วันนี้ขอเปิดประเด็นหนักๆ เลยนะครับ

เปรียบเทียบข้อดี/ข้อเสียของโปรแกรม HOMEC-IPD

 

ข้อดี

  1. ลดความผิดพลาดจากการเขียนมือของตึก/ การขอยาต่อเนื่องซ้ำซ้อนเพราะส่งเวรไม่เรียบร้อย
  2. คำขอยาต่อเนื่องครั้งต่อไป ทำได้รวดเร็วกว่าเดิม เพราะลดขั้นตอนการส่งใบคำขอจากตึกและไม่ต้องคีย์ใบสั่งยาใหม่ ซึ่ง จะสะดวกมากสำหรับคนไข้ที่ไม่มีการเปลี่ยนยาบ่อย/ นอนรักษาตัวนาน ทั้งนี้เคสแบบที่ว่าจะมีน้อยรายเพราะแพทย์มักมีการเปลี่ยนยาอยู่เรื่อยๆ
  3. ลดปัญหาการการบวกค่ายาผิด ถ้ารหัส+ฟอร์มใบคำขอยาสมบูรณ์แล้ว
  4. สามารถพัฒนาต่อยอดได้เยอะ แต่ตอนนี้ผมไม่ค่อยมั่นใจแล้วครับเพราะรู้สึกนโยบายจะเปลี่ยนการทำงานให้เข้ากับโปรแกรมแทนที่เราจะพัฒนาโปรแกรมให้เข้ากับงานของเรา
  หมายเหตุ ปัญหาเก่าไป  ปัญหาใหม่เกิด ข้อดีที่ว่าก็แก้ปัญหาไม่ได้หมดทุกกรณีนะครับ เพราะบางเรื่องก็เป็นปัญหาจากคนล้วนๆ

อย่างข้อแรก บางทีพยาบาลไม่ส่งเวรกันดีๆ คนเวรแรกมาคืนยาและขอหยุดยา เวรที่สองมาทวงยาบอกว่ายาครบกำหนดกินแล้วทำไมไม่ได้ยา เราก็สับสนตกลงหยุดยาไม๊เนี่ย จะให้ไปถามเวรก่อนว่าตกลงยังไงก็ต้องรอตอนเช้า วันต่อมาพยาบาลมาคืนยาบอกว่าก็หยุดยาไปแล้วนี่.... สรุปว่าผมต้องทำงาน 3 รอบแทนที่จะทำทีเดียวเสร็จ

บางทีอาจต้องส่งใบคำสั่งแพทย์หยุดยาลงมาแล้วละครับ ถ้าจะหยุดยาและอาจต้องเขียนเหตุผลในการหยุดด้วยครับ เราจะได้สามารถตอบได้ถูกต้องว่าคนไข้หยุดยาเพราะอะไร ถ้าเจอพยาบาลเวรคนไหนถามเราก็จะได้ตอบถูกเช่น คุณหมอสั่งเปลี่ยนยาอื่น คนไข้แพ้ยา คนไข้ลดขนาดยา ก็ว่ากันไป ข้อสอง ที่ทุกวันนี้ทำได้เร็วเพราะยังอยู่ช่วงทดลองตึกเดียวครับ ตกตอนเช้าจะมีใบคำขอ 10-20 ใบซึ่งเราจะจัดตอนเปิดห้องเลย ก่อนคนไข้นอกจะมา ซึ่งก็ประทับใจกันทั้ง 2 ฝ่ายครับทั้งตึก 7/6 กับห้องยาแต่หากเราทำทุกตึกจริงๆ ก็กะประมาณเตียงคนไข้คาดว่าจะถึง 100 ใบคำขอในใบยาต่อเนื่องช่วงเช้า ซึ่งอาจมีปัญหาเตรียมไม่ทันกับยาช่วงเช้าของตึก ก็ต้องหาวิธีกันต่อไปครับ 


ข้อเสีย

  1. ตัวโปรแกรมยังไม่สมบูรณ์ การใช้โปรแกรมมีความยุ่งยากกว่าเดิม ตัวโปรแกรมถูกออกแบบมาตายตัวแก้ไขไม่ได้มากต้องปรับตัวคนเข้ากับโปรแกรมแทนที่จะรับโปรแกรมเข้ากับการทำงาน คนคีย์จึงต้องอาศัยความเชี่ยวชาญสูง ซึ่งต้องเพิ่มหน้าที่เภสัชกรเข้าไปคีย์ยาด้วย ทำให้เภสัชกรรับภาระหนักขึ้นต้องทั้งคีย์ยา/ เช็คยา/ ส่งมอบยา

1.1 ใบสั่งยาอ่านยากเกินความเข้าใจของพนักงาน

แพทย์ต้องเขียนระบุการ OFF ( หยุด ) ยาให้ชัดเจน เพราะบางครั้งไม่ได้ระบุลงมา แต่มีการสั่งใช้ยากลุ่มเดียวกันหรืออาจเป็นตัวเดียวกันเพิ่มใหม่ ทั้งกิน/ฉีด ซึ่งเจ้าหน้าที่ไม่สามารถเข้าใจได้ก็จะให้คีย์ยาไปทั้งหมด ทำให้เภสัชกรต้องมาคาดเดาและโทรถามตึกหรือแพทย์อีกว่า ตกลงยาที่ใช้ก่อนหน้านี้จะหยุดยาหรือไม่

อีกทั้งการเปลี่ยนวิธีใช้ยาในยาเดิม เจ้าหน้าที่ต้องหยุดคำขอยาเก่าก่อนและสร้างคำขอยาใหม่ที่มีวิธีใช้ใหม่ในยาต่อเนื่อง แพทย์ต้องระบุให้ชัดเจนว่า เปลี่ยนวิธีใช้ยา ทางห้องยาไม่อาจทราบว่าตกลงนี่คือเปลี่ยนวิธีใช้ใหม่หรือว่าระบุวิธีใช้ยาเก่ามาผิดโดยเฉพาะในเคสที่มีแพทย์ตรวจหลายคนแล้วระบุยาตัวเดิมมาต่างกัน <p style="margin: 0cm 0cm 0pt 54pt" class="MsoNormal">1.2 การแยกประเภทของยาให้เข้ากับประเภทของใบยา ซึ่งแบ่งเป็น ยาปกติ/ ต่อเนื่อง/ กลับบ้าน</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt 54pt" class="MsoNormal">(ยากลับบ้าน หากให้โปรแกรมใส่จำนวนวันลงไปด้วยจะเป็นยาต่อเนื่องหรือไม่เพราะจะช่วยเราคำนวณได้ หากตึกกำหนดวันนัด เช่น 27 วัน มาเพื่อลดข้อผิดพลาดจากการกดเลขเองด้านนอกมาลง)</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt 54pt" class="MsoNormal">1.3 มีขั้นตอนการ Confirm (ยืนยันว่าคำขอถูกต้อง) เพิ่มขึ้น </p>เพราะบริษัทออกแบบใช้ยืนยันแล้วว่าคีย์ยาถูกต้องทั้งหมด จะทำการแก้ไขไม่ได้อีก <p style="margin: 0cm 0cm 0pt 54pt" class="MsoNormal">ยกเลิก/แก้ไขลำบากหากมีการ Confirm ยาแล้วไม่ว่าจะเป็นวิธีใช้ผิด/จำนวนผิด/จำนวนวันผิด จึงให้มีการ Confirm หลังสุด ซึ่งยังรอตกลงกันอยู่ว่าหากต้องการลดขั้นการทำงานจริงๆ คือ Confirm ทันทีเมื่อคีย์เสร็จ ไม่ว่าผิดเล็กน้อยก็ตาม ต้องสร้างใบคำขอใหม่ทั้งหมดโดยเฉพาะ</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt 54pt" class="MsoNormal">ยาต่อเนื่องเพราะหากผิดครั้งแรก ใบคำขอในครั้งต่อๆ ไปก็จะแสดงวิธีใช้ผิดออกมาตาม</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt 54pt" class="MsoNormal">ส่วนยาปกติ/กลับบ้านอาจใช้วิธีคีย์ใบคืนยาที่ผิด 1 ใบ/ คีย์ยาที่ถูกต้องอีก 1 ใบ แต่ก็อาจสร้างความสับสนให้กับตึกได้ ในการตรวจ</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt 54pt" class="MsoNormal">สรุป ทุกวันนี้จึงยังไม่ให้มีการ Confirm แต่การทำดังกล่าวก็เพิ่มภาระคนส่งมอบยาอีก คือ เภสัชกร ที่ต้องรับภาระเป็น คีย์ยา/ เช็คยา/ ส่งมอบยา/ Confirm ยา</p><h4> 2.      พึ่งระบบคอมพิวเตอร์มากขึ้น </h4><p>ทำให้หากเครื่องคอมพิวเตอร์ใช้ไม่ได้การทำงานจะหยุดชะงัก ต่างจากเดิมหากระบบหยุดยังมีระบบเขียนใส่ใบคำขอจากตึกได้ ปัญหานี้อาจแก้ได้โดยเพิ่มระบบเซฟเวอร์สำรองหากเครื่องหนึ่งหยุดยังมีอีกเครื่องทำงานได้ (ปัจจุบันยังไม่มีจึงต้องรอต่อไป)</p><h4> 3.      ใช้เวลานานกว่าเดิม/ใบสั่งยา </h4><p>ผู้ใช้บริการที่มีคำขอยาใหม่ต้องรอนานมากขึ้น เดิมจะสามารถแยกนำใบยาส่วนหนึ่งไปจัดก่อนแล้วนำมาคีย์ที่หลังได้ทำให้ไม่ต้องรอคนคีย์ซึ่งมี 2 เครื่อง ลดเวลาลงเกือบครึ่งทำให้ทั้งคนใช้และ คนรอบริการพอใจแต่ระบบใหม่มีความซับซ้อนทำให้ไม่สามารถนำไปจัดรอก่อนได้ต้องคีย์ยาก่อน….ได้ใบคำขอจึงไปจัดยาตามขั้นตอน อีกทั้งการคีย์ยาจะกินเวลานานกว่าเดิม คิดคร่าวๆ ต้องใช้เวลาเพิ่มอย่างน้อยก็อาจเพิ่มเท่าตัว </p><h3 style="margin: 0cm 0cm 0pt; tab-stops: list 36.0pt" class="MsoNormal"> 3.  ใช้กระดาษจำนวนมาก ส่งผลให้เครื่องพิมพ์ทำงานหนักขึ้น รวมทั้งการจัดเก็บเอกสารลำบากขึ้น </h3><p style="margin: 0cm 0cm 0pt 36pt" class="MsoNormal">จากเดิมใช้ 1 ใบคำขอก็สามารถเขียนได้หลายวันแต่ระบบใหม่นี้ 1 คำขอต้องใช้กระดาษหลายใบ เช่น ใบยาปกติ/ใบยาคืน/ใบเวชภัณฑ์/ใบยาต่อเนื่อง หากมีการคีย์พลาดก็ต้องผิดใหม่ในแต่ละใบ </p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt 36pt" class="MsoNormal">ซึ่งจากการทดลองครึ่งระบบใหม่วันนี้ 7/8/49 พบว่า </p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt 36pt" class="MsoNormal">ได้ใช้กระดาษไปราว 168 แผ่นสำหรับคนไข้ใน 1 คำขอ ต่อ 1 ใบ + </p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt 36pt" class="MsoNormal">ใบ Confirm ของ 7/6 ที่ทำเต็มระบบต้องสำรองอีกชุด 22 ใบ </p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt 36pt" class="MsoNormal">168+22 = 190 แผ่น </p>(หมายเหตุ ไม่นับรวมใบที่อาจเสียที่เกิดจากคีย์พลาด กระดาษติดเครื่อง อื่นๆ  และระบบนี้เราจะไม่แยกยาคืน เวชภัณฑ์ ยาต่อเนื่อง ยากลับบ้าน ออกจากกันเพื่อลดปริมาณใช้กระดาษลงจาก 1-4 แผ่นเหลือ 1-2 แผ่น/ครั้ง) <p style="margin: 0cm 0cm 0pt 36pt" class="MsoNormal">เดือนหนึ่งตกต้องใช้กระดาษราวๆ 190*20 = 3800 แผ่น/เดือน</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt 36pt" class="MsoNormal"> ถ้าวิ่งเต็มระบบจริงก็อาจต้องเพิ่มเป็น 2-4 เท่าครับ </p>  <p style="margin: 0cm 0cm 0pt 36pt" class="MsoNormal">ทางเราก็พยายามทำ Drug profile ให้สามารถเช็คได้ง่าย รวดเร็วอยู่ครับเพื่อลดภาระการเก็บข้อมูลมาทำ Drug profile เก็บไว้ข้างนอกเพราะจากการทดลองพบว่ากินเวลานานในการเปิดดูประวัติการใช้ยาแต่ละครั้งและไม่สะดวกต่อการที่เภสัชจะไปแย่งเครื่องคอมพิวเตอร์ของเจ้าหน้าที่คีย์ยาซึ่งมีเพียง 2 เครื่อง เครื่องหนึ่งคีย์คนไข้นอก อีกเครื่องคีย์คนไข้ในก็เต็มที่แล้วครับ</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt 36pt" class="MsoNormal">ระบบนี้ลำบากทั้งคนพิมพ์/คนจัดเรียง/คนเก็บ/คนดูข้อมูล ทุกฝ่ายเลยเพราะต้องหาเนื้อที่ๆ มันจำกัดอยู่แล้วมาวางให้เรียงค้นหาง่าย ซึ่งคาดว่าอาจต้องใช้ตู้ประมาณ 100-200 ลิ้นชัก ในการเก็บข้อมูลเตียงคนไข้แต่ละตึก จากนั้นพอใกล้เลิกงาน นำใบยา 100-200 กว่าคำขอ ซึ่งแต่ละคำขออาจมีได้ 1-4 ใบมาเรียงตามลิ้นชัก แน่นอนว่าต้องทำทุกวันรวมทั้งนอกเวลาก็ต้องมาเรียงด้วย….</p><p>ผมจึงเสนอดูว่าหากเราต้องเอาตู้ลิ้นชักมากขนาดนั้นมาเก็บใส่เอกสาร เราขอคอมพิวเตอร์อีกเครื่องให้เภสัชเช็คจากที่โต๊ะทำงานเลยจะดีกว่าไหม ใช้พื้นที่น้อยกว่า จ่ายเงินราคาอาจพอๆ กับตู้ทั้งหมดด้วยและข้อมูลก็อัพเดตเร็วกว่า ไม่ต้องเสียเวลาเจ้าหน้าที่มานั่งจัดเรียงข้อมูลทุกวัน รวมทั้งปริมาณกระดาษ/หมึกเครื่องพิมพ์เลเซอร์ที่ต้องพิมพ์ทุกวัน แต่ทั้งนี้ก็ขึ้นกับตัว Drug profile ที่กำลังแก้ให้สามารถเปิดดุได้รวดเร็วขึ้น ถ้าแก้ไขได้ก็จะหมดปัญหาไปเปราะใหญ่  </p><hr><p>อ่านมาถึงตรงนี้ขอชมว่าเก่งมากครับ (ถ้าไม่เลื่อนมาอ่านตอนจบเลยนะ)</p><h5> <div style="text-align: center"></div> </h5><h4 align="center">ก่อนจาก ช่วงนี้อากาศเริ่มหนาว ระวังหวัดกันดีๆ นะคร้าบ </h4><h3 align="center"> ฮ้าด ชะ เอ้ย...!! </h3><h5 align="center">(สังเกตครับ สีเขียวหมือนสี…)</h5><h5>  </h5><h5><div style="text-align: center"></div></h5><p> </p><h5 align="center">เห็นเป็ดน้อยตัวนี้แล้วนึกถึงตัวเอง </h5><h5 align="center">ที่มีชีวิตอีกหนึ่งวันที่หมดไปอย่างรวดเร็ว</h5><h5 align="center">แสดงว่า เราน่ารักน่ากินเหมือนเป็ด </h5><h5 align="center">อืมๆ...เป็ดน้อยน่ารัก น่ารักเลยเดินเล่น</h5><h5 align="center">(กำลังเพ้อครับอย่าคิดลึก)</h5><p align="center">มาแก้ไขย่อหน้าครับ(๑) 9 สค.49</p>