เมื่อวาน (พุธ 16 มีนาคม 2554) ผมอยู่ที่ จ.สตูล

ไปสอนครูดูเมฆในกิจกรรมอบรมครูของ สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (NARIT)

ก็เลยไม่รู้ว่าอากาศทางภาคอื่นๆ ที่ไม่ใช่ภาคใต้เริ่มหนาวเย็น

พอกลับถึงบ้านตอนกลางคืนถึงได้รู้สึก

และวันนี้ (พฤหัสบดี 17 มีนาคม 2554) อากาศเย็นยังกะฤดูหนาว!

(เพื่อนๆ ที่ทำงานของผมใส่เสื้อหนาวกันกว่าครึ่งทีเดียว)

 

ทำไม? มาดูเหตุผลทางอุตุนิยมวิทยากันหน่อยครับ

 

 


 

 

ลองดู แผนที่อากาศผิวพื้น ของวันที่ 17 มีนาคม 2554 กันก่อน

 

ภาพความละเอียดสูง : ดาวน์โหลด

 

เห็นความกดอากาศสูง (ตัว H สีน้ำเงิน) นั่นไหมครับ นี่แหละอากาศหนาวเย็น

(ดูคำอธิบายเกี่ยวกับ ความกดอากาศสูง กับ มวลอากาศเย็น)

ไม่น่าเชื่อว่าจะแผ่ลงมาทางบ้านเราได้ลึกขนาดนี้ในช่วงที่ถือกันว่าเป็นฤดูร้อน 

 

นอกจากนี้ ยังมีฝนโปรยปรายทั้งวันด้วย ลองไปฟังคำอธิบายของกรมอุตุนิยมวิทยากันดีกว่า

ลักษณะอากาศทั่วไป เมื่อเวลา 10 น. ของวันพฤหัสบดีที่ 17 มีนาคม 2554

"บริเวณความกดอากาศสูงกำลังค่อนข้างแรงจากประเทศจีนปกคลุมประเทศไทย
ประกอบกับมีคลื่นกระแสลมตะวันตกเคลื่อนเข้ามาปกคลุมประเทศไทยตอนบน

ลักษณะเช่นนี้ทำให้ทั่วประเทศมีอากาศแปรปรวน
โดยมีฝนฟ้าคะนองต่อเนื่องไปอีก
1-2 วัน
และอุณหภูมิจะลดลงอีก 1-3 องศากับมีลมแรง

สำหรับ คลื่นลมบริเวณอ่าวไทยสูง 2-3 เมตร
ขอให้ชาวเรือเพิ่มความระมัดระวังอันตรายในการเดินเรือ
และเรือเล็กควรงดออกจากฝั่งในช่วงวันที่ 17-19 มีนาคม 2554 ไว้ด้วย"

 

ผมโทรไปสอบถาม คุณจรูญ เลาหเลิศชัย ซึ่งเคยเป็นหัวหน้าเวรพยากรณ์อากาศ ของกรมอุตุนิยมวิทยา ได้คำอธิบายเพิ่มเติมว่า

ตามปกติ ในช่วงฤดูร้อนของบ้านเรานั้น มวลอากาศเย็น (ความกดอากาศสูง) จากประเทศจีน

มักจะแผ่ลงมาเป็นระยะทางแถบภาคเหนือและภาพอีสานตอนบน

ทำให้เกิด พายุฤดูร้อน ซึ่งมีลมกระโชกแรง ฟ้าผ่า & อาจมีลูกเห็บตกได้

(อ่านบันทึกเรื่อง พายุฤดูร้อน)

แต่ปีนี้แปลกว่าปีก่อนๆ กล่าวคือ

 มวลอากาศเย็นแผ่ลงมาค่อนข้างต่ำถึงแถบภาคกลาง

วิธีดูคือ เส้นสีฟ้าที่มีตัวเลข 1020 ไปถึงไหน แสดงว่าหนาวเย็นถึงตรงนั้น 

 

ส่วนคลื่นกระแสลมตะวันตกที่กรมอุตุฯ พูดถึงนั้น

คึือ กระแสลมที่พัดมาจากทางทิศตะวันตก 

กล่าวคือ ลมนี้ได้หอบเอาไอน้ำจากมหาสมุทรอินเดียเข้ามาในประเทศไทย

ทำให้บ้านเรามีความชื้นสูงขึ้น เกิดเป็นเมฆ และฝน ตามลำดับ

 

อย่างไรก็ดี คาดว่าวันรุ่งขึ้นมวลอากาศเย็นจะถอยกลับขึ้นไป ทำให้อากาศอุ่นขึ้น

แต่ก็เป็นไปได้ว่า จะกลับมาอีกเป็นระยะ

(คุณจรูญระบุวันที่ว่า ครั้งต่อไปถ้ามา ก็จะประมาณวันที่ 22 มีนาคมนี้)

 

เรามาติดตามสภาพอากาศกันต่อไปนะครับ

จะได้เตรียมตัวรับมืออย่างถูกต้อง