มนุษย์เราควรเปล่งแสงแห่งตนเปรียบเหมือนแสงแห่งดวงเดือน

         วันนี้อากาศแจ่มใสมากบนหลังเขาเกาะยอ  มองไปรอบกายทะลุฟ้ากว้างแสนไกลทั้งผืนฟ้าและผืนน้ำในทะเลสาบสงขลา เหลือบมองเห็นเงาเมฆทาบทาบนผืนน้ำที่ลู่ลมพัดผ่าน  ดูเหมือนดวามรักมักเป็นเช่นนี้  คือฝ่ายหนึ่งตาม  อีกฝ่ายก็หนีการตาม  ฮา ๆ เอิก ๆ ( พลังหยินกับหยาง )

         แสงแห่งตะวันนี้เจิดจ้าจริงไร้ซึ่งคู่แข่งขัน  เพราะมองไปในฟ้ากว้างจะเห็นก็มีเพียงการสะท้อนตนเองของแสงดวงอาทิตย์เท่านั้นเอง        ทำไม...บทเพลงบางเพลง...เขาต้องตามเก็บตะวันด้วย...มีแต่บทเพลงชม...ดวงจันทร์...เช่นเดือนเพ็ญ…สวยเย็นเห็นอร่าม…ดูพระจันทร์ตกน้ำที่หาดทรายบางแสน…ผู้หญิงงดงามประดุจดวงจันทร์วันเพ็ญ…หนุ่มหมัดเมา…ร่ำสุราในศาลาท่าน้ำใต้แสงจันทร์  แสนสุขารมณ์…จากแนวคิดหนังจีน ฮา ๆ เอิก ๆ         เมื่อผมยืนดูชาวฮินดูที่เมืองพาราณสี  ประเทศอินเดีย  มาอาบน้ำในแม่น้ำคงคาอันศักดิ์สิทธิ์  ซึ่งมีคนมากเป็นประวัติการณ์ในวันศิวาราตรี  ตรงกับวันเพ็ญเดือน 3  ครับ  หรือวันมาฆะบูชาที่บ้านเรา  วันวิสาขะบูชาคือวันเพ็ญเดือน 6และวันเพ็ญเดือน 8  วันสำคัญยิ่งเหล่านี้  ล้วนเกี่ยวข้องกับดวงจันทร์ทั้งสิ้น         ด้วยเหตุและผลดังกล่าวมา  ทำให้ผมชอบมองหาดวงเดือนในยามราตรีกาล  และแอบชื่นชมอยู่ในใจมากกว่าดวงอาทิตย์และดวงดาว   <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoPlainText">         ผมมองว่ามนุษย์เราควรเปล่งแสงแห่งตนเปรียบเหมือนแสงแห่งดวงเดือน  จงอย่าเปล่งแสงแห่งตนเปรียบเหมือนแสงแห่งดวงอาทิตย์เลย  เพราะแสงแห่งดวงเดือน...ยังเปิดโอกาสให้แสงอื่น ๆเช่นแสงแห่งดวงดาวได้ทอแสงบ้าง...</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoPlainText">        ความคิด…จะเหมือนกันมั๊ยนะ…หรือคุณมีความเห็นเป็นเช่นไรครับ</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoPlainText">                                              ด้วยความปรารถนาดี</p>                                                     จาก…umi