึกจริงๆ ก็กะประมาณเตียงคนไข้คาดว่าจะถึง 100 ใบคำขอในใบยาต่อเนื่องช่วงเช้า ซึ่งอาจมีปัญหาเตรียมไม่ทันกับยาช่วงเช้าของตึก ก็ต้องหาวิธีกันต่อไปครับ
ข้อเสีย
- ตัวโปรแกรมยังไม่สมบูรณ์ การใช้โปรแกรมมีความยุ่งยากกว่าเดิม ตัวโปรแกรมถูกออกแบบมาตายตัวแก้ไขไม่ได้มากต้องปรับตัวคนเข้ากับโปรแกรมแทนที่จะรับโปรแกรมเข้ากับการทำงานคนคีย์จึงต้องอาศัยความเชี่ยวชาญสูง ซึ่งต้องเพิ่มหน้าที่เภสัชกรเข้าไปคีย์ยาด้วย ทำให้เภสัชกรรับภาระหนักขึ้นต้องทั้งคีย์ยา/ เช็คยา/ ส่งมอบยา
1.1 ใบสั่งยาอ่านยากเกินความเข้าใจของพนักงาน
แพทย์ต้องเขียนระบุการ OFF (หยุด) ยาให้ชัดเจน เพราะบางครั้งไม่ได้ระบุลงมา แต่มีการสั่งใช้ยากลุ่มเดียวกันหรืออาจเป็นตัวเดียวกันเพิ่มใหม่ ทั้งกิน/ฉีด ซึ่งเจ้าหน้าที่ไม่สามารถเข้าใจได้ก็จะให้คีย์ยาไปทั้งหมด ทำให้เภสัชกรต้องมาคาดเดาและโทรถามตึกหรือแพทย์อีกว่า ตกลงยาที่ใช้ก่อนหน้านี้จะหยุดยาหรือไม่
อีกทั้งการเปลี่ยนวิธีใช้ยาในยาเดิม เจ้าหน้าที่ต้องหยุดคำขอยาเก่าก่อนและสร้างคำขอยาใหม่ที่มีวิธีใช้ใหม่ในยาต่อเนื่อง แพทย์ต้องระบุให้ชัดเจนว่า เปลี่ยนวิธีใช้ยา ทางห้องยาไม่อาจทราบว่าตกลงนี่คือเปลี่ยนวิธีใช้ใหม่หรือว่าระบุวิธีใช้ยาเก่ามาผิดโดยเฉพาะในเคสที่มีแพทย์ตรวจหลายคนแล้วระบุยาตัวเดิมมาต่างกัน <p style="margin: 0cm 0cm 0pt 54pt" class="MsoNormal">1.2 การแยกประเภทของยาให้เข้ากับประเภทของใบยา ซึ่งแบ่งเป็น ยาปกติ/ ต่อเนื่อง/ กลับบ้าน</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt 54pt" class="MsoNormal">(ยากลับบ้าน หากให้โปรแกรมใส่จำนวนวันลงไปด้วยจะเป็นยาต่อเนื่องหรือไม่เพราะจะช่วยเราคำนวณได้ หากตึกกำหนดวันนัด เช่น 27 วัน มาเพื่อลดข้อผิดพลาดจากการกดเลขเองด้านนอกมาลง)</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt 54pt" class="MsoNormal">1.3 มีขั้นตอนการ Confirm (ยืนยันว่าคำขอถูกต้อง) เพิ่มขึ้น </p>เพราะบริษัทออกแบบใช้ยืนยันแล้วว่าคีย์ยาถูกต้องทั้งหมดจะทำการแก้ไขไม่ได้อีก <p style="margin: 0cm 0cm 0pt 54pt" class="MsoNormal">ยกเลิก/แก้ไขลำบากหากมีการ Confirm ยาแล้วไม่ว่าจะเป็นวิธีใช้ผิด/จำนวนผิด/จำนวนวันผิดจึงให้มีการ Confirm หลังสุดซึ่งยังรอตกลงกันอยู่ว่าหากต้องการลดขั้นการทำงานจริงๆ คือ Confirm ทันทีเมื่อคีย์เสร็จไม่ว่าผิดเล็กน้อยก็ตาม ต้องสร้างใบคำขอใหม่ทั้งหมดโดยเฉพาะ</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt 54pt" class="MsoNormal">ยาต่อเนื่องเพราะหากผิดครั้งแรก ใบคำขอในครั้งต่อๆ ไปก็จะแสดงวิธีใช้ผิดออกมาตาม</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt 54pt" class="MsoNormal">ส่วนยาปกติ/กลับบ้านอาจใช้วิธีคีย์ใบคืนยาที่ผิด 1 ใบ/ คีย์ยาที่ถูกต้องอีก 1 ใบ แต่ก็อาจสร้างความสับสนให้กับตึกได้ ในการตรวจ</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt 54pt" class="MsoNormal">สรุป ทุกวันนี้จึงยังไม่ให้มีการ Confirm แต่การทำดังกล่าวก็เพิ่มภาระคนส่งมอบยาอีก คือ เภสัชกร ที่ต้องรับภาระเป็น คีย์ยา/ เช็คยา/ ส่งมอบยา/ Confirm ยา</p><h4> 2. พึ่งระบบคอมพิวเตอร์มากขึ้น
</h4><p>ทำให้หากเครื่องคอมพิวเตอร์ใช้ไม่ได้การทำงานจะหยุดชะงัก ต่างจากเดิมหากระบบหยุดยังมีระบบเขียนใส่ใบคำขอจากตึกได้ ปัญหานี้อาจแก้ได้โดยเพิ่มระบบเซฟเวอร์สำรองหากเครื่องหนึ่งหยุดยังมีอีกเครื่องทำงานได้ (ปัจจุบันยังไม่มีจึงต้องรอต่อไป)</p><h4>
3. ใช้เวลานานกว่าเดิม/ใบสั่งยา
</h4><p>ผู้ใช้บริการที่มีคำขอยาใหม่ต้องรอนานมากขึ้น เดิมจะสามารถแยกนำใบยาส่วนหนึ่งไปจัดก่อนแล้วนำมาคีย์ที่หลังได้ทำให้ไม่ต้องรอคนคีย์ซึ่งมี 2 เครื่อง ลดเวลาลงเกือบครึ่งทำให้ทั้งคนใช้และ คนรอบริการพอใจแต่ระบบใหม่มีความซับซ้อนทำให้ไม่สามารถนำไปจัดรอก่อนได้ต้องคีย์ยาก่อน….ได้ใบคำขอจึงไปจัดยาตามขั้นตอน อีกทั้งการคีย์ยาจะกินเวลานานกว่าเดิม คิดคร่าวๆ ต้องใช้เวลาเพิ่มอย่างน้อยก็อาจเพิ่มเท่าตัว </p><h3 style="margin: 0cm 0cm 0pt; tab-stops: list 36.0pt" class="MsoNormal">
3. ใช้กระดาษจำนวนมาก ส่งผลให้เครื่องพิมพ์ทำงานหนักขึ้นรวมทั้งการจัดเก็บเอกสารลำบากขึ้น
</h3><p style="margin: 0cm 0cm 0pt 36pt" class="MsoNormal">จากเดิมใช้ 1 ใบคำขอก็สามารถเขียนได้หลายวันแต่ระบบใหม่นี้ 1 คำขอต้องใช้กระดาษหลายใบ เช่น ใบยาปกติ/ใบยาคืน/ใบเวชภัณฑ์/ใบยาต่อเนื่องหากมีการคีย์พลาดก็ต้องผิดใหม่ในแต่ละใบ </p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt 36pt" class="MsoNormal">ซึ่งจากการทดลองครึ่งระบบใหม่วันนี้ 7/8/49 พบว่า </p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt 36pt" class="MsoNormal">ได้ใช้กระดาษไปราว 168 แผ่นสำหรับคนไข้ใน 1 คำขอ ต่อ 1 ใบ + </p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt 36pt" class="MsoNormal">ใบ Confirm ของ 7/6 ที่ทำเต็มระบบต้องสำรองอีกชุด 22 ใบ </p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt 36pt" class="MsoNormal">168+22 = 190 แผ่น </p>(หมายเหตุ ไม่นับรวมใบที่อาจเสียที่เกิดจากคีย์พลาด กระดาษติดเครื่อง อื่นๆ และระบบนี้เราจะไม่แยกยาคืน เวชภัณฑ์ ยาต่อเนื่อง ยากลับบ้าน ออกจากกันเพื่อลดปริมาณใช้กระดาษลงจาก 1-4 แผ่นเหลือ 1-2 แผ่น/ครั้ง) <p style="margin: 0cm 0cm 0pt 36pt" class="MsoNormal">เดือนหนึ่งตกต้องใช้กระดาษราวๆ 190*20 = 3800 แผ่น/เดือน</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt 36pt" class="MsoNormal"> ถ้าวิ่งเต็มระบบจริงก็อาจต้องเพิ่มเป็น 2-4 เท่าครับ </p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt 36pt" class="MsoNormal">ทางเราก็พยายามทำ Drug profile ให้สามารถเช็คได้ง่าย รวดเร็วอยู่ครับเพื่อลดภาระการเก็บข้อมูลมาทำ Drug profile เก็บไว้ข้างนอกเพราะจากการทดลองพบว่ากินเวลานานในการเปิดดูประวัติการใช้ยาแต่ละครั้งและไม่สะดวกต่อการที่เภสัชจะไปแย่งเครื่องคอมพิวเตอร์ของเจ้าหน้าที่คีย์ยาซึ่งมีเพียง 2 เครื่อง เครื่องหนึ่งคีย์คนไข้นอก อีกเครื่องคีย์คนไข้ในก็เต็มที่แล้วครับ</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt 36pt" class="MsoNormal">ระบบนี้ลำบากทั้งคนพิมพ์/คนจัดเรียง/คนเก็บ/คนดูข้อมูล ทุกฝ่ายเลยเพราะต้องหาเนื้อที่ๆ มันจำกัดอยู่แล้วมาวางให้เรียงค้นหาง่าย ซึ่งคาดว่าอาจต้องใช้ตู้ประมาณ 100-200 ลิ้นชัก ในการเก็บข้อมูลเตียงคนไข้แต่ละตึก จากนั้นพอใกล้เลิกงาน นำใบยา 100-200 กว่าคำขอ ซึ่งแต่ละคำขออาจมีได้ 1-4 ใบมาเรียงตามลิ้นชัก แน่นอนว่าต้องทำทุกวันรวมทั้งนอกเวลาก็ต้องมาเรียงด้วย….</p><p>ผมจึงเสนอดูว่าหากเราต้องเอาตู้ลิ้นชักมากขนาดนั้นมาเก็บใส่เอกสาร เราขอคอมพิวเตอร์อีกเครื่องให้เภสัชเช็คจากที่โต๊ะทำงานเลยจะดีกว่าไหม ใช้พื้นที่น้อยกว่า จ่ายเงินราคาอาจพอๆ กับตู้ทั้งหมดด้วยและข้อมูลก็อัพเดตเร็วกว่า ไม่ต้องเสียเวลาเจ้าหน้าที่มานั่งจัดเรียงข้อมูลทุกวัน รวมทั้งปริมาณกระดาษ/หมึกเครื่องพิมพ์เลเซอร์ที่ต้องพิมพ์ทุกวัน แต่ทั้งนี้ก็ขึ้นกับตัว Drug profile ที่กำลังแก้ให้สามารถเปิดดุได้รวดเร็วขึ้น ถ้าแก้ไขได้ก็จะหมดปัญหาไปเปราะใหญ่ </p><hr><p>อ่านมาถึงตรงนี้ขอชมว่าเก่งมากครับ (ถ้าไม่เลื่อนมาอ่านตอนจบเลยนะ)</p><h5>
<div style="text-align: center">
</div> </h5><h4 align="center">ก่อนจาก ช่วงนี้อากาศเริ่มหนาว ระวังหวัดกันดีๆ นะคร้าบ </h4><h3 align="center">
ฮ้าด ชะ เอ้ย...!! </h3><h5 align="center">(สังเกตครับ สีเขียวหมือนสี…)</h5><h5> </h5><h5><div style="text-align: center">
</div></h5><p> </p><h5 align="center">เห็นเป็ดน้อยตัวนี้แล้วนึกถึงตัวเอง </h5><h5 align="center">ที่มีชีวิตอีกหนึ่งวันที่หมดไปอย่างรวดเร็ว</h5><h5 align="center">แสดงว่า เราน่ารักน่ากินเหมือนเป็ด </h5><h5 align="center">อืมๆ...เป็ดน้อยน่ารัก น่ารักเลยเดินเล่น</h5><h5 align="center">(กำลังเพ้อครับอย่าคิดลึก)</h5><p align="center">มาแก้ไขย่อหน้าครับ(๑) 9 สค.49</p>
เย็นไว้...เย็นไว้......ท่านจอมยุทธ
อืมม์.....ดูจากหน้าตาของบันทึกวันนี้ ไม่สดใสเหมือนเคย ป้าว่าท่านจันทร์ฯ คงรู้สึกอึดอัดกับปัญหาที่ต้องพบเจออยู่มิใช่น้อย
หลังจากได้ระบายของเสียออกจากสมองไปตั้งกระบุงโตในบันทึกนี้แล้ว ป้าคิดว่าคงทำให้ท่านจันทร์ฯ รู้สึกดีขึ้นบ้างนะ..พรุ่งนี้จะได้เริ่มงานด้วยสมองที่แจ่มใส และจิตใจที่เบิกบาน
การแก้ปัญหาก็เหมือนการฝึกวิทยายุทธ ยิ่งฝึก ยิ่งเก่ง อย่าลืมว่า..ปัญหาเขามีไว้ให้แก้
(ปล. อย่าเผลอไปมองเสื้อผ้าของสาวๆ ว่าเป็นปัญหาซะล่ะ...เดี๋ยวเกิดอยากแก้ขึ้นมา....จะหาว่าป้าไม่เตือน)
ปัญหามีไว้ให้แก้ แล้วทุกปัญหาก็มีทางออก
เคยรู้มาว่า สถาบันโรคทรวงอกใช้โปรแกรมนี้เหมือนกัน แต่ปัญหาน้อยกว่าของเรา น่าจะลองลปรร.ดูนะคะ
(หรือข้อมูลไม่ update ซะแล้ว)
สหายเอ๋ย....วันนี้ท่านบ่นเสียจนเต็มจอไปหมด ไม่มีคอมเมนต์
เลยให้รูปคลายเครียด ๑ รูปครับ
คุณจันทร์เมามาย
หลังจากดูรูปแล้ว คาดว่าจะคลายลงพอสมควรนะครับ
(หรือเครียดยิ่งกว่าเดิม)
......
คำบ่นแบบนี้ มีประโยชน์มาก หากนำไปเข้าที่ประชุมทีมบริหารงานโรงพยาบาล หรือทีมพัฒนาคุณภาพ
ถือว่า เป็นความเสี่ยง : Risk ที่เกิดขึ้นในโรงพยาบาล
คุณจันทร์เมามาย เขียนได้ละเอียดทุกแง่มุม เกี่ยวกับปัญหาที่เจอในการทำงานประจำ
สิ่งที่ต้องทำต่อไปคือ ดูว่ามีฝ่ายใดที่เกี่ยวข้องบ้าง และนั่งคุยกัน เพื่อหาทางออกกับปัญหานั้น
เอ...ผมก็บ่นไปกับเขาด้วย เกี่ยวอะไรเนี่ย!!!!!
เพื่อนผม เขาคือ เพื่อนผม
เรียน ประธานความเสี่ยง(ผ่านเลขาฯ)
กรุณานำบันทึก รายงานความเสี่ยงนี้เข้าสภา เอ้ย! เข้าในวาระการประชุมครั้งหน้าด้วยค่ะ
จึงเรียนมาเพื่อโปรดพิจารณา
ขอเป็นกำลังใจให้ โอ่โฮ้ อ่าน มาเป็นเดือน ไม่เคยเห็น ใครเขียนได้ยาว เท่านี้มาก่อน คุณแน่จริงๆ วันนี้เลยขอแสดงความคิดเห็นด้วยเป็นครั้งแรก
บอกปัญหาที่พบให้หมดเพื่อได้แก้ไข(ถ้าเจ้าของโปรแกรมยอม)พี่เคยประสบปัญหาทำนองนี้มาตั้งแต่ ประธาน ไอทีคนเก่ายังอยู่ที่บำราศ
อย่าเพิ่งเมาตามโปรแกรม ไป ก่อน สู้ๆๆๆ เพื่อ คนไข้ จะติดตามตอนต่อไป
ขอบคุณทุกๆ ท่านที่มาให้กำลังใจครับ
คุณ ท.น.237 (อ่านว่าคุณทน-อดทนสินะครับ )
คุณไม่แสดงตน
คุณป้าปวมและคุณ moomi
สหายจตุพรกับป้าเปรี้ยว
เมื่อวานผมจะเขียนแล้วครับ แต่เน็ตมันอืดอีกรอบหลังจากไม่เป็นมานาน
พูดถึงไวรัส ระวังดีๆ นะครับทั้งไวรัสคอมและไวรัสไข้หวัดนกที่กำลังฮิต
ยาแก้อกหักนี่ต้องถามเป็นรายๆ นะครับ
ตั้งแต่พบตัวจริงท่าน "จันทร์เมามาย" เมื่อวันพบปะผู้เขียน Blog ของสถาบันเรา พึ่งมีเวลาอ่าน Blog วันนี้เอง อ่านมาถึงบันทึกนี้ "เมาจริงๆ เลย" ค่ะ
แต่ยินดีนะคะที่จับปัญหาได้ เพราะมองในมุมบวก การพบปัญหาเป็นสิ่งดี (ดีกว่าอยู่ไปวันๆ อะไรจะเกิดก็ช่าง) แต่ความสำคัญอยู่ที่ต้องรีบช่วยกันหาทางแก้ปัญหา เพราะถ้าทิ้งไว้เนินนานเกินไปคนเผชิญปัญหาจะหมดแรงไปทุกทีๆ ค่ะ
คุณ ศูนย์พัฒนาคุณภาพ Anonymous
อย่าเมาตามผมเลยครับ
ตอนนี้กำลังจับ+นับคุณปัญหาอยู่ครับ
ไม่ต้องกลัวว่าผมจะหมดแรงจัดการปัญหาครับ
เพราะตอนนี้กาลังหมดแรงนับ เอื้อก...
คุณจันทร์เมามาย ผู้บริหารคงได้ทราบปัญหาแล้ว แต่จะสามารถแก้ไข้ช่วยเรื่องดังกล่าวคงต้องWait and See กินอาหารให้อร่อยต้องใจเย็นๆๆๆ