ช่วงแรกๆที่อยู่กับแม่แสงมีบ้างเป็นบางวันที่นางคิดถึงบ้าน ยิ่งตอนน้องหลับไกวเปลไป คิดถึงบ้านไป บางครั้งก็อยากร้องไห้น้ำตาพาลจะไหล ดูเหมือนแม่แสงจะคอยสังเกตอยู่ตลอดเวลาเลยหาเรื่องชวนคุยให้นางได้หัวเราะ หยิบขนมในร้านมาให้กินบ้าง ชวนทำโน่นทำนี่บ้าง แม่กับพี่ก็ขยันมาเยี่ยมบ่อยๆ มานั่งเล่นมากินข้าวกลางวันด้วยกันเพราะความเป็นห่วงเกรงว่านางจะทำอะไรไม่เป็น ครอบครัวแม่แสงก็เป็นกันเองมากทำให้นางรู้สึกไว้วางใจ ไม่นานนักนางก็เริ่มชิน เริ่มคุ้นเคย เวลาที่มีความสุขที่สุดคือช่วงทำอาหารเย็นและกินข้าวนางชอบฟังแม่แสงเล่าเรื่องราวต่างๆในอดีต ฟังไป ซักไป หัวเราะกันไป ท่านมีความสุขกับการเล่า นางก็มีความสุขกับการฟัง ส่วนใหญ่วงสนทนาจะมีนางกับแม่แสงเพราะพี่ทั้งสองคนจะไม่ค่อยพูด ฟังแล้วมองหน้ากันแล้วก็อมยิ้มคล้ายๆกับว่า " ฟังบ่อยแล้ว"ประมาณนั้น ตอนเย็นก่อนทำกับข้าวนางก็จะพาน้องไปเดินเล่นทำให้คุ้นเคยกับคนอื่นๆมากขึ้น บ้านคุณครูภพซึ่งอยู่เยื้องๆกับบ้านแม่แสงก็เป็นแหล่งเรียนรู้อีกแห่งหนึ่งที่นางมีโอกาสได้สัมผัส เนื่องจากภรรยาของท่านทำอาหารขายที่โรงเรียนทำให้คุ้นเคยกันมาแล้ว คุณครูภพมีลูกสาว 4 คน คนโตอยู่ป. 3 คนที่สองอยู่ป.1 และสุดท้องเป็นฝาแฝดอายุ 3 ขวบ บรรยากาศบ้านนี้ต่างกับบ้านแม่แสงมาก บ้านแม่แสงจะมีรอยยิ้มและเสียงหัวเราะ จุดศูนย์กลางจะอยู่ที่น้องคนเล็กซึ่งล้มลุกคลุกคลานเพราะร่างกายที่ไม่ค่อยแข็งแรงของเค๊า ทำให้เราต้องลุ้นอยู่ตลอดเวลาว่า จะนั่งได้ไหม จะยืนได้ไหม ส่วนบ้านคุณครูภพต่างกันลิบลับ วุ่นวายตั้งแต่เช้าจรดเย็นเพราะเสียงจะดังจนได้ยินไปทั้งละแวกบ้าน คุณครูเป็นคนสุขุม นิ่งๆ พูดน้อย ส่วนภรรยาท่านค่อนข้างดุ พูดเสียงดัง เจ้าระเบียบ พี่เลี้ยงเด็กเดินสวนสนามเข้า-ออกเป็นว่าเล่นเพราะอยู่ไม่ได้ เด็กกำลังซนทั้งแย่งของเล่น ทั้งตีกัน เสียงร้องกระจองอแงทุกวัน คุณครูจึงต้องมีพี่เลี้ยงสองคนเพราะอีกคนต้องทำงานบ้านด้วยพอดีพี่เลี้ยงเด็กออกไป คนทำงานบ้านจึงต้องมาเลี้ยงเด็กแทน คุณครูยังหาคนมาแทนไม่ได้ นางไปเจอในช่วงที่กำลังยุ่งๆก็เลยได้ช่วยหยิบโน่นหยิบนี่ให้ ความที่เป็นคนคล่องตัวทำให้คุณครูกับภรรยาเอ็นดูมาก ท่านได้ไปพบแม่ที่บ้านและขออนุญาตให้นางไปอยู่ด้วย แม่ไม่อยากให้ไปเพราะสงสารลูกเกรงว่าจะลำบาก และอีกอย่างนางก็ไม่ชินกับสภาพแวดล้อมแบบนั้นด้วย แต่เพราะความที่แม่เกรงใจคุณครูจึงไม่กล้าปฏิเสธ ได้แต่แบ่งรับแบ่งสู้ว่าต้องถามนางก่อน วันต่อมาแม่ก็มาหานางและเล่าเรื่องให้ฟัง ทำให้แม่แสงถึงกับโวยวาย " บ่ให่ไปเด้อสิมาขอกันง่ายๆจั่งใด๋ อินางมาอยู้นำกูแล่ว " แม่แสงพูดเสียงดังพอที่คุณครูจะได้ยิน คุณครูจึงเดินไปคุยด้วยและเล่าถึงความจำเป็นว่าขอให้นางไปช่วยชั่วคราวเท่านั้น แม่แสงยังมีท่าทีที่อึดอัดใจ แต่น้ำเสียงอ่อนลงเล็กน้อย ได้แต่มองหน้าแม่และนางซึ่งยืนนิ่งอยู่ นางมองหน้าคนโน้นที คนนี้ที แล้วก็ตัดสินใจพูดขึ้นว่า ......
สวัสดีค่ะ
วรรณกรรม กลางทุ่ง น่าเรียนรู้ครับ
สวัสดีค่ะพี่คิม
เรียนท่านอาจารย์
แวะเข้ามาถามข่าวว่านางน้องบ้านนา ยุ่งยากใจอิหยังน้อ...
ฮักแพงเด้อ
สวัสดีค่ะคุณยาย
แวะมาเยี่ยมน้องนางบ้านนา น่ะค่ะ ขอบคุณเรื่องราวที่นำมาฝาก
สวัสดีค่ะ...
สวัสดีค่ะพี่นีนาถ
สวัสดีค่ะคุณหนูรี
สวัสดีค่ะคุณบุษ
รอลุ้นตอนต่อไปค่ะ
ขอบพระคุณสำหรับดอกไม้กำลังใจที่ส่งไปให้ค่ะ
สวัสดีค่ะ
กำลังลุ้นว่านางจะเว้าจั้งใด๋ ...เอาใจ๋ซ่วยแม่แสงเด้อ...สิมาของ่ายๆได้จั้งได๋...
แม่น ๆๆ แล้ว
กึดฮอดหลายเด้อ..หล่าเด้อ
รักษาสุขภาพด้วยคุณหมอ
สวัสดีค่ะน้องคุณยาย
มาเยี่ยมน้องนางบ้านนาครายุ่งใจ ขอให้สุขภาพแข็งแรง
สวัสดีค่ะพี่ธรรมทิพย์
สวัสดีค่ะคุณครูpong
สวัสดีค่ะพี่ครูดาหลา
เรียนท่านอาจารย์